ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความล้าทางด้านร่างกายและจิตใจ ด้วยค่าดัชนีความผิดปกติ (Abnormal index: AI) ของผู้ประกอบอาชีพปั้นเตาอั้งโล่

ผู้แต่ง

  • เนติพงษ์ กันยามา สาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ภาควิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพและสุขภาพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
  • สุภากรณ์ คำภาบุญ สาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ภาควิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพและสุขภาพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
  • อารยา ราชสุวรรณ์ สาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ภาควิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพและสุขภาพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
  • พรทิพย์ ทาบทอง สาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ภาควิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพและสุขภาพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

คำสำคัญ:

ความล้าทางด้านร่างกายและจิตใจ , Abnormal Index(AI) , อาชีพปั้นเตาอั้งโล่

บทคัดย่อ

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความล้าทางด้านร่างกายและจิตใจ ด้วยค่าดัชนีความผิดปกติ (Abnormal Index : AI) ของผู้ประกอบอาชีพปั้นเตาอั้งโล่แห่งหนึ่ง ในอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 83 คน เครื่องมือในการวิจัยเป็นแบบประเมินความล้าทางด้านร่างกายและจิตใจ ด้วยค่าดัชนีความผิดปกติ (AI) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมานใช้ Fisher's Exact Test ทดสอบที่ระดับความเชื่อมั่น 95% เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความล้าทางด้านร่างกายและจิตใจ ด้วยค่าดัชนีความผิดปกติ (AI) ผลการศึกษา พบว่า ค่าดัชนีความผิดปกติ (AI) ส่วนใหญ่มีค่าคะแนนเฉลี่ยความเสี่ยงสูง หรือเริ่มเป็นปัญหามากจนรับไม่ได้ ร้อยละ31.32 (AI =3.01 – 4.00) ขั้นตอนการหาแหล่งดินและเตรียมดินเหนียว มีค่าคะแนนเฉลี่ย AI มากสุด รองลงมาคือขั้นตอนการเผาเตาหลังจากตกแต่ง เมื่อพิจารณาค่าดัชนีความผิดปกติ (AI) รายข้อ พบว่า ความรับผิดชอบในการทำงาน มีค่าคะแนนเฉลี่ยมากสุด รองลงมาคือความล้าหลังการทำงาน โดยระยะเวลาการทำงานมีความสัมพันธ์กับความล้าทางด้านร่างกายและจิตใจด้วยค่าดัชนีความผิดปกติ (AI) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value = 0.022) ดังนั้นในขั้นตอนดังกล่าวควรปรับเปลี่ยนสถานีงานให้ถูกต้องตามหลักการยศาสตร์ และลดระยะเวลาการทำงานเพื่อป้องกันการเกิดความล้าทางด้านร่างกายและจิตใจของผู้ประกอบอาชีพปั้นเตาอั้งโล่

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

Bridger RS. Introduction to Ergonomics. 3rd ed. Boca Raton: CRC Press; 2008.

Punnett L, Wegman DH. Work-related musculoskeletal disorders: the epidemiologic evidence and the debate. J Electromyogr Kinesiol 2004;14(1):13-23.

Reese CD. Occupational Health and Safety Management: A Practical Approach. 2nd ed. New York: Taylor & Francis Group; 2015.

สสิธร เทพตระการพร. การยศาสตร์อาชีวอนามัย. พิมพ์ครั้งที่ 1. นนทบุรี: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2556.

Karasek RA. Job demands, job decision latitude, and mental strain: Implications for job redesign. Admin Sci Quart 1979;24(2):285-308.

กิตติ อินทรานนท์. การยศาสตร์ Ergonomics. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2548.

ชุติมา ปฐมกำเนิด, วัชรศร แปงทิศ, เนตรฝา รักมณี, จุฑามาศ ประเสริฐศรี, น้ำฝน เอกสนธิ์, ประไพพร เตียเจริญ. การประเมินความเสี่ยงด้านการยศาสตร์ในบุคลากรคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล โดยใช้ดัชนีความผิดปกติ (Abnormal Index: AI). วารสารสาธารณสุขศาสตร์ 2563;50(1):89-98.

กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.รายงานสถานการณ์ การดำเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค และภัยสุขภาพจากการประกอบอาชีพ สำหรับแรงงานนอกระบบ ประจำปีงบประมาณ 2564. [อินเตอร์เน็ต].[สืบค้นเมื่อ 1 สิงหาคม 2569].แหล่งข้อมูล: https://ddc.moph.go.th/uploads/ckeditor2/files/20220224_01A.pdf

วันเพ็ญ ทรงคำ, ชวพรพรรณ จันทร์ประสิทธิ์, ธานี แก้วธรรมานุกูล. ปัจจัยอันตรายในการทำงานและภาวะสุขภาพของคนงานผลิตเครื่องปั้นดินเผา. วารสารความปลอดภัยและสุขภาพ 2557; 7(26):6-16.

Krejcie RV, Morgan DW. Small Sample Techniques. Educational and Psychological Measurement 1970; 30(3):607-10.

พงศกร สุรินทร์, มนินทรา ใจคำปัน, กิตติพงษ์ ประสงค์การ, วุฒิไกร กันทะหมื่น, อจลวิชญ์ แสนป่ง. การประเมินปัจจัยเสี่ยงท่าทางการทำงานในกระบวนการผลิตเส้นขนมจีน: กรณีศึกษา. วารสารวิชาการคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง 2559;9(2):59-70.

ชลาลัย หาญเจนลักษณ์. รายงานการวิจัย การศึกษาปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพอนามัย และความปลอดภัยในกลุ่มอาชีพเครื่องปั้นดินเผา 2561.[อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 13 มกราคม 2569]. เข้าถึงได้จาก: http://sutir.sut.ac.th:8080/jspui/bitstream/123456789/8208/2/Fulltext.pdf

Fayaz N, Mandot D, Bhat MA. Health problems of women artisans: A case study of Srinagar City. Asian Journal of Multidimensional Research (AJMR) 2019;8(4):241-248.

แอนน์ จิระพงษ์สุวรรณ. สิ่งคุกคามสุขภาพจากสภาพแวดล้อมในการทำงานและการสำรวจสถานประกอบการ. วารสารพยาบาลสาธารณสุข 2556;27(3):106-114.

วริยา เคนทวาย, อัมรินทร์ คงทวีเลิศ, ดุสิต สุจิรารัตน์, เพชรรัตน์ ภูอนันตานนท์.ความชุกของอาการผิดปกติทางระบบกล้ามเนื้อและกระดูกโครงร่างในผู้ทำหัตถกรรมเครื่องปั้น ดินเผาเพศหญิง ในอำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 2562;38(3):281-291.

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541.ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 115, ตอนที่ 8 ก (วันที่ 12 มีนาคม 2541). [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 17 มีนาคม 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2541/A/008/1.PDF

กองคุ้มครองแรงงานนอกระบบ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน. แนวปฏิบัติด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานสำหรับแรงงานนอกระบบ.[อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 22 สิงหาคม 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://informal.labour.go.th/images/KM/KMA11.pdf

Fernando WIB, De Silva PV, Sundarapperuma SMTD. Prevalence of work related musculoskeletal disorders in brick industry workers in Chilaw Sri Lanka. J Ruhunu Clin Soc. 2016;21(1):9-15.

Moitra S, Maity S, Pandit AK, Roy B. A comparative ergonomics postural assessment of potters and sculptors in the unorganized sector in West Bengal, India. Int J Occup Saf Ergon. 2013;19(3):455-462.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-30

รูปแบบการอ้างอิง

กันยามา เ., คำภาบุญ ส., ราชสุวรรณ์ อ., & ทาบทอง พ. (2026). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความล้าทางด้านร่างกายและจิตใจ ด้วยค่าดัชนีความผิดปกติ (Abnormal index: AI) ของผู้ประกอบอาชีพปั้นเตาอั้งโล่ . วารสารการแพทย์และสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 9(2), 127–137. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jmpubu/article/view/289077

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความต้นฉบับ