การผ่าตัดผู้ป่วยตั้งครรภ์นอกมดลูกในโรงพยาบาลลำปาง เปรียบเทียบระหว่าง การผ่าตัดผ่านกล้องและการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง
Main Article Content
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบวิธีการผ่าตัดผ่านกล้องกับการผ่าตัดเปิดหน้าท้องในผู้ป่วยตั้งครรภ์นอกมดลูกที่มารับการรักษาใน รพ.ลำปาง
วัสดุและวิธีการ: เป็นการศึกษาย้อนหลังของผู้ป่วยตั้งครรภ์นอกมดลูก 149 รายที่รักษาใน รพ.ลำปาง ระหว่างเดือนตุลาคม 2555 - กันยายน 2557 บันทึกระยะเวลาการผ่าตัด จำนวนวันนอนโรงพยาบาล ปริมาณเลือดที่พบในช่องท้องและการใช้ยาระงับปวดภายหลังผ่าตัด วิเคราะห์เปรียบเทียบระหว่างกลุ่มที่ได้รับการผ่าตัดผ่านกล้องกับกลุ่มที่เปิดหน้าท้องด้วย student t-test และ Fisher’s exact probability test
ผลการศึกษา: มีผู้ป่วยตั้งครรภ์นอกมดลูก 149 ราย คิดเป็นอุบัติการณ์ร้อยละ 1.38 ของการเกิดมีชีพ ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดผ่านกล้อง 44 รายและเปิดหน้าท้อง 105 ราย กลุ่มผ่าตัดผ่านกล้องใช้เวลาผ่าตัด 62.1±15.7 นาที ผ่าตัดผ่านหน้าท้องใช้เวลา 50.9±15.3 นาที (p<0.001) กลุ่มผ่าตัดผ่านกล้องพบปริมาณเลือดในช่องท้องน้อยกว่ากลุ่มผ่าตัดผ่านหน้าท้อง (201±174 vs 895±701 มล., p<0.001) ร้อยละของผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาระงับปวดภายหลังผ่าตัดและการให้เลือดในผู้ป่วยผ่าตัดผ่านผ่านหน้าท้องมีมากกว่า (p=0.032 และ p<0.001 ตามลำดับ) แต่จำนวนวันนอนโรงพยาบาลไม่แตกต่างกัน (p=0.209)
สรุป: การรักษาผู้ป่วยตั้งครรภ์นอกมดลูกด้วยการผ่าตัดผ่านกล้องสามารถทำได้ในกรณีที่ผู้ป่วยเสียเลือดในช่องท้องไม่มากและให้ผลการรักษาดีกว่าการผ่าตัดเปิดหน้าท้องในแง่ของการใช้ยาระงับปวดและการให้เลือด
Article Details
บทความที่ส่งมาลงพิมพ์ต้องไม่เคยพิมพ์หรือกำลังได้รับการพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารอื่น เนื้อหาในบทความต้องเป็นผลงานของผู้นิพนธ์เอง ไม่ได้ลอกเลียนหรือตัดทอนจากบทความอื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้อ้างอิงอย่างเหมาะสม การแก้ไขหรือให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่กองบรรณาธิการ จะต้องเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยก่อนจะได้รับพิจารณาตีพิมพ์ และบทความที่ตีพิมพ์แล้วเป็นสมบัติ ของลำปางเวชสาร
เอกสารอ้างอิง
2. Cohen A, Almog B, Satel A, Lessing JB, Tsafrir Z, Levin I. Laparoscopy versus laparotomy in the management of ectopic pregnancy with massive hemoperitoneum. Int J Gynaecol Obstet 2013;123:139-41.
3. Nama V, Manyonda I. Tubal ectopic pregnancy: diagnosis and management. Arch Gynecol Obstet 2009;279:443-53.
4. Takacs P, Chakhtoura N. Laparotomy to laparoscopy: changing trends in the surgical management of ectopic pregnancy in a tertiary care teaching hospital. J Minim Invasive Gynecol 2006;13:175-7.
5. Duggal BS, Tarneja P, Sharma K, Rath K, Wadhwa RD. Laparoscopic management of ectopic pregnancies. Med J Armed Forces India 2004;60:220-3
6. Akhan SE, Baysal B. Laparotomy or laparoscopic surgery? Factors affecting the surgeons choice for the treatment of ectopic pregnancy. Arch Gynecol Obstet 2002;266:79-82.
7. Takacs P, Latchaw G, Gaitan L, Chakhtoura N, De Santis T. Risk factors for conversion to laparotomy during laparoscopic management of an ectopic pregnancy. Arch Gynecol Obstet 2005;273:32-4.
8. Maruri F, Azziz R. Laparoscopic surgery for ectopic pregnancies: technology assessment and public health implications. Fertil Steril 1993;59:487-98.
9. Baumann R, Magos AL, Turnbull A. Prospective comparison of videopelviscopy with laparotomy for ectopic pregnancy. Br J Obstet Gynaecol 1991;98:765-71.
10. Murphy AA, Nager CW, Wujek JJ, Kettel JM, Torp VA, Chin HG. Operative laparoscopy versus laparotomy for the management of ectopic pregnancy: a prospective trial. Fertil Steril 1992;57:1180-5.