https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JAHSCH/issue/feed วารสารสหเวชศาสตร์และสุขภาพชุมชน (Online) 2026-05-04T11:39:38+07:00 ดร.สฤษดิ์ ผาอาจ sarit@yala.ac.th Open Journal Systems <p>วารสารสหเวชศาสตร์ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา เป็นวารสารวิชาการราย 4 เดือน มีกำหนดเผยแพร่ปีละ 3 ฉบับ ขอเชิญท่านที่สนใจส่งบทความวิจัย&nbsp; บทความวิชาการ บทความปริทัศน์ บทความปริทัศน์หนังสือ สารคดี ด้านสหเวชศาสตร์ ด้านการสาธารณสุข การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก การพยาบาล วิทยาศาสตร์สุขภาพ การเรียนการสอน หรือด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาตีพิมพ์เผยแพร่ ทั้งนี้ ผลงานดังกล่าวต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ในระหว่างการพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารอื่น</p> https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JAHSCH/article/view/287039 แนวทางการตรวจสอบสินทรัพย์ของหน่วยบริการในเขตสุขภาพที่ 8 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข 2026-03-20T13:12:47+07:00 สกานดา ศรีบัวขาว onreg10991@hotmail.com <p>สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยเขตสุขภาพที่ 8 มีหน่วยบริการในกำกับรวมทั้งสิ้น 88 หน่วยบริการ และ 18 หน่วยเบิกจ่าย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายงานการเงินภาพรวมระดับกรม รายการสินทรัพย์ถาวรและลูกหนี้ค่ารักษาพยาบาลถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลต่อฐานะทางการเงินและสภาพคล่องของหน่วยบริการ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์และปัญหาการบริหารจัดการสินทรัพย์ถาวรและลูกหนี้ค่ารักษาพยาบาลของหน่วยบริการในเขตสุขภาพที่ 8 วิเคราะห์ผลการตรวจสอบและประเมินประสิทธิภาพของระบบการควบคุมภายในที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งพัฒนาแนวทางการตรวจสอบสินทรัพย์ถาวรและลูกหนี้ค่ารักษาพยาบาลสำหรับหน่วยบริการในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข</p> <p>ผลการศึกษาจากการตรวจราชการและนิเทศงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และ พ.ศ. 2568 ภายใต้ตัวชี้วัดการตรวจสอบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพรายงานการเงินในหมวดสินทรัพย์ถาวรและลูกหนี้ค่ารักษาพยาบาล พบว่า หน่วยบริการยังขาดมาตรฐานและแนวทางการปฏิบัติงานที่เป็นเอกภาพ ส่งผลให้กระบวนการบันทึก การติดตาม และการรายงานข้อมูลทางการเงินมีความแตกต่างกัน รวมทั้งขาดระบบติดตามลูกหนี้และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเป็นระบบ ทำให้ข้อมูลทางการเงินไม่สามารถนำไปใช้สนับสนุนการตัดสินใจเชิงบริหารได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ</p> <p>ดังนั้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; จึงได้พัฒนาแนวทางการตรวจสอบสินทรัพย์ถาวรและลูกหนี้ค่ารักษาพยาบาลสำหรับหน่วยบริการในเขตสุขภาพที่ 8 เพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการปฏิบัติงานร่วมกันของหน่วยบริการ แนวทางดังกล่าวมุ่งเน้นการเพิ่มความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูลทางการเงิน ยกระดับคุณภาพระบบงาน และสนับสนุนการบริหารจัดการด้านการเงินการคลังของหน่วยบริการให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน</p> 2026-03-20T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JAHSCH/article/view/286053 การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุโดยชุมชนตำบลศรีสุข อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ 2026-02-11T06:56:52+07:00 วิโชติ ผ้าผิวดี meevichotmee121@gmail.com <p>ศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) &nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพื่อศึกษาหารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุโดยชุมชนตำบลศรีสุข อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ กลุ่มเป้าหมายได้แก่ ผู้สูงอายุในพื้นที่ตำบลศรีสุข อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ ในปี พ.ศ.2568 จำนวน 30 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามและแบบประเมินการส่งเสริมสุขภาพดี (Wellness Plan)การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการศึกษาพบว่าก่อนดำเนินการ การประเมินพฤติกรรมการมีสุขภาพดีประกอบด้วย 6 องค์ประกอบของผู้สูงอายุ ผลการประเมินความเสี่ยงด้านที่ 1 การเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุมีความเสี่ยงร้อยละ 40 ด้านที่ 2 โภชนาการสำหรับผู้สูงอายุ มีความเสี่ยงด้านพฤติกรรมการกินอาหารร้อยละ 23.3 ด้านที่ 3 สุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุมีความเสี่ยงร้อยละ 50 ด้านที่ 4 ผู้สูงอายุสมองดีมีความเสี่ยงร้อยละ 30 ด้านที่ 5ความสุขของผู้สูงอายุมีความเสี่ยงร้อยละ 10 ด้านที่ 6 สิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ มีความเสี่ยงร้อยละ 40 ภายหลังดำเนินการ พบว่า ด้านการเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุ ด้านโภชนาการสำหรับผู้สูงอายุ ด้านสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุสมองดี ด้านความสุขของผู้สูงอายุมีความเสี่ยง ด้านสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยมีความเสี่ยงลดลงร้อยละ 10, 16.7, 40, 20, 6.7และ16.7 ตามลำดับ</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; โดยสรุปกระบวนการจัดทำแผนสุขภาพดี (Wellness Plan) สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทั้ง 6 ด้านที่สามารถส่งผลให้ผู้สูงอายุดำรงชีวิตได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย</p> 2026-02-14T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JAHSCH/article/view/288286 ผลลัพธ์ทางการพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน ในโรงพยาบาลสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช 2026-05-04T11:39:38+07:00 มะลิวรรณ โต๊ะหวันแส้ montiramung@hotmail.com จิราวรรณ รอดมณี montiramung@hotmail.com มณฑิรา ชาญณรงค์ montiramung@hotmail.com <p>การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลลัพธ์ทางการพยาบาลเพื่อส่งเสริมการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของผู้ป่วยหลังผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลันในโรงพยาบาลสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นการศึกษาย้อนหลังในเวชระเบียนผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลันที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย จำนวน 193 ราย เก็บข้อมูลโดยใช้แบบบันทึกข้อมูลที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นจากการทบทวนวรรณกรรม ผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่านมีค่าดัชนีความสอดคล้องรายข้อ อยู่ระหว่าง 0.67 ถึง 1.00 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ฟิชเชอร์เอกแซคเทส</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ 52.8 มีอายุเฉลี่ย 33.85 ± 20.07 ปี โดยมีอายุอยู่ในช่วง 15-30 ปีมากที่สุด ร้อยละ 32.1 ส่วนใหญ่เป็น เกษตรกร/รับจ้างทั่วไป ร้อยละ 47.7 และไม่มีโรคประจำตัว ร้อยละ 79.8 กิจกรรมการพยาบาลเพื่อส่งเสริมการฟื้นตัวเร็วหลังผ่าตัดที่ได้รับมากที่สุด คือ การดูแลบาดแผล ร้อยละ 98.4 รองลงมาคือ การเตรียมความพร้อมก่อนจำหน่าย ร้อยละ 97.9 การจัดการความปวด ร้อยละ 94.3 และ การกระตุ้นลุกเดินครั้งแรก ร้อยละ 68.9 และการพยาบาลที่ได้รับน้อยที่สุด คือ การฝึกหายใจและไอ เพียงร้อยละ 2.1 สำหรับผลลัพธ์ทางการพยาบาลผู้ป่วยหลังผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด ร้อยละ 94.3 มีระยะเวลาการนอนโรงพยาบาลเฉลี่ย 6.13±3.87 วัน โดยส่วนใหญ่สามารถจำหน่ายกลับบ้านได้ภายใน 7 วัน ร้อยละ 78.8 ทุกรายมีสถานะการจำหน่ายแบบอาการดีขึ้น ร้อยละ 100 และไม่มีการกลับมารับการรักษาซ้ำภายใน 28 วัน ร้อยละ 98.4 ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ พบว่า การกระตุ้นลุกเดินมีความสัมพันธ์กับระยะเวลาการนอนโรงพยาบาลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P &lt; 0.05) ในขณะที่กิจกรรมการพยาบาลอื่น ๆ ไม่มีความสัมพันธ์กับผลลัพธ์ทางการพยาบาล</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ดังนั้นควรพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลทางคลินิกเพื่อส่งเสริมการฟื้นตัวที่รวดเร็วที่เน้นการกระตุ้นลุกเดินโดยเร็วอย่างเป็นระบบแทนการให้การพยาบาลแบบทั่วไป เพื่อลดความเบี่ยงเบนของระยะเวลาการนอนโรงพยาบาลและยกระดับมาตรฐานการดูแลให้ดียิ่งขึ้น</p> 2026-05-04T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026