การพัฒนาแบบสอบถามปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงตามกรอบแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพกรณีศึกษาอำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรสงคราม
คำสำคัญ:
แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ, พฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง, ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงบทคัดย่อ
บทนำ: การเกิดโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงยังพบได้อย่างต่อเนื่อง โรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุการเสียชีวิต หรือพิการสูงเป็นอันดับ 3 ในประเทศไทย สาเหตุสำคัญประการหนึ่งคือพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วย เช่น การรับประทานอาหารเค็ม ไม่ออกกำลังกาย ไม่รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ และขาดความตระหนักต่อสัญญาณเตือนของโรค ซึ่งล้วนเป็นพฤติกรรมที่สามารถป้องกันหรือปรับเปลี่ยนได้
วัตถุประสงค์: เพื่อตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) ของความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับนิยามตัวแปรของการวิจัย และตรวจสอบความเชื่อมั่น (Reliability) ของแบบสอบถามปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงตามกรอบแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ
วิธีการศึกษา: เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา ศึกษาโดยการสังเคราะห์จากแนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบความเที่ยงตรงตามเนื้อหา ด้วยวิธีดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามและวัตถุประสงค์ (Item-Objective Congruence Index: IOC) โดยผู้ทรงคุณวุฒิด้านสาธารณสุขและพฤติกรรมสุขภาพ จำนวน 3 ท่าน มีการทดสอบความเชื่อมั่นของเครื่องมือวิจัยดำเนินการกับกลุ่มที่มีลักษณะใกล้เคียงกับกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คน ตรวจสอบความเชื่อมั่นด้วยโดยการทดสอบค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นของครอนบาค (Cronbach alpha coefficient)
ผลการศึกษา: พบว่าแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพตามกรอบ HBM ประกอบด้วย 5 มิติ ได้แก่ (1) การรับรู้ความเสี่ยง (2) การรับรู้ความรุนแรง (3) การรับรู้ประโยชน์ (4) การรับรู้อุปสรรค และ (5) สิ่งชักนำสู่การปฏิบัติ เป็นมาตรวัดแบบลิเคิร์ต (Likert scale) 5 ระดับ ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามและวัตถุประสงค์ (Item-Objective Congruence Index: IOC) โดยผู้ทรงคุณวุฒิด้านสาธารณสุขและพฤติกรรมสุขภาพ จำนวน 3 ท่าน เท่ากับ 0.94 ขึ้นไปทุกข้อ ผลการทดสอบความเชื่อมั่นของเครื่องมือวิจัยดำเนินการกับกลุ่มที่มีลักษณะใกล้เคียงกับกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คน ตรวจสอบความเชื่อมั่นด้วยโดยการทดสอบค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นของครอนบาค (Cronbach alpha coefficient) พบว่าแบบสอบถามทั้งฉบับมีค่า Cronbach’s alpha เท่ากับ 0.92 และแบบวัดองค์ประกอบของแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพแต่ละมิติมีค่าความเชื่อมั่นอยู่ในเกณฑ์ยอมรับได้
สรุป: จากข้อค้นพบในการวิจัย แสดงให้เห็นว่าเครื่องมือมีความเหมาะสมสำหรับการนำไปใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล มีข้อเสนอแนะว่าควรนำแบบสอบถามที่พัฒนาแล้วไปรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูงในเขตชุมชนจังหวัดอื่นๆ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Global report on hypertension 2025 [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2025 [cited 2025 Dec 25]. Available from: https://www.who.int/publications/i/item/9789240115569
สำนักดิจิทัลการแพทย์ กรมการแพทย์. สถิติผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง รายงานตามตัวชี้วัด ปี 2568 [อินเทอร์เน็ต]. 2568 [เข้าถึงเมื่อ 25 ธ.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://medinfo.dms.go.th/public-health/kpi.php?kpi_year=2568
World Stroke Organization. Falls [Internet]. 2025 [cited 2025 Dec 25]. Available from: https://www.ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=56492&deptcode=brc&news_views=787
Wang HM, Chen Y, Shen YH, Wang XM. Evaluation of the effects of health education interventions for hypertensive patients based on the health belief model. World J Clin Cases. 2024;12(15):2578–85. Available from: https://doi.org/10.12998/wjcc.v12.i15.2578
Rosenstock IM. The health belief model and preventive health behavior. Health Educ Monogr. 1974;2(4):354–86.
บรรจบ วิริยรัตนกุล, จุฬารัตน์ สุพวง, ปาริฉัตร ช่วยเจ็ดตน, นพดล ตั้งดำรงสิน. แบบจำลองความเชื่อด้านสุขภาพและความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยที่ควบคุมความดันโลหิตไม่ได้. วารสารพยาบาลทหารบก [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อ 28 ธ.ค. 2568];23(2):199–207. เข้าถึงได้จาก: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JRTAN/article/view/253833
วิยะดา รัตนสุวรรณ, โสน เรืองมั่นคง. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้. วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางสุขภาพ [อินเทอร์เน็ต]. 2568 [เข้าถึงเมื่อ 25 ธ.ค. 2568];8(2):e279168. เข้าถึงได้จาก: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/jhri/article/view/279168
สายสุนี เจริญศิลป์, อรวรรณ กีรติสิโรจน์. ศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร; 2564.
Likert R. The method of constructing and attitude scale. In: Fishbein M, editor. Attitude theory and measurement. New York: Wiley & Son; 1967. p. 90-5.
Cronbach LJ. Essentials of psychological testing. 5th ed. New York: Harper Collins; 1970.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 โรงพยาบาลหัวหิน

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารหัวหินเวชสาร เป็นลิขสิทธิ์ของโรงพยาบาลหัวหิน
บทความที่ลงพิมพ์ใน วารสารหัวหินเวชสาร ถือว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนคณะบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
