ปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ในอากาศภายในห้องเรียนและห้องสำนักงาน อาคารวิทยาศาสตร์ชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
คำสำคัญ:
เชื้อราในอากาศ , เชื้อแบคทีเรียในอากาศ , ห้องเรียน , ห้องสำนักงานบทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความเข้มข้นของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราในอากาศ ศึกษาความสัมพันธ์กับปัจจัยทางกายภาพ (อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ ความเร็วลม) และเปรียบเทียบปริมาณเชื้อระหว่างช่วงเช้าและช่วงบ่าย ภายในห้องเรียนจำนวน 5 ห้อง และห้องสำนักงานจำนวน 1 ห้อง อาคารวิทยาศาสตร์ชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เก็บตัวอย่างอากาศด้วยเครื่อง Single Stage Impactor ตามวิธีมาตรฐาน NIOSH Method 0800 ช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม 2568 รวมทั้งสิ้น 96 ตัวอย่าง ที่ระดับความสูง 1.5 เมตร ประเมินผลเปรียบเทียบกับเกณฑ์แนะนำของกรมอนามัย (ประเทศไทย) SPRING Singapore และ NIOSH วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ Paired Samples Test และ Spearman Rank Correlation ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% (p < 0.05) ผลการศึกษา พบว่า ปริมาณความเข้มข้นของเชื้อแบคทีเรียช่วงเช้าและช่วงบ่ายมีค่าอยู่ระหว่าง 75.58–226.74 CFU/m3 และ 72.64–388.69 CFU/m3 ตามลำดับ ส่วนเชื้อราช่วงเช้าและช่วงบ่ายมีค่าอยู่ระหว่าง 211.99–400.47 CFU/m3 และ 106.99–314.09 CFU/m3 ตามลำดับ ซึ่งปริมาณจุลินทรีย์ทั้งหมดที่ตรวจพบในทุกห้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานของกรมอนามัยและสิงคโปร์ (ไม่เกิน 500 CFU/m3) รวมถึง NIOSH (ไม่เกิน 1,000 CFU/m3) ด้านการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ พบว่า อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ และความเร็วลม ไม่มีความสัมพันธ์กับปริมาณเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ปริมาณเชื้อระหว่างช่วงเช้าและช่วงบ่ายไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ทั้งแบคทีเรีย (p = 0.201) และเชื้อรา (p = 0.109) ข้อเสนอแนะจากการศึกษา ควรมีการทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้ และชั้นวางของอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดการสะสมและป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อโรคบริเวณพื้นผิวสัมผัสต่างๆ
Downloads
เอกสารอ้างอิง
Gilbert JA, Hartmann EM. The indoors microbiome and human health. Nature Reviews Microbiology 2024; 22(12): 742–55.
Chawla H, Anand P, Garg K, et al. A comprehensive review of microbial contamination in the indoor environment: sources, sampling, health risks, and mitigation strategies. Frontiers in Public Health 2023; 11: 1285393.
พรชรัฐ สายยุทธ. ปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ในอากาศและคุณภาพอากาศในอาคารของโรงพยาบาล : กรณีศึกษา โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิชาการ สคร. 9 2563; 26(1): 14-24.
Branco PTBS, Sousa SIV, Dudzińska MR, et al. A review of relevant parameters for assessing indoor air quality in educational facilities. Environmental Research 2024; 261: 119713.
Grassie D, Milczewska K, Renneboog S, Scuderi F, Dimitroulopoulou S. Impact of Indoor Air Quality, Including Thermal Conditions, in Educational Buildings on Health, Wellbeing, and Performance: A Scoping Review. Environments 2025; 12(8): 261.
Di Loreto S, Falone M, Pierantozzi M, Montelpare S. Field Measurements of Indoor Environmental Quality in School Buildings Post-COVID-19: Systematic Review. Applied Sciences 2025; 15: 5692.
นุชจรี นะรินยา, ขนิษฐกุล คูณเมือง และพรพรรณ สกุลคู. การประเมินการปนเปื้อนปริมาณเชื้อราในอากาศภายในห้องเรียนและห้องปฏิบัติการ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ 2560; 10(1): 11-18.
อารุญ เกตุสาคร, และรุจิพรรณ แฝงจินดา. การประเมินคุณภาพอากาศภายในห้องเรียน. วารสารคณะพลศึกษา 2558; 18(1), 238-47.
ปมณฑ์ ภูมาศ. การตรวจสอบคุณภาพอากาศ ภายในอาคารของห้องเรียนบางห้องในภาควิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วทท.) 2564; 29(1): 91-100.
Miriam K. Lonon. [Internet]. NIOSH Manual of Analytical Methods (NMAM), Fourth Edition. 1998. (cited 2026 May 14] Available from:https://stacks.cdc.gov/view/cdc/176455
Qian J, Hospodsky D, Yamamoto N, Nazaroff WW, Peccia J. Size-resolved emission rates of airborne bacteria and fungi in an occupied classroom. Indoor Air 2012; 22(4): 339–51.
Rai, S., Singh, D. K., & Kumar, A. Microbial, environmental and anthropogenic factors influencing the indoor microbiome of the built environment. Journal of Basic Microbiology 2021; 61(4): 267–92.
Bhangar S, Huffman JA, Nazaroff WW. Size-resolved fluorescent biological aerosol particle concentrations and occupant emissions in a university classroom. Indoor Air 2014; 24(6): 604–17.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการแพทย์และสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์และสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์และสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารการแพทย์และสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กองบรรณาธิการไม่สงวนสิทธิ์ในการคัดลอกเพื่อการพัฒนางานด้านวิชาการ แต่ต้องได้รับการอ้างอิงที่ถูกต้องเหมาะสม