โฟกัสและขอบเขต

วารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกการรับวารสารในระดับสากลโดยศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย ( ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย : ศูนย์ TCI) อยู่ในกลุ่มที่ 1 (พ.ศ. 2558-2562)

มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีเผยแพร่และนำ เสนอความรู้ผลงานทางวิชาการและผลงานวิจัยด้านการแพทย์แผนไทย สมุนไพร การแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือกตลอดจนพัฒนาวิชาการด้านการแพทย์แผนไทยการแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทาง เลือกให้ก้าวหน้าได้รับการยอมรับมากขึ้นจากบุคลากรและประชาชน  โดยมีกำหนดออกทุก 4 เดือนหรือปีละ 3 ฉบับและได้ดำเนินงานอย่างมีความก้าวหน้ามาเป็นลำดับมีการพัฒนางานวิชาการ

ประเภทบทความที่รับตีพิมพ์อย่างชัดเจน เช่น บรรณาธิการแถลง จดหมายถึงบรรณาธิการ นิพนธ์ต้นฉบับ บทปริทัศน์ เวทีทรรศนะ ปกิณกะ และวารสารสโมสร

ความถี่ในการตีพิมพ์

3 ฉบับต่อปี (ม.ค. - เม.ย. , พ.ค. - ส.ค. , ก.ย. - ธ.ค. )

ฉบับที่ 1 ประจำเดือนมกราคม - เมษายน

ฉบับที่ 2 ประจำเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม

ฉบับที่ 3 ประจำเดือนกันยายน – ธันวาคม

เปิดนโยบายการเข้าถึง

วารสารฉบับนี้เปิดโอกาสให้เข้าถึงเนื้อหาได้ทันทีบนหลักการที่ทำให้การวิจัยเผยแพร่สู่สาธารณะได้อย่างเสรีสนับสนุนการแลกเปลี่ยนความรู้ระดับโลก

นโยบายและจรรยาบรรณของวารสาร

          วารสารการแพทย์แผนไทยการแพทย์ทางเลือก จัดทำโดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข มีวัตถุประสงค์ 2 ข้อ คือ (1) เพื่อเผยแพร่ผลงานวิชาการและงานวิจัยด้านการแพทย์แผนไทย สมุนไพรการแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก (2) เพื่อเป็นเวทีสื่อกลางแลกเปลี่ยน และพัฒนาทางวิชาการและนวัตกรรมด้านการแพทย์แผนไทย สมุนไพรการแทพย์พื้นบ้าน การแพทย์ทางเลือก และการแพทย์แบบบูรณาการ/แบบเสริม (Integrated/Complementary Medicine)

          วารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (พ.ศ. 2546 – ปัจจุบัน) เป็นวารสารที่ปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI: Thai-Journal Citation Index) กลุ่มที่ 1 และอยู่ในฐานข้อมูล ASEAN Citation Index: ACI มีการจัดทำวารสารปีละ 3 ฉบับ โดยมีการเผยแพร่ 2 รูปแบบ คือ รูปแบบวารสารสิ่งพิมพ์ และรูปแบบวารสารอิเล็กทรอนิกส์ (https://www.tci-thaijo.org/index.php/JTTAM) กำหนดการเผยแพร่ปีละ 3 ฉบับ คือ

ฉบับที่ 1 ประจำเดือนมกราคม - เมษายน

 

ฉบับที่ 2 ประจำเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม

ฉบับที่ 3 ประจำเดือนกันยายน – ธันวาคม

                       

  1. นโยบายภาพรวมของวารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

          วารสารการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก มีนโยบายการพิจารณาบทความวิจัย และบทความวิชาการด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และเผยแพร่ผลงานอย่างเป็นระบบ เป็นธรรมและมีคุณภาพมาตรฐานระดับชาติ

          สำหรับกระบวนการพิจารณา “นิพนธ์ต้นฉบับ” และ “บทปริทัศน์” ทุกเรื่อง มีกระบวนการโดยการเปิดรับและพิจารณาคุณภาพเบื้องต้นของผลงานโดยกองบรรณาธิการ จากนั้น กองบรรณาธิการจะจัดส่งผลงานให้ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน อย่างน้อย 2 ท่าน เพื่อประเมินและให้ความคิดเห็นทางวิชาการโดยอิสระและเพื่อพัฒนา/ปรับปรุงผลงานให้มีคุณภาพถูกต้อง และสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ในลักษณะ “การทบทวนแบบปกปิดสองทาง (Double-Blinded Review) กล่าวคือ ทั้งผู้นิพนธ์และผู้ทรงคุณวุฒิจะไม่ทราบชื่อของกันและกัน ภายหลังที่ผู้ทรงคุณวุฒิมีการทบทวนและให้ข้อเสนอแนะทางวิชาการตามแบบฟอร์มต่อกองบรรณาธิการแล้ว กองบรรณาธิการจะประสานงานให้ผู้นิพนธ์พิจารณาปรับปรุงแก้ไขผลงานตามข้อแนะนำ เมื่อผู้นิพนธ์ปรับปรุงแก้ไขผลงานแล้ว กองบรรณาธิการจะจัดส่งให้ผ็ทรงคุณวุฒิให้ความเห็นอีกครั้งหนึ่ง และกองบรรณาธิการจะพิจารณาการรับหรือไม่รับการตีพิมพ์ผลงานในขั้นสุดท้าย โดยจะมีการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขเท่าที่จำเป็นและสมควรก่อน

          อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นและบทสรุปในนิพนธ์ต้นฉบับและบทปริทัศน์ที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ถือเป็นความคิดเห็น และอยู่ในความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์ มิใช่ ความคิดเห็นหรือความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารฯ

  1. นโยบายด้านลิขสิทธิ์ของวารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

“นิพนธ์ต้นฉบับ” “บทปริทัศน์” และบทความวิชาการที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ก่อนการเผยแพร่บทความ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องกรอกแบบฟอร์มยินยอมใน “หนังสือโอนสิทธิ์บทความวิชาการ” ให้กับวารสารในแบบฟอร์มที่กำหนด และกองบรรณาธิการวารสารยินดีพิจารณาคำขออนุญาตการใช้ประโยชน์จากบทความวิชาการในวารสาร ผู้ใช้ประโยชน์ต้องกรอกแบบฟอร์มคำขอใช้ประโยชน์จากบทความให้ครบถ้วน และมีการอ้างอิงแหล่งที่มาอย่างชัดเจน

ปัจจุบัน  วารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกไม่มีค่าธรรมเนียนในการตีพิมพ์บทความวิชาการและงานวิจัยในวารสาร และไม่คิดค่าธรรมเนียม หากต้องการใช้ประโยชน์จากบทความวิชาการและงานวิจัย

คำอธิบายเกี่ยวกับนโยบายด้านลิขสิทธิ์ (จากทบทวนวรรณกรรม)

ลิขสิทธิ์ในงานวิชาการเป็นไปตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์  พ.ศ. 2537 มาตรา 4 และมาตรา 6 โดย             ผู้สร้างสรรค์หรือผู้วิจัยเป็น “เจ้าของลิขสิทธิ์” อย่างไรก็ตาม ลิขสิทธิ์ในงานวิชาการสามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 16 โดยทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอน และผู้รับโอนที่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรมและการใช้ประโยชน์ที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยจำนวนมากที่มีลักษณะเป็นการว่าจ้างให้ทำวิจัยจากแหล่งทุนต่างๆ จึงทำให้งานวิจัยย่อมตกเป็นลิขสิทธิ์แก้แหล่งทุน หรือผู้ว่าจ้างวิจัย ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10

ในกรณีที่มีการว่าจ้างหรือซื้อลิขสิทธิ์  โดยงานวิจัยถูกเขียนลงในหนังสือพิมพ์  วารสาร หรือนิตยสาร  โดยสื่อเหล่านั้นมีการจ่ายค่าตอบแทนจำนวนมาก มีลักษณะเป็นการซื้อหรือโอนลิขสิทธิ์ให้ “เจ้าของสำนักพิมพ์” เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ หากไม่มีการจ่ายค่าเขียน หรือจ่ายค่าตอบแทนเล็กน้อย ผู้เขียนบทความ หรือผ็วิจัยยังเป็นเจ้าของสิทธิ์เช่นเดิม

  1. นโยบาย
  • ด้านจริยธรรม/จรรยาบรรณของวารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
  • บรรณาธิการและกองบรรณาธิการต้องกำกับให้การดำเนินการของวารสารฯ เป็นไปตามนโยบาย และวัตถุประสงค์ให้ถูกต้องตามจริยธรรม/จรรยาบรรณ และจะดำเนินการอย่างเหมาะสมต่อผู้นิพนธ์ หรือบทความวิชาการ/บทวิจัยที่ตรวจพบว่ามีการกระทำผิดจริยธรรม/จรรยาบรรณ
  • ผลงานวิชาการ/งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ต้องผ่านการตรวจสอบเพื่อหลีกเลี่ยงการพิมพ์ซ้ำ/การซ้ำซ้อน และการลอกเลียนโดยมิชอบ/การแอบอ้างความคิดเห็นผู้อื่นมาเป็นของตนเอง (duplications/plagiarism) และมีการจัดการผลประโยชน์ทับซ้อน (COI) ในกระบวนการประเมิน และเผยแพร่ผลงานวิชาการ/งานวิจัย
  1. ความรับผิดชอบของบรรณาธิการ
  • บรรณาธิการรับผิดชอบดำเนินการทุกสิ่งในงานวารสารการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของวารสารฯ ปรับและพัฒนาความถูกต้องและคุณภาพวารสารให้มีมาตรฐานและมีความต่อเนื่อง
  • บรรณาธิการกำหนดกระบวนการพิจารณาคัดเลือก และตรวจสอบความถูกต้องของผลงานวิชาการ/งานวิจัย เพื่อเข้าสู่กระบวนการประเมินคุณภาพโดยพิจารณาอย่างสอดคล้องกับนโยบาย และวัตถุประสงค์ของวารสาร
  • บรรณาธิการไม่เปิดเผยข้อมูลของผลงานวิชาการ/งานวิจัย ผู้นิพนธ์และผู้ทรงคุณวุฒิ แก่บุคคลอื่นในกระบวนการประเมินคุณภาพผลงาน ยกเว้น ถูกร้องขอด้วยเหตุผลอันสมควร และไม่เกิดผลกระทบเชิงลบต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง
  • บรรณาธิการตรวจสอบและปกป้องมาตรฐานของทรัพย์สินทางปัญญาของผลงานวิชาการ/งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารฯ และตรวจสอบเพื่อหลีกเลี่ยงการพิมพ์ซ้ำ/ซ้ำซ้อน และการลอกเลียนโดยมิชอบ/การแอบอ้างความคิดเห็นของผู้อื่นมาเป็นของตร (duplications/plagiarism)
  • บรรณาธิการมีการสร้างระบบการจัดการผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of interest) ระหว่างบรรณาธิการ ผู้นิพนธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ และกองบรรณาธิการในการประเมินและเผยแพร่ผลงานวิชาการ/งานวิจัยอย่างเหมาะสม
  • บรรณาธิการ (และกองบรรณาธิการ) คัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิทยาการที่หลากหลาย และหลากหลายองค์กรทั้งภายในและภายนอกกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ตลอดจนจัดทำและปรับปรุง “คำแนะนำสำหรับผู้นิพนธ์”ให้ร่วมสมัยอย่างต่อเนื่อง
  • บรรณาธิการ มีกระบวนการยกเลิกบทความวิชาการที่ตรวจพบภายหลังว่าบทความวิชาการ/งานวิจัยมีความผิดพลาดสำคัญ หรือไม่ปฏิบัติตามความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์

 

  1. ความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์
  • ผู้นิพนธ์ต้องมีความซื่อสัตย์ มีคุณธรรม มีจริยธรรม และมีอิสระทางวิชาการโดยปราศจากอคติในทุกขั้นตอนของการวิจัย (ตามคู่มือ “จรรยาวิชาชีพของนักวิจัย และแนวทางปฏิบัติ” สำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ พ.ศ. 2554)
  • ผู้นิพนธ์ต้องรายงานผลงานวิชาการ/งานวิจัย จากข้อเท็จจริงจากการศึกษา ยึดถือความถูกต้องของข้อมูล ปราศจากข้อมูลที่เป็นเท็จและบิดเบือนข้อมูลให้คลาดเคลื่อนจากความจริง และจัดทำผลงานตาม “คำแนะนำสำหรับผู้นิพนธ์ 2562”
  • ผู้นิพนธ์ต้องอ้างอิงผลงานของผู้อื่นที่ปรากฏอยู่ในผลงานวิชาการ / งานวิจัยของตนเอง ต้องมีความสุจริตทางวิชาการ ไม่มีการกระทำที่เป็นการลอกเลียน / การแอบอ้างงานเขียน หรืองานสร้างสรรค์ของผู้อื่นทั้งหมดหรือนำมาบางส่วนใส่ในงานของตนเองโดยไม่มีการอ้างอิงแหล่งที่มา (plagiarism)
  • ผู้นิพนธ์ควรพยายามหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน (conflict of interest) มิให้เกิดขึ้น ทั้งในกระบวนการวิจัย และ/หรือ กระบวนการเผยแพร่ผลงานวิจัย ความสัมพันธ์นี้อาจเป็นความสัมพันธ์ด้านบวกหรือด้านลบก็ได้ หรือความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ความสัมพันธ์เชิงธุรกิจ ความสัมพันธ์ทางการเงิน ฯลฯ อันก่อให้เกิดอคติต่องานวิจัยได้ หากผู้นิพนธ์คาดว่าจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนในงานวิจัย ให้เปิดเผยต่อบรรณาธิการวารสารฯทราบล่วงหน้า และแหล่งทุนวิจัยจะต้องถูกกล่าวถึงในกิตติกรรมประกาศ
  • ผู้นิพนธ์ต้องมีความรับผิดชอบต่อผลงานตนเองและรับรองว่า ผลงานไม่เคยถูกตีพิมพ์ หรือกำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารอื่นใด
  • ผู้นิพนธ์ต้องระบุผู้เป็นเจ้าของผลงานวิชาการ/งานวิจัยร่วมทุกคน ระบุบทบาทและสัดส่วนของความรับผิดชอบอย่างชัดเจน ในกรณีที่มิได้มีผู้นิพนธ์คนเดียว
  • ในกรณีที่ผู้นิพนธ์ทำผิดต่อความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์ โดยเฉพาะข้อ 5.2, 5.3, 5.4 และ 5 กองบรรณาธิการจะตัดสิทธิ์ การตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี และกองบรรณาธิการวารสารฯ จะแจ้งหน่วยงานที่ผู้นิพนธ์สังกัดตามแต่กรณี

 

  1. ความรับผิดชอบของผู้ทรงคุณวุฒิ/ผู้ทบทวน (reviewer)
  • ผู้ทรงคุณวุฒิ/ผู้ทบทวน มีบทบาทประเมินและให้ข้อเสนอแนะทางวิชาการต่อผลงานวิชาการ/งานวิจัยด้วยความเป็นธรรมและปราศจากอคติ และช่วยเหลือบรรณาธิการพิจารณาถึงความเหมาะสมในการตีพิมพ์ผลงานวิชาการ/งานวิจัย ในวารสารฯและช่วยเหลือผู้นิพนธ์เพื่อพัฒนาความถูกต้องและคุณภาพของผลงานให้ดีขึ้น
  • ผู้ทรงคุณวุฒิ/ผู้ทบทวนควรประเมินผลงานวิชาการ/งานวิจัย ในสาขาวิทยาการที่ตนเองมีความเชี่ยวชาญ และควรถอนตัวจากการพิจารณาผลงานวิชาการ/งานวิจัย หากพบว่า ตนเองไม่อาจประเมินผลงานวิชาการ/งานวิจัยได้ด้วยเหตุผลใดก็ตาม โดยแจ้งให้บรรณาธิการรับทราบ
  • ผู้ทรงคุณวุฒิ/ผู้ทบทวน ต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน (conflict of interest) และผลประโยชน์เชิงแข่งขัน (competing interest) กับผู้นิพนธ์หรือผลงานวิชาการ/งานวิจัยที่ตนเองประเมิน
  • ผู้ทรงคุณวุฒิ/ผู้ทบทวน ต้องรักษาความลับเกี่ยวกับผลงานวิชาการ/งานวิจัยที่อยู่ในระหว่างกระบวนการประเมินและทบทวนของตนเอง ไม่ควรแสดงความคิดเห็น หรืออภิปรายแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับผลงานที่ยังไม่ได้รับการตีพิมพ์ ในกรณีที่ผู้ทรงคุณวุฒิต้องการให้มีผู้ร่วมทบทวนผลงานด้วย จะต้องได้รับความเห็นชอบจากบรรณาธิการก่อน และจะต้องปรากฏชื่อของผู้ทบทวนร่วมในแบบประเมินผลงานด้วย
  • หากผู้ทรงคุณวุฒิ/ผู้ทบทวน พบว่า ผลงานวิชาการ/งานวิจัยที่ทบทวนประเมินมีส่วนหนึ่งส่วนใดที่มีความเหมือนหรือความซ้ำซ้อนกับผลงานอื่น ผู้ทรงคุณวุฒิต้องแจ้งให้บรรณาธิการทราบเพื่อจัดการให้เหม่ะสมต่อไป
  • ผู้ทรงคุณวุฒิ/ผู้ทบทวน ควรแนะนำผลงานวิชาการ/งานวิจัยอื่นที่สำคัญ และเป็นประโยชน์ต่อผลงานซึ่งผู้นิพนธ์ยังมิได้อ้างอิง แต่ไม่แนะนำผู้นิพนธ์อ้างอิงผลงานของตนเอง