อัตรารอดชีพจากการบาดเจ็บอุบัติเหตุจราจรทางถนน โรงพยาบาลขอนแก่น ระหว่างปี พ.ศ. 2562-2567: การศึกษาแบบย้อนหลังไปข้างหน้า
คำสำคัญ:
อุบัติเหตุจราจรทางถนน, การวิเคราะห์การรอดชีพ, ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินบทคัดย่อ
บทนำ: อุบัติเหตุจราจรทางถนนเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะในเขตสุขภาพที่ 7 โรงพยาบาลขอนแก่นในฐานะโรงพยาบาลศูนย์ระดับตติยภูมิ จึงศึกษาอัตรารอดชีพของผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจรทางถนน เพื่อประเมินประสิทธิภาพและเป็นข้อมูลในการพัฒนา
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาอัตรารอดชีพผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจรทางถนนที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลขอนแก่น ระหว่างปี พ.ศ. 2562-2567 และเพื่อศึกษาลักษณะทั่วไป อาการทางคลินิกของผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจรทางถนน
วิธีการศึกษา: การศึกษาแบบ Retrospective cohort study (การศึกษาแบบย้อนหลังไปข้างหน้า) ใช้ข้อมูลผู้ป่วยในจากระบบเฝ้าระวังการบาดเจ็บ (IS) (รหัส ICD 10 V01-V89) ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2562 ถึง 31 ธันวาคม 2567 ติดตามสถานะถึงวันที่ 31 มกราคม 2568 วิเคราะห์การรอดชีพด้วยวิธี Kaplan-Meier สำหรับการคำนวณอัตราตาย นำเสนอในหน่วยต่อ 1,000 คน-วัน และคำนวณช่วงความเชื่อมั่นร้อยละ 95 โดยใช้การแจกแจงแบบปัวซง (Poisson-based 95% confidence interval)
ผลการศึกษา: จากผู้บาดเจ็บ 6,849 ราย รวมระยะเวลาติดตาม 53,281 คน-วัน เสียชีวิต 538 ราย อัตราตาย 10.10 ต่อ 1000 คน-วัน (95% CI: 9.30-11.00) ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ 74.35 อายุเฉลี่ย 39.11 ปี (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 18.87 ปี) ใช้รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 85.57 และมีการบาดเจ็บบริเวณศีรษะ/คอมากที่สุด ร้อยละ 71.10 ผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่มีระดับความรู้สึกตัว GCS 13-15 ร้อยละ 78.16 และกว่าครึ่งมีความรุนแรงของการบาดเจ็บรุนแรง (ISS 16-75) ร้อยละ 50.39 อัตรารอดชีพในระยะเวลา 1, 15 และ 30 วัน ร้อยละ 96.04 (95% CI: 95.55-96.48), ร้อยละ 89.09 (95% CI: 87.94-90.14) และ ร้อยละ 82.00 (95% CI: 79.62-84.13) ตามลำดับ โดยการรอดชีพลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 30 วันแรก
สรุป: ผู้บาดเจ็บมีอัตรารอดชีพสูงเมื่อเทียบกับระดับเขตสุขภาพ เนื่องจากทำการศึกษาในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ ที่เป็นศูนย์ความเชี่ยวชาญระดับสูง ด้านอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ระดับ 1 การศึกษาครั้งต่อไป ควรวิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการรอดชีพ
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Road traffic injuries. Geneva: World Health Organization; 2023 [cited 2023 Dec 13]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/road-traffic-injuries
กรมควบคุมโรค. การบาดเจ็บจากการจราจรทางถนน (RTI) (Road Traffic Injury (RTI)) [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2566 [เข้าถึงเมื่อ 13 ธ.ค. 2566]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/disease_detail.php?d=73
กองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค. ระบบบูรณาการข้อมูลการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2568 [เข้าถึงเมื่อ 2 มิ.ย. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://rti.moph.go.th/rtidc/public/index.php?area=7&province=999&district=999&start_date=2023-01-01&end_date=2024-12-31&page=
Tesfay BG, Welegebriel TK, Aregawi DH, Abrha MG, Tewele BG, Mesele FB, et al. Survival status and predictors of mortality among road traffic accident adult patients admitted to intensive care units of referral hospitals in Tigray 2024. PLoS One. 2025; 20(3): e0308584.
Huabbangyang T, Klaiaungthong R, Jansanga D, Aintharasongkho A, Hanlakorn T, Sakcharoen R. Survival Rates and Factors Related to the Survival of Traffic Accident Patients Transported by Emergency Medical Services. Open Access Emergency Medicine. 2021; 13: 575-86.
Gallaher J, An SJ, Kayange L, Davis D, Charles A. Tri-modal Distribution of Trauma Deaths in a Resource-Limited Setting: Perception Versus Reality. World J Surg. 2023; 47(7): 1650-56.
Gunst M, Ghaemmaghami V, Gruszecki A, Urban J, Frankel H, Shafi S. Changing epidemiology of trauma deaths leads to a bimodal distribution. Proc (Bayl Univ Med Cent). 2010; 23(4): 349-54.
American College of Surgeons. Advanced Trauma Life Support: Student Course Manual. 10th ed. Chicago: American College of Surgeons; 2018.
Cole E, Weaver A, Gall L, West A, Nevin D, Tallach R, et al. A Decade of Damage Control Resuscitation: New Transfusion Practice, New Survivors, New Directions. Ann Surg. 2021; 273(6): 1215-20.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและการสาธารณสุขชุมชน

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและการสาธารณสุขชุมชน (Journal of Health Science and Community Public Health) ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยการ สาธารณสุขสิรินธรจังหวัดขอนแก่น และคณาจารย์ท่านอื่นๆในวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
