การพัฒนารูปแบบการป้องกันการเสพซ้ำของผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติด: การบูรณาการการสนับสนุนทางจิตสังคมร่วมกับการพัฒนาอาชีพ ในจังหวัดอุดรธานี

ผู้แต่ง

  • สุพัฒน์ กองศรีมา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี
  • ขวัญชนก ศิริวัฒนกาญจน์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี
  • รัชฎากรณ์ มีคุณ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี

คำสำคัญ:

การพัฒนารูปแบบการป้องกันการเสพซ้ำ, การสนับสนุนทางจิตสังคม, การพัฒนาอาชีพ, ผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติด, H.O.P.E. Framework

บทคัดย่อ

การวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสถานการณ์และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเสพซ้ำ 2) พัฒนารูปแบบการป้องกันการเสพซ้ำโดยใช้กรอบแนวคิด H.O.P.E. Framework และ 3) ประเมินประสิทธิผลของรูปแบบฯ ดำเนินงาน 5 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 (R1) วิเคราะห์สถานการณ์และปัจจัยจากภาคีเครือข่าย 26 คน ระยะที่ 2 (D1) ออกแบบและพัฒนารูปแบบตามกรอบ H.O.P.E. Framework ระยะที่ 3 (R2) ทดลองใช้ในพื้นที่นำร่อง 4 อำเภอ กับผู้ผ่านการบำบัด 30 คน ระยะที่ 4 (D2) ปรับปรุงและทดสอบประสิทธิผลกับผู้เข้าร่วม 140 คน และ ระยะที่ 5 สรุปผล เผยแพร่ และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนาและใช้สถิติอนุมาน ได้แก่ Paired t-test และ McNemar's chi square test ที่ระดับ 0.05 ส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis)

ผลการวิจัยพบว่า ปีงบประมาณ 2567 มีอัตราเสพซ้ำร้อยละ 13.01 โดยร้อยละ 23.49 มีอาการทางจิตร่วมด้วย ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเสพซ้ำ ได้แก่ 1) ระดับบุคคล: ความคุ้นเคยกับสารเสพติด ทัศนคติเชิงบวกต่อการใช้ยา และขาดทักษะการเผชิญปัญหา 2) ระดับครอบครัว: ความขัดแย้งและปัญหาความสัมพันธ์ และ 3) ระดับสังคม: สภาพแวดล้อมเดิม การถูกตีตรา และขาดโอกาสทางอาชีพ รูปแบบ H.O.P.E. Framework ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ คือ (H) การสนับสนุนทางจิตใจเพื่อเสริมสร้างทักษะและความมั่นใจ (O) การสร้างเครือข่ายสังคมเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ (P) การพัฒนาทักษะอาชีพเพื่อสร้างรายได้และความมั่นคง และ (E) การติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ขับเคลื่อนผ่านทีมอุดรโมเดล 5 เสือ Plus และกระบวนการชุมชนล้อมรักษ์ (CBTx) ผลการประเมินประสิทธิผลพบว่า หลังเข้าร่วมโครงการ อัตราการเสพซ้ำลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจากร้อยละ 32.86 เหลือร้อยละ 6.43 (p-value <0.001) คะแนนเฉลี่ยการรับรู้สมรรถนะแห่งตนเพิ่มขึ้นจาก 16.36 เป็น 47.17 คะแนน (p-value <0.001) และคุณภาพชีวิตเพิ่มขึ้นจาก 67.00 เป็น 95.14 คะแนน (p-value <0.001) โดยมีความพึงพอใจต่อรูปแบบในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.58, S.D. = 0.12)

งานวิจัยนี้เสนอแนะเชิงนโยบายให้บูรณาการแผนพัฒนาอาชีพร่วมกับกองทุนหมู่บ้านเพื่อสร้างความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ผ่านการบำบัด

เอกสารอ้างอิง

United Nations. World Drug Report 2024. Vienna: United Nations Office on Drugs and Crime; 2024.

กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. มาตรฐานการปฏิบัติงานการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง. กรุงเทพฯ: บียอนด์ พับลิสชิ่ง จำกัด; 2566.

ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด. สถานการณ์ปัญหายาเสพติดและแนวโน้ม. กรุงเทพฯ: กระทรวงยุติธรรม; 2563.

McLellan AT, Lewis DC, O'Brien CP, Kleber HD. Drug dependence, a chronic medical illness: implications for treatment, insurance, and outcomes evaluation. JAMA. 2000; 284(13): 1689-95.

Substance Abuse and Mental Health Services Administration. Key substance use and mental health indicators in the United States: Results from the 2020 National Survey on Drug Use and Health. Maryland: Center for Behavioral Health Statistics and Quality, SAMHSA; 2021.

กระทรวงสาธารณสุข. รายงานสถิติผู้เข้ารับการบำบัดรักษาประจำปี 2567 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: ระบบข้อมูลการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของประเทศ (บสต.) นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2567 [เข้าถึงเมื่อ 1 ต.ค. 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://antidrugnew.moph.go.th

Dutra L, Stathopoulou G, Basden SL, Leyro TM, Powers MB, Otto MW. A meta-analytic review of psychosocial interventions for substance use disorders. Am J Psychiatry. 2008; 165(2): 179-87.

ธัญญาพร สายโน, ปวีณา ลิมปิทีปราการ, อรุณ บุญสร้าง, ปัณฑิตา สุขุมาลย์, พลากร สืบสำราญ. ผลของการบำบัดรักษาผู้ป่วยยาเสพติดตามรูปแบบจิตสังคมบำบัดประยุกต์ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารการแพทย์และสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. 2564; 4(2): 108-18.

Farrell M, Ward J, Mattick R, Hall W, Stimson GV, des Jarlais D, et al. Vocational rehabilitation for drug users in Europe. London: Routledge; 2021.

กองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. รายงานสถานการณ์ยาเสพติดประจำปีงบประมาณ 2567. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2567.

Cohen J. Statistical power analysis for the behavioral sciences. 2nd ed. New Jersey: Lawrence Erlbaum Associates; 1988.

สุวิมล ติรกานันท์. การสร้างเครื่องมือวัดตัวแปรในการวิจัยทางสังคมศาสตร์: แนวทางสู่การปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2559.

จักรกฤษณ์ พิญญาพงษ์, ศรัณยู เรือนจันทร์, สุนีย์ กันแจ่ม, เผด็จการ กันแจ่ม. การพัฒนาเครือข่ายเพื่อยกระดับชุมชนต้นแบบในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ (รายงานการวิจัย). สงขลา: ศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด (ศศก.) คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์; 2564.

พิทภรณ์ พลโคตร. การพัฒนาแนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคจิตเวชที่เสี่ยงต่อการก่อความรุนแรง โดยการใช้การจัดการรายกรณีแบบมีส่วนร่วมในชุมชน. วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน. 2567; 10(1): 1-12.

โกศล เจริญศรี. การพัฒนารูปแบบ การดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร. วารสารสุขภาพ และสิ่งแวดล้อมศึกษา. 2566; 8(1): 430-47.

ณฐพร ผลงาม. การพัฒนารูปแบบการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยยาเสพติด โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนจังหวัดระยอง. วารสารศาสตร์สาธารณสุขและนวัตกรรม. 2564; 1(2): 49-71.

นิตยา ฤทธิ์ศรี, สุกัญญา วัฒนประไพจิตร, ศุภลักษณ์ จันหาญ. รูปแบบการบำบัด รักษาและฟื้นฟูผู้ใช้ยาเสพติด โดยชุมชุมเป็นศูนย์กลาง: กรณีศึกษาในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2565; 19(2): 50-62.

เบญจรัตน์ ศรีสวัสดิ์. รูปแบบการพัฒนาทักษะอาชีพสำหรับผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติด [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. อุดรธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี; 2559.

สยาภรณ์ เดชดี, อรวรรณ หนูแก้ว. การพัฒนาและผลของโปรแกรมการเสริมสร้างพลังอำนาจต่อพฤติกรรม การดูแลตนเองในผู้ป่วยโรคจิตจาก สารเสพติด. วารสารการพยาบาล จิตเวชและสุขภาพจิต. 2564; 35(1): 91-111.

จุลนิตย์ จันทร์ชมภู. ประสิทธิผลของโปรแกรมกายจิตสังคมบำบัดประยุกต์แบบสั้นร่วมกับการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวต่อการป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ 3 เดือนแรกหลังการบำบัดรักษาในผู้ป่วยคลินิกยาเสพติด โรงพยาบาลหนองบัวลำภู. วารสารการแพทย์และสาธารณสุขเขต 8. 2566; 1(1): 1-15.

ศิริพร วรรณศิลป์, จินตนา แดงสวัสดิ์, สมพร เจริญสุข, พิมพิมล วงศ์ไชยา, ยุวดี โรจนวิเชียร, สุภาภรณ์ วรรณทอง และคณะ. ผลของโปรแกรมฝึกอบรมอาชีพเชิงบูรณาการต่อการลดการเสพซ้ำ (รายงานการวิจัย). ขอนแก่น: โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข; 2565.

สมพร เจริญสุข, จินตนา แดงสวัสดิ์, ยุวดี โรจนวิเชียร, พิมพิมล วงศ์ไชยา, สุภาภรณ์ วรรณทอง, เบญจา มุกตพันธุ์ และคณะ. ผลของการให้คุณค่าและแรงสนับสนุนทางสังคมร่วมกับการเสริมพลังเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ยาเสพติดของผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติดหลังครบโปรแกรมฟื้นฟูสภาพทางสังคม. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ. 2566; 6(2): 151-64.

Drake RE, Becker DR, Clark RE, Mueser KT. Research on the individual placement and support model of supported employment. Psychiatr Q. 1999; 70(4): 289-301.

พรพิมล ยี่สุ่นเทศ, ลัดดาวัลย์ สวัสดิ์สิงห์, นภาพร กองอาษา, ยุพาภรณ์ กิจประยูร, เบญจมาศ ผิวทอง, ธนัชกัญ สรวงศิริ และคณะ. การส่งเสริมอาชีพเพื่อการป้องกันการเสพซ้ำในผู้ป่วยยาเสพติด. นนทบุรี: สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข; 2560.

สุพัฒน์ วิเศษวงษา. การเสริมสร้างแนวทางการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรงของแกนนำชุมชน. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน. 2567; 9(6): 943-51

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

19-01-2026

รูปแบบการอ้างอิง

กองศรีมา ส., ศิริวัฒนกาญจน์ ข. ., & มีคุณ ร. (2026). การพัฒนารูปแบบการป้องกันการเสพซ้ำของผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติด: การบูรณาการการสนับสนุนทางจิตสังคมร่วมกับการพัฒนาอาชีพ ในจังหวัดอุดรธานี. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและการสาธารณสุขชุมชน, 9(1), 34–46. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jhscph/article/view/284377

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย