การส่งเสริมการดูแลสุขภาพตนเองทุกกลุ่มวัย เพื่อป้องกันโรคความดันโลหิตสูง

Main Article Content

ปัณณทัต พุทธรักษา

บทคัดย่อ

ปัจจุบัน โรคความดันโลหิตสูงเป็นภาวะเรื้อรังที่มีความสำคัญทางสาธารณสุขในระดับโลก และเป็นสาเหตุสำคัญของการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง ภาวะดังกล่าวเกิดจากระดับความดันโลหิตในหลอดเลือดแดงที่สูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะไตวายเรื้อรัง แม้ว่าจะมีแนวทางในการควบคุมและรักษาที่มีประสิทธิภาพทั้งการใช้ยาและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในการดูแลตนเอง แต่การจัดการโรคความดันโลหิตสูงในระดับประชาชนและระดับระบบบริการสุขภาพยังคงเผชิญกับอุปสรรคสำคัญ ส่งผลให้การลดภาระโรคดังกล่าวยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร


บทความนี้มุ่งวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาที่พบอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การขาดความรู้ ความตระหนัก และการดูแลตนเองของประชาชนเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง เนื่องจากโรคดังกล่าวมักไม่แสดงอาการที่ชัดเจน ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากไม่ได้รับการตรวจคัดกรองหรือการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น นำไปสู่การเกิดภาวะแทรกซ้อนที่สามารถป้องกันได้ยากหากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมและทันท่วงที นอกจากนี้ ปัญหาการไม่รับการรักษาอย่างต่อเนื่องยังสัมพันธ์กับปัจจัยหลายประการ ได้แก่ การขาดความรู้และทัศนคติที่เหมาะสมต่อโรค ความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงของยา ความยากลำบากทางเศรษฐกิจ และความเชื่อว่าการไม่มีอาการหมายถึงไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้การควบคุมโรคความดันโลหิตสูงเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น ดังนั้น การส่งเสริมความตระหนักรู้และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของประชาชนในทุกกลุ่มวัย จึงเป็นแนวทางสำคัญในการป้องกันและลดปัญหาโรคความดันโลหิตสูงอย่างยั่งยืน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
พุทธรักษา ป. . (2026). การส่งเสริมการดูแลสุขภาพตนเองทุกกลุ่มวัย เพื่อป้องกันโรคความดันโลหิตสูง. วารสารสหเวชศาสตร์และสุขภาพชุมชน (Online), 2(3), 1–7. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JAHSCH/article/view/285609
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

กลุ่มพัฒนาระบบสาธารณสุข, สำนักโรคไม่ติดต่อ, กรมควบคุมโรค. (2565). ประเด็นสารรณรงค์วันความดันโลหิตสูงโลก

ปี 2565. http://www.thaincd.com/document/file/info/.../ประเด็นสารวันความดันโลหิตสูง_61.pdf

กิ่งกาญจน์ กฤษณสุวรรณ. (2560). พฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ห้องตรวจโรคผู้บังคับบัญชา

ระดับสูง โรงพยาบาลตำรวจ. วารสารพยาบาลตำรวจและวิทยาศาสตร์สุขภาพ.

นลินี หนูห่วง. (2566). ความสัมพันธ์ความรอบรู้ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง

. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา, 8(4).

กรมควบคุมโรค. (2568). การรณรงค์วันความดันโลหิตสูงโลก ปี 2568. สำนักสื่อความเสี่ยงและพฤติกรรมสุขภาพ.

https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=52652&deptcode=brc&newsviews=1507

สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย. (2562). แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2562.

สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย.

สุรเดช สำราญจิตต์. (2565). พฤติกรรมสุขภาพทางสาธารณสุข. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม. (2565). ระบบคลังข้อมูลสุขภาพ: รายงานโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ประจำปี 2565.

พิไลลักษณ์ เจริญฤทธิ์, & สุรเดช สำราญจิตต์. (2566). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรค

ความดันโลหิตสูงที่มารับบริการคลินิกความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลหาดสำราญเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา

อำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง. ใน รายงานการประชุมวิชาการสมาคมพยาบาลทหารบก พ.ศ. 2566.

ณัฐธยาน์ ชาวเมือง. (2566). เภสัชบำบัดในโรคความดันโลหิตสูงและการอัปเดตแนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงใน

ปัจจุบัน. ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องทางเภสัชศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา.

World Health Organization. (1986). Ottawa charter for health promotion: The first international

conference on health promotion. World Health Organization.

World Health Organization. (2013). A global brief on hypertension: Silent killer, global public health

crisis. World Health Organization.