ผลของแอปพลิเคชันแจ้งเตือนการรับประทานยาในผู้ป่วย โรคความดันโลหิตสูง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง ผลการใช้แอพพลิเคชั่นแจ้งเตือนการรับประทานยาในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง มีวัตถุประสงค์วิจัยดังนี้ 1)เพื่อศึกษาผลการใช้แอพพลิเคชั่นต่อพฤติกรรมการรับประทานยาในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง 2)เพื่อศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อการใช้แอพพลิเคชั่นแจ้งเตือนรับประทานยา รูปแบบการวิจัยเป็นแบบกลุ่มเดียวัดผลก่อน หลังการทดลอง (One-Group Pretest -Posttest Design) ประชากรได้แก่ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่มีสาเหตุร่วมมาจากการลืมรับประทานยา จำนวน 102 คน กลุ่มตัวอย่างได้จากการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามวิธีของ การประมาณค่า จำนวน 30 คน ผลการวิจัย พบว่าก่อนการใช้แอพพลิเคชั่น แจ้งเตือนการรับประทานยาโรคความดันโลหิตสูง ค่าเฉลี่ยความดันโลหิตตัวบน (Systolic Blood pressure) 146.00, SD.=0.258 ค่าเฉลี่ยความดันโลหิตตัวล่าง (Diastolic Blood pressure) เท่ากับ 91.87, SD.= 0.825 และหลังการใช้แอพพลิเคชั่นแจ้งเตือนการ รับประทานยาโรคความดันโลหิตสูง พบว่าค่าเฉลี่ยความดันโลหิตตัวบน (Systolic Blood pressure) เท่ากับ142.33, SD.= 0.310 และพบว่าค่าเฉลี่ยความดันโลหิตตัวล่าง (Diastolic Blood pressure) เท่ากับ 86.83, SD.= 0.942
ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจต่อแอปปลิเคชันแจ้งเตือนการรับประทานยาสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงก่อนการใช้งานมีค่าเฉลี่ย 3.23 และหลังการใช้งานมีค่าเฉลี่ย 3.27 ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าผู้ป่วยความดันโลหิตสูงมีความพึงพอใจต่อแอปลิเคชันแจ้งเตือนการรับประทานยาสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่พิมพ์ในวารสารสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ถือว่าเป็นผลงานวิชาการ งานวิจัยและวิเคราะห์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนเอง ไม่ใช่ความเห็นของสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง หรือคณะบรรณาธิการแต่ประการใด ผู้เขียนจำต้องรับผิดชอบต่อบทความของตน
เอกสารอ้างอิง
World hypertension league [Internet]. Switzerland: World hypertension league; c2024. World Hypertension day reports; 2024 [cited 2024 November 15]. Available from: file:///C:/Users/ASUS/Downloads/2024%20World%20Hypertension%20Day%20Activities.pdf
Han WP, Hong SA, Tiraphat S. Factors related to medication adherence among essentialhypertensive patients in tertiary hospitals in Yangon, Myanmar. Journal of Public Health and Development. 2015;13(2):57-70.
พรหมหยก ชนัมพร. ระบบติดตามสุขภาพการรักษาโรคความดันโลหิตสูงบนอุปกรณ์พกพาโดยใช้โพรโทคอล เอ็ม คิว ที ที [ปริญญานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมซอฟต์แวร์]. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2560.
รัตนาภรณ์ กองเกิด, มณีรัตน์ รัตนามหัทธนะ. รูปแบบโมบายแอพพลิเคชั่นส่าหรับผู้ป่วย. ไทยเภสัชศาสตร์และวิทยาการสุขภาพ. 2565;17(2):131-41.
ทิวาพร อยู่แก้ว, วิลาวัลย์ อินทร์ชำนาญ. บีพี คิท: แอปพลิเคชันดูแลสุขภาพสำหรับการจดัการค่าความดันโลหิต. วารสารบัณฑิตมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์. 2567:12 (2):180-95.
Bandura A. Social Learning Theory. New Jersey: Prentice Hall; 1977.
อัศรีย์ พิชัยรัตน์, เบญจวรรณ ช่วยแก้ว, ธนภรณ์ ศักดิ์แก้ว.ผลของการสอนทางสุขภาพตามแนวคิดของแบนดูราต่อการรับรู้สมรรถนะแห่งตน พฤติกรรมการให้อาหารเสริมของผู้ดูแลและภาวะโภชนาการของเด็กวัยทารก. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้. 2564;8(3):110-21.
Orem DE, Taylor SG, Renpenning KM. Nursing: Concepts of practice (6th ed.). Mosby: St. Loui; 2001.
สมลักษณ์ เทพสุริยํานนท์ . พฤติกรรมการรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงวัยผู้ใหญ่. วารสารพยาบาลทหารบก. 2560;18(3):115-22.
เสาวลักษณ์ ทาแจ้ง, กาญจนา ปัญญาธร, นิตยากร ลุนพรหม, อุมาพร เคนศิลา, ผาณิต คำหารพล, กนธิชา จีนกลั่น, และคณะ. ผลของการใช้สื่อแอพพลิเคชั่นเรื่องการป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่อคะแนนความรู้ ของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี. 2563;8(2):89-104.
Prochaska JO, Redding CA, Evers K. The transtheoretical model and stages of change. 3rd Ed. K. Glanz FM, Lewis BK, Rimer, editors. San Francisco: JosseyBass; 2008.
Pender NJ, Murdaugh CL, Parsons MA. Health promotion in nursing practice. 6 th ed. Boston, MA: Pearson; 2011.
Khorsandi M, Fekrizadeh Z, Roozbahani N. Investigation of the effect of education based on the health belief model on the adoption of hypertension-controlling behaviors in the elderly. Clin Interv Aging. 2017 Jan 27;12:233-40.
สุนันทา เดชบุญ. ผลของโปรแกรมการสร้างแรงจูงใจร่วมกับการใช้โมบายแอพพลิเคชั่นต่อพฤติกรรมความร่วมมือในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองซ้ำและค่าความดันโลหิตของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง [ปริญญานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2564.
Wong AKC, Wong FKY, Chang KKP. A Proactive Mobile Health Application Program for Promoting Self-Care Health Management among Older Adults in the Community: Study Protocol of a Three-Arm Randomized Controlled Trial. Gerontology. 2020. 66(5),506–13.
เสริมศักดิ์ ขุนพล. การสร้างสรรค์สื่อเพื่อความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับภาวะซึมเศร้าของผู้สูงอายุ ในพื้นที่อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง. วารสารนิเทศศาสตรปริทัศน์. 2564;25(3):109-20.
Aydin A, Gürsoy A, Karal H. Mobile care app development process: using the ADDIE model to manage symptoms after breast cancer surgery (step 1). Discover Oncology.2023; 14(63):1-10.
DiDonato KL, Liu Y, Lindsey CC, Hartwig DM, Stoner SC. Community pharmacy patient perceptions of a pharmacy-initiated mobile technology app to improve adherence. Int J Pharm Pract. 2015 Oct;23(5):309-19.