วารสารสหเวชศาสตร์และสุขภาพชุมชน (Online) https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JAHSCH <p>วารสารสหเวชศาสตร์ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา เป็นวารสารวิชาการราย 4 เดือน มีกำหนดเผยแพร่ปีละ 3 ฉบับ ขอเชิญท่านที่สนใจส่งบทความวิจัย&nbsp; บทความวิชาการ บทความปริทัศน์ บทความปริทัศน์หนังสือ สารคดี ด้านสหเวชศาสตร์ ด้านการสาธารณสุข การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก การพยาบาล วิทยาศาสตร์สุขภาพ การเรียนการสอน หรือด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาตีพิมพ์เผยแพร่ ทั้งนี้ ผลงานดังกล่าวต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ในระหว่างการพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารอื่น</p> th-TH <p>บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา</p> <p>&nbsp;</p> sarit@yala.ac.th (ดร.สฤษดิ์ ผาอาจ) sarit@yala.ac.th (ดร.สุทธิศักดิ์ สุริรักษ์) Fri, 06 Jun 2025 06:32:02 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 สมองที่สองกับประสาทลงท้อง https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JAHSCH/article/view/280092 รศ.ดร.เสรี พงศ์พิศ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JAHSCH/article/view/280092 Fri, 06 Jun 2025 00:00:00 +0700 การศึกษาสมรรถนะการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JAHSCH/article/view/284251 <p>สมรรถนะการปฏิบัติงานพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 เป็นผลรวมของความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะ ซึ่งต้องสามารถปฏิบัติงานในฐานะผู้ตรวจประเมินรับรองมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพให้มีคุณภาพมาตรฐาน ซึ่งเป็นการคุ้มครองสุขภาพและสิทธิของผู้บริโภคให้เกิดความปลอดภัย สร้างความประทับใจในการรับบริการและกลับมาใช้บริการซ้ำ และช่วยให้ธุรกิจบริการเพื่อสุขภาพได้รับความเชื่อมั่นและสร้างศักยภาพทางการแข่งขัน</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การตรวจประเมินรับรองมาตรฐาน ซึ่งดำเนินการโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 มีเป้าหมายสำคัญคือ (1) การให้ได้หลักฐานข้อเท็จจริงของการตรวจประเมิน ซึ่งหมายถึง บันทึก ถ้อยคำที่แสดงความจริงหรือข่าวสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเกณฑ์การตรวจประเมิน&nbsp; และ (2) ประเมินได้ว่าผลการตรวจประเมินในข้อ (1) นั้น เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานการตรวจประเมินที่กำหนด ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจะต้องมีความรู้ความสามารถหรือสมรรถนะที่เหมาะสมในการปฏิบัติงานที่ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในระดับสูง</p> <p>กรอบสมรรถนะที่พึงประสงค์ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 ควรมีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ (1) ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกิจการเพื่อสุขภาพและการบังคับใช้กฎหมาย (2) ความสามารถในการวางแผนเตรียมความพร้อมการดำเนินการตรวจประเมินรับรอง (3) ความสามารถในเชิงเทคนิควิธีการตรวจประเมินรับรอง (4) การวิเคราะห์วินิจฉัยการตรวจประเมินรับรอง และ (5) การเป็นบุคคลที่การยึดหลักความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือในการวัดการประเมินผลสัมฤทธิ์และพัฒนา&nbsp; ขีดความสามารถของหน่วยงานให้บรรลุเป้าหมายตามเจตนารมณ์ของกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น</p> <p>&nbsp;</p> ชัยณรงค์ สังข์จ่าง ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JAHSCH/article/view/284251 Sun, 30 Nov 2025 00:00:00 +0700 บทความปริทัศน์หนังสือ แสงสว่าง พลัง และความหวัง: เครือข่ายสุขภาพปฐมภูมิ สู่คนไข้ ญาติ และชุมชน https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JAHSCH/article/view/284254 อามานี อาบูดอแล ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JAHSCH/article/view/284254 Sun, 30 Nov 2025 00:00:00 +0700 พฤติกรรมการสูบบุหรี่ของเยาวชนตำบลบ้านหาร อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JAHSCH/article/view/280074 <p>การวิจัยเชิงสำรวจแบบตัดขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของเยาวชน และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ของเยาวชน ในตำบลบ้านหาร อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา กลุ่มตัวอย่างเป็นเยาวชนในสถานศึกษา&nbsp; จำนวน 103 คน เลือกแบบเจาะจง&nbsp; เก็บรวบรวมข้อมลู ในช่วงเดือนตุลาคม ถึง-ธันวาคม พ.ศ. 2567 เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถาม ประกอบด้วย ข้อมูลส่วนบุคคล พฤติกรรมการสูบบุหรี่ ทัศนคติเกี่ยวกับการสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่ของคนใกล้ชิด การได้รับควันบุหรี่จากผู้สูบข้างเคียง การรับรู้กฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ การโฆษณาและส่งเสริมการขาย และการสอนเกี่ยวกับบุหรี่ในโรงเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และการทดสอบไคสแควร์</p> <p>ผลการศึกษา พบว่า เยาวชนมีพฤติกรรมการสูบบุหรี่ร้อยละ 25.2 สูบเกือบทุกวันร้อยละ 7.7 สูบ 11-20 มวนต่อวันร้อยละ 7.7 ส่วนใหญ่ผู้อื่นให้และขอจากผู้อื่นร้อยละ 46.1 สูบบุหรี่ซองร้อยละ 57.7 บุหรี่ไฟฟ้าร้อยละ 30.8 และบุหรี่มวนเองร้อยละ 15.4 สถานที่สูบบุหรี่ส่วนใหญ่เป็นบ้านเพื่อนร้อยละ 46.3 ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของเยาวชน ได้แก่ เพศ การได้รับเงินใช้จ่ายรายเดือน การวางแผนอนาคตกับการสูบบุหรี่ อีก 12 เดือน และอีก 5 ปี มีเพื่อนสูบบุหรี่ การได้รับควันบุหรี่จากผู้สูบข้างเคียงนอกบ้านช่วง 7 วันที่ผ่านมา และเคยได้รับการแจกบุหรี่ฟรี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</p> กรรณิการ์ ปิ่นทองพันธุ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JAHSCH/article/view/280074 Fri, 06 Jun 2025 00:00:00 +0700 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดยะลา https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JAHSCH/article/view/284227 <p>การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงวิเคราะห์ภาคตัดขวาง (Analytical cross-sectional study) เพื่อศึกษาระดับความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกของนักเรียนมัธยมตอนต้นโรงเรียนแห่งหนึ่ง จังหวัดยะลา และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกของนักเรียนมัธยมตอนต้นโรงเรียนแห่งหนึ่ง จังหวัดยะลา กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นโรงเรียนแห่งหนึ่ง จังหวัดยะลา ปีการศึกษา 2566 จำนวน 179 คน&nbsp; เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและใช้สถิติไคสแควร์ Chi - square Test วิเคราะห์ความสัมพันธ์</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า ความรู้เกี่ยวกับโรคไข้เลือดออก อยู่ในระดับความรู้ปานกลาง ร้อยละ 43.58 ทัศนคติเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออก อยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 49.16 และพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 51.96 &nbsp;ปัจจัยด้านระดับชั้นการศึกษา (p= 0.049) และทัศนคติเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออก (p&lt;0.001) มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นโรงเรียนแห่งหนึ่ง จังหวัดยะลา</p> <p>การส่งเสริมสร้างความรู้ ความตระหนักด้านการป้องกันไข้เลือดออก และการสร้างทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกอาจมีส่วนช่วยส่งเสริมให้นักเรียนมีพฤติกรรมการป้องกันไข้เลือดออกที่ดี ซึ่งอาจส่งผลช่วยลดการเกิดโรคไข้เลือดออกในโรงเรียนและชุมชนต่อไปในอนาคต</p> นูรีซา ซาเลง, ชมพูนุช สุภาพวานิช, กมลชนก ชูเกื้อ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JAHSCH/article/view/284227 Fri, 28 Nov 2025 00:00:00 +0700