Factors Associated with Self-Defense Behavior from Metabolic Syndrome in Working-Age Group (15-59 Years Old) in Nam Paek Sub-district. Mueang Amnat Charoen District Amnat Charoen Province

Authors

  • Kulaya Tohrayor
  • รวิสรา จันทะรัตน์ คณะโครงการจัดตั้งวิทยาเขตอำนาจเจริญ หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหิดล
  • ณัฐวดี ศรีเอี่ยม
  • Prasert Prasomruk Mahidol University Amnatchareon Campus
  • พรพรรณ ประพัฒน์พงษ์

Keywords:

Self-protection behavior, metabolic syndrome, health belief model, social support

Abstract

The aims of this cross sectional analytic research was to study the factor related to the Self-protection behavior from metabolic syndrome among working-age groups in Nampleek, Amnatcharoen province. The sample group were 177 people drawn through the formula to calculate the sample size  in case of know population and random sampling technique. Data were using questionnaire with reliability as 0.95 the data were analyzed by descriptive statistics Fisher’s exact test.               The result found that 58.8% were mostly men working-age groups, aged between      46-55 Years(42.9%), marriage status (74.0%), they were 58.8% farmer, revenue below 5,000 bath per month (61.6%), a elementary school graduation (40.1%) . The study shows that the relative factors of  the Self-protection behavior from metabolic syndrome among working-age groups that significant are status (p-value=0.032), Self-protection behavior (p-value=0.009) and social support (p-value=0.017). Therefore, the awareness of obstacles and the severity of metabolic syndrome should be promoted. And receiving information about food consumption to people with single status In order to gain knowledge and understanding, it can be used to reduce obesity

 

References

1.กฤติกาพร ใยโนนตาด. (2542). ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยคัดสรร ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง การสนับสนุน ทางสังคม กับพฤติกรรมการดูแลตนเองของสตรีโรคเบาหวาน ในภาวะหมดประจำเดือน จังหวัดชัยภูมิ. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาพยาบาลสาธารณสุข, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหิดล.
2.กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (2561). รายงานประจำปี กรมควบคุมโรค: กลุ่มยุทธศาสตร์แผน และประเมินผลสำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค.
3.เครือข่ายคนไทยไร้พุง. รายงานการดำเนินการฉบับสมบูรณ์:แผนงานรณรงค์ชุดโครงการเครือข่ายคนไทยไร้พุง. กรุงเทพมหานคร, 2550.
4.จันทร์แรม สายสุด และพันธ์ศักด์ ศุกระฤกษ์. (2556). ความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดภาวะเม ตาบอลิกซินโดรม ในบุคลากรโรงพยาบาลหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยา ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิทยาการชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ, บัณฑิตศึกษา, มหาวิทยาลัยธุรกิจ บัณฑิตย์.
5.ฉัตรทอง จารุพิสิฐไพบูลย์ และคณะ. (2552). พฤติกรรมสุขภาพของสตรีวัยทองในเขต อ.เมือง จ.นครราชสีมา. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณ สุข, 23(1), 39-50.
6.ณัฐเศรษฐ มนิมนากร และอภิวันท์ มนิมนากร. (2550). การออกกําลังกายสำหรับผู้ที่เป็นโรคอ้วน. วารสาร ศูนย์บริการวิชาการ, 15(1-2), 26-31.
7.ปณิธาน หล่อเลิศวิทย์. (2541). นิยามศัพท์ส่งเสริมสุขภาพ ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2541. กรุงเทพฯ: ดีไซน์.
8.ปวีณา ประเสริฐจิตร. (2562). วิถีชีวิตคนเมืองวัยทำงานที่มีผลต่อภาวะอ้วนลงพุง: กรณีศึกษาบุคลากร คณะแพทย์ศาสตร์ วชิรพยาบาล. วชิรเวชสาร และวารสารเวชศาสตร์เขตเมือง, 63(ฉบับเพิ่มเติม), 211-212.
9.ปุญญพัฒน์ ไชยเมล์ และสมเกียรติยศ วรเดช. (2558). ปัจจัยทีมีความสัมพันธ์ต่อภาวะอ้วนลงพุงในนิสิต มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง. วารสารสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบูรพา 10(2), 55-65.
10.พรทิพย์ มาลาธรรม และคณะ. (2554). ความชุกและองค์ประกอบของกลุ่มอาการเมตาบอลิคของประชาชนใน จังหวัดนครสีมา. วารสารสภาการพยาบาล, 26(4), 137-148.
11.พรทิพย์ มาลาธรรม และคณะ. (2553). ปัจจัยทำนายระดับน้ำตาลใน เลือดของผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวาน ชนิดที่2. รามาธิบดีพยาบาลสาร, 16(2), 217-237.
12.พรรณิภา บุญเทียร และจงจิต เสน่หา. (2560). ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการจัดการภาวะอ้วนลงพุงด้วยตนเอง ของผู้ป่วยอ้วนลงพุงในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร. วารสารพยาบาล ศาสตร์, 35(3), 70-81.
13.พลอยฌญารินทร์ ราวินิจ. (2558). ปัจจัยที่มีความเกี่ยวข้องกับภาวะอ้วนลงพุงในประชากร ตำบลชะแมบ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขา เอกการจัดการการสร้างเสริมสุขภาพ, บัณฑิตศึกษา, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
14.พัสตราภรณ์ แย้มเม่น. (2554). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมสุขภาพโดยประยุกต์ใช้แบบแผนความเชื่อด้าน สุขภาพร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคม ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อควบคุมน้ำหนักของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก. วิทยานิพนธ์ปริญญา สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสุขศึกษาและการส่งเสริมสุขภาพ, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
15.ภิเชต เสริมสัย. (2554). การเปรียบเทียบความรู้ แรงสนับสนุนทางสังคม และพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกของประชาชนในหมู่บ้านที่มีและไม่มีการระบาด ตำบลทุ่งเบญจา อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี. วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยบูรพา.
16.มินตรา สาระรักษ์ และคณะ. (2556). ความเชื่อด้าน สุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันโรคอ้วนในเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่มีภาวะโภชนาการเกิน กรณีศึกษาโรงเรียนมัธยมตระการพืชผลจังหวัดอุบลราชธานี. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 4(2). 65-85.
17.รังสรรค์ ตั้งตรงจิตร. (2550). โรคอ้วน. กรุงเทพฯ: เจริญดีมั่งคงพิมพ์.
18.รัชฎา จอปา และคณะ. (2553). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมการควบคุมกลุ่มอาการเมตาบอลิกในประชาชนวัยกลางคน. วารสารการ พยาบาลและสุขภาพ, 4(2). 36-45.
19.ละอองดาว คำชาตา และคณะ. (2560).
ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองต่อ
พฤติกรรมการจัดการตนเอง เส้นรอบวงเอว ระดับ
น้ำตาลในเลือด และความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ
และหลอดเลือดในผู้ที่มีกลุ่มอาการเมตาโบลิก.
พยาบาลสาร, 44(2). 65-76.
20.วณิชา กิจวนพัฒน์. (2550). การพัฒนาการโปรแกรมการควบคุมน้ำหนักเกินของนักเรียน มัธยมศึกษาตอนต้น จังหวัดเพชรบุรี. วารสารการสาธารณสุขและการพัฒนา, 8(2). 186-200.
21.วัชรินทร์ วรรณา และปิยธิดา คูหิรัญญรัตน์. (2560). การศึกษาความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องของภาวะน้ำหนัก เกินในอาสาสมัคร สาธารณสุข ประจำหมู่บ้าน ในเขตตำบลบ้านพร้าว อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู. ศรีนครินทร์เวชสาร, 32(4). 359-365
23.วิราพรรณ วิโรจน์รัตน์ และคณะ. (2554). พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพและภาวะเสี่ยงทางสุขภาพของผู้สูงอายุโครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. วารสารสภาการพยาบาล , 26 (ฉบับพิเศษ). 129-140.
24.ศุภกานต์ นุสรณ์รัมย์. (2557). ความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อด้านสุขภาพกับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในเขต เทศบาลเมืองพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี. วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต, บัณฑิต วิทยาลัย, มหาวิทยาลัยบูรพา.
25.สายสมร พลดงนอก, สรวิเชษฐ์ รัตนชัยวงศ์ และจันทร์จิราภรณ์. ความรู้เกี่ยวกับโรคอ้วนลงพุง. ขอนแก่น: คลัง นานาวิทยา; 2558
26.สุทธิกานต์ เสพสุข และจรัสพล รินทระ. (2556). ผลของการออกกำลังกายด้วยฮูลาฮูปต่อการ เปลี่ยนแปลงขนาดรอบเอวของบุคลากรโรงพยาบาลดำเนินสะดวก. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต, บัณฑิตศึกษา, มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง.
27.อภิญญา ศิริพิทยาคุณกิจ. (2553). แรงสนับสนุนทางสังคม: ปัจจัยสำคัญในการดูแลผู้ที่เป็นเบาหวาน. รามาธิบดีพยาบาลสาร, 16(2). 309-322.
28.อรทัย ตันกำเนิดไทย และคณะ. 2562. ผลของสารสกัดพลูคาวในหนูที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะอ้วนด้วย อาหารที่มีไขมันสูง. ศรีนครินทร์เวชสาร, 34(5). 461-467.
29.Ford, E. S. (2005). Prevalence of the Metabolic Syndrome Defined by the International Diabetes Federation Among Adults in the U.S. DIABETES CARE. 28(11), 2475-2479.
31.World Health Organization. (1999). Definition, Diagnosis and Classification of Diabetes Mellitus and its Complication. Retrieved 4 September, 2013,from:http://whqlibdoc.who.int/hq/1999/who_ncd_ncs_99.2.pdf
32.Zainuddin, L., et al. (2011). The prevalence of metabolic syndrome according to various definitions and hypertriglyceridemic-waist in malaysian adults. International Journal of Preventive Medicine. 2(4), 229-237.

Downloads

Published

2021-06-30

How to Cite

Tohrayor, K., จันทะรัตน์ ร., ศรีเอี่ยม ณ. ., Prasomruk, P., & ประพัฒน์พงษ์ พ. . (2021). Factors Associated with Self-Defense Behavior from Metabolic Syndrome in Working-Age Group (15-59 Years Old) in Nam Paek Sub-district. Mueang Amnat Charoen District Amnat Charoen Province. Journal of Health Science and Community Public Health, 4(1), 130–140. retrieved from https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jhscph/article/view/246642

Issue

Section

Research Articles