ผลของโปรแกรมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ในโรงพยาบาลบรบือ อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม
Main Article Content
บทคัดย่อ
ภูมิหลัง: การตั้งครรภ์เป็นความเสี่ยงของหญิงตั้งครรภ์ สามารถป้องกันโดยการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อก่อให้เกิดความรู้ เจตคติ แรงจูงใจให้มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองที่ถูกต้องและเหมาะสม
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ ใน รพ.บรบือ อ.บรบือ จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นกิจกรรมพัฒนาทักษะ 6 ด้าน คือ การเข้าถึงข้อมูลสุขภาพ ความรู้ความเข้าใจ สื่อสาร ตัดสินใจ การจัดการตนเอง และการรู้เท่าทันสื่อ
วัสดุและวิธีการ: เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง แบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลังการทดลองในหญิงตั้งครรภ์ 30 ราย ที่มาฝากครรภ์ครั้งแรกในรพ.บรบือ ระหว่างเดือน ก.ค.−พ.ย.2566 และเข้าร่วมโปรแกรมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ 3 ครั้ง คือหลังจากฝากครรภ์ครั้งแรก 2 สัปดาห์ (เพิ่มทักษะขั้นพื้นฐานในการเข้าถึงข้อมูลและความรู้ในการดูแลสุขภาพตนเอง), เมื่ออายุครรภ์ 15 สัปดาห์ (เพิ่มทักษะระดับปฏิสัมพันธ์ในการสื่อสารและตัดสินใจในการดูแลสุขภาพตนเอง) และ 20 สัปดาห์ (เพิ่มทักษะระดับวิจารณญาณในการจัดการตนเองและรู้เท่าทันสื่อ) เก็บข้อมูลก่อนเข้าร่วมโปรแกรมฯ และเมื่ออายุครรภ์ 26 สัปดาห์ เปรียบเทียบคะแนนความรู้ของหญิงตั้งครรภ์,ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองและความเข้มข้นของเม็ดโลหิตแดง โดยใช้สถิติ paired t-test
ผลการศึกษา: หญิงตั้งครรภ์อายุเฉลี่ย28.0±1.9 ปี (พิสัย 17−38) กึ่งหนึ่ง (15 ราย)เป็นการตั้งครรภ์ครั้งที่ 2 (พิสัย 1−3 ครั้ง) อายุครรภ์ที่มาฝากครรภ์ครั้งแรกเฉลี่ย 8.5±0.9สัปดาห์ (พิสัย 7−10) หลังการเข้าร่วมโปรแกรมฯ หญิงตั้งครรภ์มีค่า เฉลี่ยของคะแนนความรู้สูงกว่าก่อนการเข้าร่วมโปรแกรมฯ (12.8±1.4 vs 9.6±1.4 คะแนน, p=0.001) เช่นเดียวกันกับความรอบรู้ด้านสุขภาพ (4.2±0.8 vs 2.9±0.8 คะแนน, p<0.001), พฤติกรรมการดูแลสุขภาพ (4.1±0.8 vs 2.9±0.7 คะแนน, p<0.001), และความเข้มข้นของเม็ดโลหิตแดง (38.7±3.0%vs 33.8±2.5%, p<0.001)
สรุป: โปรแกรมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ในรพ.บรบือ ช่วยให้หญิงตั้งครรภ์มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองได้ถูกต้องและมีค่าความเข้มข้นของเม็ดโลหิตแดงเพิ่มขึ้น
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ส่งมาลงพิมพ์ต้องไม่เคยพิมพ์หรือกำลังได้รับการพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารอื่น เนื้อหาในบทความต้องเป็นผลงานของผู้นิพนธ์เอง ไม่ได้ลอกเลียนหรือตัดทอนจากบทความอื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้อ้างอิงอย่างเหมาะสม การแก้ไขหรือให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่กองบรรณาธิการ จะต้องเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยก่อนจะได้รับพิจารณาตีพิมพ์ และบทความที่ตีพิมพ์แล้วเป็นสมบัติ ของลำปางเวชสาร
เอกสารอ้างอิง
กลุ่มงานพัฒนายุทธศาสตร์สาธารณสุข. คู่มือการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของ
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม ประจำปีงบประมาณ 2566. มหาสารคาม: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม; 2566.
นภาพรรณ วิริยะอุตสาหะ. คู่มือแนวทางควบคุมและป้องกันภาวะโลหิตจาง. นนทบุรี: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข; 2565.
Nutbeam D. The evolving concept of health literacy. Soc Sci Med 2008;67(12):2072−8.
สุมัทนา กลางคาร, วรพจน์ พรหมสัตยพรต. หลักการวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 6. มหาสารคาม: สารคามการพิมพ์-สารคามเปเปอร์; 2553.
Brach C, Keller D, Hernandes LM, Baur C, Parher R, Dreyer B, et al. Attributes of health literate organization, Discussion paper. Institute of medicine of the Nation Academies. Washington DC; 2012.
Bryan C. Provider and policy response to reverse the consequences of low health literacy. J Healthc Manag. 2008;53(4):230−41.
Rudd RE. The evolving concept of health literacy: new direction for health literacy studies. Journal of Communication in Healthcare. 2015;8(1):7−9.
World Health Organization. Life skills education for children and adolescences in school. London: World Health Organization; 1997.
McKinn S, Linh DT, Foster K, McCaffery K. Distributed health literacy in the maternal health context in Vietnam. Health Lit Res ract. 2019;3(1):e31−e42.
วรรณศิริ นิลเนตร, วาสนา เรืองจุติโพธิ์พาน. ความรอบรู้ด้านสุขภาพกับวิชาชีพพยาบาล. วารสารคุณภาพชีวิตกับกฎหมาย. 2562;15(2):1−18.
สุจิตรา สุมนนอก, มณีรัตน์ อวยสวัสดิ์, ศรีประภา ลุนละวงศ์, ชัชฎา ประจุดทะเก. การพัฒนารูปแบบบริการฝากครรภ์เพื่อส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนของหญิงตั้งครรภ์ในเขตสุขภาพที่ 9 ตามแนววิถีชีวิตใหม่. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9. 2565;16(2):690−710.
ดุสิดา พุทธิไสย, ศรัณย์ธร ศศิธนากรแก้ว. การเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์กับความรอบรู้ด้านสุขภาพของเจนเนอเรชั่นวาย. วารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. 2562;14(1):124−41.
สมาพร สุรเตมีย์กุล. ผลของโปรแกรมการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคมต่อการปฏิบัติตัวและระดับฮีมาโตคริตของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก.วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2564;44(4):41−54.
บญสืบ โสโสม, ปรีชา พึ่งเจริญ, ตรีชฎา ปุ่นสำเริง, สุพรรณี กัณหดิลก, รุ่งรวี ประเสริฐศร, รักรุ้ง โกจันทึก. การพัฒนาองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพในคลินิกฝากครรภ์ ผลดีที่เกิดขึ้นและการสื่อสารเพื่อ ส่งเสริมความรอบรู้ทางสุขภาพ. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้. 2562;6(ฉบับพิเศษ พ.ศ. 2562):16-28.