พฤติกรรมสุขภาพในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของแรงงานต่างชาติในจังหวัดภูเก็ต
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาแบบภาคตัดขวาง (Cross-Sectional Survey Study) เพื่อศึกษาพฤติกรรมในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของแรงงานต่างชาติในจังหวัดภูเก็ต เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามลักษณะส่วนบุคคล ปัจจัยพฤติกรรมสุขภาพ ปัจจัยการรับรู้สุขภาพ และปัจจัยด้านการป้องกันตนเองของแรงงานต่างชาติในจังหวัดภูเก็ต จำนวน 321 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติวิเคราะห์การถดถอยลอจิสติกแบบ 2 กลุ่ม (Binary Logistic Regression)
ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีการป้องกันตนเองจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ในระดับต่ำ ร้อยละ 60.75 และในระดับสูง ร้อยละ 39.25 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการป้องกันตนเองจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ได้แก่ 1) อายุ
มีความสัมพันธ์เชิงลบในระดับต่ำมาก (r = -0.151, p=0.007) โดยผู้ที่มีอายุที่เพิ่มขึ้นระดับการป้องกันตนเองจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จะลดลง เมื่ออายุเพิ่มขึ้น 1 ปี โอกาสที่จะป้องกันตนเองลดลง 0.945 เท่า หรือคิดเป็นลดลงประมาณ ร้อยละ 5.50 (AOR = 0.945, 95% CI: 0.895-0.996, p = 0.036) 2) ระดับการศึกษามีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับต่ำมาก (r = 0.160, p = 0.004) และผู้ที่มีระดับการศึกษาสูงขึ้นจะป้องกันตนเองจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สูงขึ้น 1.051เท่า (AOR = 1.051, 95% CI: 1.010-1.094, p = 0.014) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่พิมพ์ในวารสารสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ถือว่าเป็นผลงานวิชาการ งานวิจัยและวิเคราะห์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนเอง ไม่ใช่ความเห็นของสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง หรือคณะบรรณาธิการแต่ประการใด ผู้เขียนจำต้องรับผิดชอบต่อบทความของตน
เอกสารอ้างอิง
สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย; c2025. ความรู้สำหรับประชาชน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์; 2568 [เข้าถึงเมื่อ 20 กรกฎาคม 2568]; [ประมาณ 1 น.]. เข้าถึงได้จาก: https://www.pidst.or.th/A732.html
World Health Organization [Internet]. Geneva: Organization; c2025. Sexually transmitted infections (STIs); 2025 [cited 2025 Jul 20]; [about 5 screens]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/sexually-transmitted-infections-(stis)
กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์. รายงานประจำปี พ.ศ. 2567 กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Annual Report 2024 Division of AIDS and STIs). นนทบุรี: กรมควบคุมโรค; 2567.
พิณญาดา เหมือนชาติ. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ในทหารกองประจำการในจังหวัดขอนแก่น ปี 2566. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน. 2568;10(2):51-61.
อภิษฎา รัศมี, จุไรรัตน์ รัตนเลิศนาวี. การติดเชื้อเอชไอวีในแรงงานข้ามชาติที่เป็นโรคซิฟิลิสและมีพฤติกรรมเสี่ยงด้านโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์: การศึกษาในจังหวัดพังงา. วารสารโรคเอดส์. 2562;31(1):9-20.
กรมประชาสัมพันธ์ PRD [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: กรมประชาสัมพันธ์; c2025. แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย !!; 2568 [เข้าถึงเมื่อ 20 มิถุนายน 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/356822
กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์. แนวทางการดูแลรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พ.ศ. 2567. นนทบุรี: กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์; 2567.
พฤกษ์ศราวุฐิ จักร์สวย. วิเคราะห์สถานการณ์ทางระบาดวิทยาและพยากรณ์โรคซิฟิลิสในแรงงานต่างด้าวเขตสุขภาพที่ 3 ปี 2551-2560. วารสารโรคและภัยสุขภาพ. 2561;12(3):19-25.
Krejcie RV, Morgan DW. Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement. 1970;30(3):607. doi.org/10.1177/001316447003000308.
Bartz AE. Basic Statistic Concepts. 4nd ed. New Jersey: Prentice-Hall; 1999.
เอกลักษณ์ ฟักสุข, ปรีย์กมล รัชนกุล, วนลดา ทองใบ. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของเยาวชนแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมา. วารสารพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2562;31(3):60-73.
จุไรรัตน์ รัตนเลิศนาวี, อภิษฎา รัศมี. ความชุกและปัจจัยเสี่ยงของการติดเชื้อเอชไอวีในแรงงานข้ามชาติที่เป็นโรคซิฟิลิสและมีพฤติกรรมเสี่ยงด้านโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์: กรณีศึกษา อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11. 2562;33(1):45-57.
เสาวลักษณ์ ทับไทร. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายแห่งหนึ่งของอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนอร์ทเทิร์น. 2567;5(2):175-84.
สุรศักดิ์ ธรรมรักษ์เจริญ, ธัญญารัตน์ แสงฤทธิ์, สิราวรรณ ริสา, ศิริลักษณ์ เข็มวงศ์, สกาวใจ จำปาวัน, ธนูย์สิญจน์ สุขเสริม, และคณะ. พฤติกรรมการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของนักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพแห่งหนึ่งในจังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น. 2566;30(3):181-92.
ศิวานิตย์ ทองคำดี, ฉวีวรรณ บุญสุยา, เสาวนีย์ ทองนพคุณ, สาวิตรี วิษณุโยธิน. พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียนช่วงชั้นที่ 2 ในพื้นที่อุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี. วารสารสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบูรพา. 2563;15(1):85-98.
วิพรรษา คำรินทร์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการมีเพศสัมพันธ์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ [ปริญญานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตร์มหาบัณฑิต]. กรุงเทพฯ:มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2558.
จุฑาทิพย์ ยอดสง่า, มณีวรรณ ดาบสมเด็จ, เกศิณี หาญจังสิทธิ์, ภคิน ไชยช่วย, อุรารัช บูรณะคงคาตรี. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคซิฟิลิสของนักเรียนเทคนิค. วารสารสาธารณสุขและสุขภาพศึกษา. 2564;1(2):58-74.
Capras RD, Telecan T, Creteanu R, Crivii CB, Badea AF, Cordos AA, et al. Knowledge, Attitudes, and Behaviors Regarding Sexually Transmitted Infections Among Romanian Medical Students: A Cross-Sectional Study. Healthcare (Basel). 2025 May 12;13(10):1120. doi: 10.3390/healthcare13101120.