การสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากของหญิงตั้งครรภ์: กรณีศึกษา โรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่ง จังหวัดสุพรรณบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากและการดูแลสุขภาพช่องปากของหญิงตั้งครรภ์ที่มารับบริการฝากครรภ์ ณ โรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่ง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยประยุกต์ใช้แนวคิดความรอบรู้ด้านสุขภาพของ Nutbeam (2008) กลุ่มตัวอย่างคือหญิงตั้งครรภ์ที่มารับบริการคลินิกฝากครรภ์ จำนวน 87 คน ได้จากการสุ่มแบบบังเอิญ เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามประกอบด้วย ข้อมูลส่วนบุคคล พฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปาก และความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากของหญิงตั้งครรภ์ มีค่าความเชื่อมั่นโดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์อัลฟาของครอนบาค เท่ากับ 0.76 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า หญิงตั้งครรภ์ส่วนใหญ่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากโดยรวมอยู่ในระดับดี (Mean = 2.60, S.D. = 0.48) และทุกด้านทั้ง 5 ด้านอยู่ในระดับดี ได้แก่ การเข้าถึงข้อมูล ความเข้าใจ การไต่ถาม การตัดสินใจ และการนำไปใช้ โดยด้านที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุดคือความเข้าใจ (Mean = 2.80, S.D. = 0.38) รองลงมาการตัดสินใจ (Mean = 2.67, S.D. = 0.51) และด้านที่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำสุดคือการไต่ถาม (Mean = 2.38, S.D. = 0.48) ส่วนการดูแลสุขภาพช่องปากของหญิงตั้งครรภ์พบว่า ส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการดูแลช่องปากเบื้องต้นที่ดี และเข้ารับบริการทางทันตกรรมร้อยละ 100 อย่างไรก็ตาม ยังมีช่องว่างในด้านการรักษาโรคเหงือก การแปรงฟันหลังอาหาร และพฤติกรรมการบริโภค
ข้อเสนอแนะจากการวิจัยคือควรส่งเสริมโปรแกรมความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากที่เน้นการไต่ถาม ส่งเสริมบทบาทเชิงรุกของทันตบุคลากร และสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากเพื่อเพิ่มโอกาสในการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองและทารกในครรภ์
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา
เอกสารอ้างอิง
กรมอนามัย. (2563). รายงานสถานการณ์ทันตสุขภาพประเทศไทย. กระทรวงสาธารณสุข.
กระทรวงสาธารณสุข. (2567). ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ.
https://www.dga.or.th/document-sharing/infographic/36119/
ขวัญเมือง แก้วดำเกิง. (2562). ความรอบรู้ด้านสุขภาพ. บริษัทอมรินทร์ พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน).
จิราพร ไพศาลสินสุข. (2561). การสร้างเครื่องมือวัดความรอบรู้ด้านการดูแลสุขภาพช่องปากของกลุ่มหญิงตั้งครรภ์
ที่มารับบริการฝากครรภ์ คลินิกฝากครรภ์ สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง (รายงานวิจัย). งานทันตสาธารณสุข สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง. กรมอนามัย.
ชณัฐดา สืบสิงห์คาร, สุธิดา กันหา, อรวรรณ นามมนตรี, & ณัฐฐินันท์ ทองปฐมวงศ์. (2560). สภาวะฟันผุและปัจจัยที่
มีความสัมพันธ์ต่อการเข้ารับบริการทันตกรรมของหญิงตั้งครรภ์ โรงพยาบาลสังคม จังหวัดหนองคาย. วารสารทันตาภิบาล, 28(1), 62–71.
ฐิรวรรณ บัวแย้ม, ศรัญญา ตันเจริญ, & นาถสุดา โชติวัฒนากุลชัย. (2564). การดูแลสุขภาพช่องปากในสตรีตั้งครรภ์
เพื่อลดภาวะเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด: บทบาทพยาบาล. เวชบันทึกศิริราช, 14(1), 35–40.
ณัฐพร อุทัยธรรม, นภาภรณ์ เกตุทอง, & ชณุตพร สมใจ. (2564). ปัจจัยทำนายความรอบรู้ทางด้านสุขภาพหญิง
ตั้งครรภ์. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี, 4(2), 53–65.
Hong, H. H., Chen, Y. H., Cheng, P. J., Chang, M. U., & Chuang, L. L. (2023). Risk factors associated
with periodontal disease and its impact on quality of life among pregnant women. Journal of Obstetrics and Gynaecology, 43(2), 1–6. https://www.tandfonline.com/doi/full/10.1080/01443615.2023.2264382
Javali, M. A., Saquib, S. A., Khader, M. A., Khalid, I., Alshahrani, A. Y., Kanji, M. A., & Asiri, E. (2022).
Oral health knowledge, attitude, and practice of pregnant women in Deccan, South India: A
cross-sectional prenatal survey. Journal of Medicine and Life, 15(3), 420–424.
https://doi.org/10.25122/jml-2019-0095
Marla, V., Srii, R., Roy, K. D., & Ajmera, H. (2018). The importance of oral health during pregnancy: A
review. MedicalExpress.
https://doi.org/10.5935/MedicalExpress.2018.mr.002
Nutbeam, D. (2000). Health literacy as a public health goal: A challenge for contemporary health
education and communication strategies into the 21st century. Health Promotion International, 15(3), 259–267.
https://doi.org/10.1093/heapro/15.3.259
Nutbeam, D. (2008). The evolving concept of health literacy. Social Science & Medicine, 67(12),
–2078.