การพัฒนาวิธีวิเคราะห์และการตรวจสอบความถูกต้องของวิธีวิเคราะห์หาปริมาณสารโอเรียนทินและไวเทกซินในใบกะทกรกด้วยวิธีโครมาโทกราฟีของเหลวประสิทธิภาพสูงพิเศษ

Main Article Content

สันตกิจ นิลอุดมศักดิ์
ธนวัฒน์ ทองจีน
สุดารัตน์ รูปคม
สายัณห์ เรืองเขตร
พีรธรรม เทียมเทียบรัตน์

บทคัดย่อ

บทนำและวัตถุประสงค์: กะทกรกมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Passiflora foetida L. วงศ์ Passifloraceae เป็นพืชสมุนไพรที่ใบมีสารกลุ่มฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์ในปริมาณสูง โดยเฉพาะโอเรียนทิน (orientin) และไวเทกซิน (vitexin) สารสกัดเอทานอลจากใบมีฤทธิ์ระงับปวด ต้านอนุมูลอิสระ และต้านการอักเสบ จึงถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างแพร่หลาย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการควบคุมคุณภาพสารสำคัญดังกล่าว ผู้วิจัยจึงมีวัตถุประสงค์เพื่อวิจัยและพัฒนาวิธีวิเคราะห์และการตรวจสอบความถูกต้องของวิธีวิเคราะห์หาปริมาณสารโอเรียนทินและไวเทกซินในใบกะทกรกด้วยวิธีโครมาโทกราฟีของเหลวประสิทธิภาพสูงพิเศษ (Ultra–High Performance Liquid Chromatography, UHPLC)


วิธีการศึกษา: แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การพัฒนาวิธีวิเคราะห์ปริมาณสารโอเรียนทินและไวเทกซินในใบกะทกรกด้วยวิธี UHPLC 2) การทดสอบความใช้ได้ของวิธีวิเคราะห์ (method validation) และ 3) การวิเคราะห์ปริมาณสารโอเรียนทินและไวเทกซินในใบกะทกรก จำนวน 14 ตัวอย่าง


ผลการศึกษา: การพัฒนาวิธีวิเคราะห์หาปริมาณโอเรียนทินและไวเทกซินในใบกะทกรกด้วยวิธี UHPLC ใช้ 50% เอทานอลเป็นตัวทำละลายในการสกัด ใช้เวลาในการสกัด 60 นาที เลือกใช้คอลัมน์ชนิด ARC–18, ขนาด 4.6 x 150 มิลลิเมตร, ขนาดอนุภาค 2.7 ไมโครเมตร เป็นวัฏภาคคงที่ ใช้ 0.1% ออร์โทฟอสโฟริกแอซิดในน้ำ และ 0.1% ออร์โทฟอสโฟริกแอซิดในอะซิโตไนไทรล์เป็นวัฏภาคเคลื่อนที่ ตรวจวัดด้วย diode array detector (DAD) ที่ความยาวคลื่น 340 นาโนเมตร analytical system ที่ใช้วิเคราะห์มี retention time เฉลี่ย ของโอเรียนทินและไวเทกซินที่ 3.98 และ 4.31 นาที ตามลำดับ ผลการทดสอบความใช้ได้ของวิธีวิเคราะห์ดังกล่าว พบว่ากราฟมาตรฐานของโอเรียนทินและไวเทกซินมีลักษณะเป็นเส้นตรงในช่วงความเข้มข้น 1.27 – 122.30 และ 1.35 – 129.36 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ตามลำดับ โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากันที่ 0.99998 ค่าร้อยละของการคืนกลับอยู่ในช่วง 99.03 – 101.74% และ 97.70 – 101.05% ตามลำดับ ขีดจำกัดของการตรวจพบของโอเรียนทินและไวเทกซิน มีค่าเท่ากับร้อยละ 0.009 และ 0.012 โดยน้ำหนักแห้งของใบกะทกรก ในขณะที่ขีดจำกัดของการวัดเชิงปริมาณมีค่าเท่ากับร้อยละ 0.031 และ 0.042 โดยน้ำหนักแห้งของใบกะทกรก ตามลำดับ และจากการวิเคราะห์ตัวอย่างใบกะทกรก 14 ตัวอย่าง พบว่าปริมาณโอเรียนทินและไวเทกซินในใบกะทกรก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับร้อยละ 1.00 และ 0.14 โดยน้ำหนักแห้งของใบกะทกรก ตามลำดับ


อภิปรายผล: การพัฒนาวิธีวิเคราะห์ปริมาณสารโอเรียนทินและไวเทกซินในวัตถุดิบใบกะทกรกด้วยเครื่อง UHPLC ที่พัฒนาขึ้น โดยใช้สารสกัดใบกะทกรกแห้งด้วยตัวทำละลาย 50% เอทานอล โดยวิธีรีฟลักซ์ นาน 60 นาที ผลการวิเคราะห์ปริมาณสารโอเรียนทินและไวเทกซินในตัวอย่างสารละลายใบกะทกรก จำนวน 14 ตัวอย่าง พบว่ามีปริมาณสารโอเรียนทินและไวเทกซิน เฉลี่ยร้อยละ 1.00 และ 0.14 โดยน้ำหนักแห้งของใบกะทกรก  ตามลำดับ ผลการทดสอบความใช้ได้ของวิธีวิเคราะห์พบว่าทุกค่าอยู่ในเกณฑ์ยอมรับได้ วิธีการวิเคราะห์ที่พัฒนาขึ้นใช้เวลาในการวิเคราะห์น้อย วิธีการเตรียมวัฏภาคเคลื่อนที่ง่าย สะดวก และรวดเร็ว


ข้อสรุปและข้อเสนอแนะ: วิธีวิเคราะห์ที่พัฒนาขึ้นนี้มีความเหมาะสม สามารถนำไปใช้เป็นวิธีตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารโอเรียนทินและไวเทกซินในใบกะทกรก และเป็นพื้นฐานในการนำไปศึกษาวิจัยต่อเพื่อพัฒนาวิธีวิเคราะห์ปริมาณสารทั้งสองในผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีใบกะทกรกเป็นส่วนประกอบ ผลการวิเคราะห์ปริมาณสารโอเรียนทินและไวเทกซินสามารถใช้ประกอบการพิจารณากำหนดเกณฑ์มาตรฐานของปริมาณสารสำคัญทั้งสองในใบกะทกรกต่อไป

Article Details

ประเภทบทความ
Original Articles
ประวัติผู้แต่ง

สันตกิจ นิลอุดมศักดิ์, สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง นนทบุรี 11000

N/A

ธนวัฒน์ ทองจีน, สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง นนทบุรี 11000

N/A

สุดารัตน์ รูปคม, สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง นนทบุรี 11000

N/A

สายัณห์ เรืองเขตร, สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง นนทบุรี 11000

N/A

พีรธรรม เทียมเทียบรัตน์ , สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง นนทบุรี 11000

N/A

เอกสารอ้างอิง

Office of Forest Herbarium, Forest and Plant Conservation Research Office, Department of National Parks, Wildlife and Plant Conservation. Tem Smitinand’s Thai plant names. 2001 revised edition. Bangkok: National Office of Buddhism Printing House; 2001. 71 p. (inThai)

Santisuk, T. & Larsen, K. (eds.) (2010). Flora of Thailand 10(2): 141-198. The Forest Herbarium, Royal Forest Department. (in Thai)

Wu, Z., Raven, P.H. & Hong, D. (eds.) (2007). Flora of China 13: 1-548. Science Press (Beijing) & Missouri Botanical Garden Press (St. Louis).

Van Steenis, C.G.G.J. (ed.) (1971-1976). Flora Malesiana 7: 1-876. Noordhoff-Kolff N.V., Djakarta.

Perry, L.M. and Metzger, J. (1980) Medicinal plants of East and Southeast Asia: Attributed Properties and Uses: 309. MIT Press, Cambridge, London.

Suksomran W, Phothiwat K, Panon O. Phytochemical composition and antioxidant activity of Passiflora foetida L. VRU Research and Development Journal Science and Technology. 2022; 17(1): 29. (in Thai)

A Chiavaroli, SC Di Simone, KI Sinan, MC Ciferri, G Angeles Flores, G Zengin, OK Etienne, G Ak, MF Mahomoodally, S Jugreet, Z Cziaky, J Jeko, L Recinella, L Brunetti, S Leone, P Angelini, R Venanzoni, L Menghini, C Ferrante, G Orlando. Pharmacological Properties and Chemical Profiles of Passiflora foetida L. Extracts: Novel Insights for Pharmaceuticals and Nutraceuticals. Processes 2020, 8, 1034; doi:10.3390/pr8091034.

Ehab A. Abourashed, John R. Vanderplank, Ikhlas A. Khan. High-Speed Extraction and HPLC Fingerprinting of Medicinal Plants–I. Application to Passiflora Flavonoids, Pharmaceutical Biology. 2002; 40:2, 81-91, DOI: 10.1076/phbi.40.2.81.5844

Jin Wang, Yong-de Yue, Hao Jiang, Feng Tang. Rapid Screening for Flavone C-Glycosides in the Leaves of Different Species of Bamboo and Simultaneous Quantitation of Four Marker Compounds by HPLC-UV/DAD. International Journal of Analytical Chemistry. Volume 2012, Article ID 205101, 8 pages doi:10.1155/2012/205101

Paula Sepúlveda, Geison M. Costa, Diana Marcela Aragón, Freddy Ramos, Leonardo Castellanos. Analysis of vitexin in aqueous extracts and commercial products of Andean Passiflora species by UHPLC-DAD. Journal of Applied Pharmaceutical Science. 2018; 8(9): 081-086.

Department of Medical Sciences. A Practical Guide for Single Laboratory Method Validation of Chemical Methods. Nonthaburi: Department of Medical Sciences; 2006. (in Thai)

ICH Q2 (R1) : Validation of Analytical Procedures: Text and Methodology. 2005.