การรักษาผู้ป่วยแบบทันตกรรมพร้อมมูลในรายที่มีความซับซ้อน: รายงานผู้ป่วย
คำสำคัญ:
ทันตกรรมพร้อมมูล, การวางแผนการรักษา, ฟันเกินบทคัดย่อ
บทนำ: การดูแลผู้ป่วยที่มีความซับซ้อน จำเป็นต้องอาศัยหลักการวางแผนการรักษาแบบทันตกรรมพร้อมมูล (Comprehensive dental care) ซึ่งเป็นหลักแนวคิดที่เน้นการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยแบบองค์รวม โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ของผู้ป่วยแต่ละรายซึ่งมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แนวความคิดนี้ยังรวมถึงการป้องกัน สร้างเสริม และคงสภาพสุขภาพช่องปากที่ดีต่อไปในอนาคต
รายงานผู้ป่วย: รายนี้เป็นผู้ป่วยเพศหญิง อายุ 11 ปี มาพบทันตแพทย์ด้วยปัญหาฟันผุหลายซี่ในช่องปาก ผู้ป่วยให้ประวัติว่ามีปวดฟันในหลายตำแหน่งสลับกันไปมา แต่ปัจจุบันไม่มีอาการปวด ไม่มีโรคประจำตัวและปฏิเสธการ แพ้ยา ผู้ป่วยเคยมีประวัติรักษาทางทันตกรรมมาก่อนเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา แต่เนื่องจากมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการรักษาทางทันตกรรม ผู้ป่วยจึงไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง จากการตรวจในช่องปากร่วมกับภาพถ่ายรังสีพบว่าเป็นฟันชุดผสมที่มีฟันแท้และฟันน้ำนมผุหลายซี่ และมีฟันเกินระหว่างฟันตัดคู่หน้าบน ที่งอกขึ้นมาในช่องปากแล้ว 1 ซี่ และฝังอยู่ระหว่างฟันตัดคู่หน้าบนอีก 1 ซี่ สภาวะอนามัยช่องปากอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ผู้ป่วยมีพฤติกรรมชอบกินลูกอมและขนมหวาน
แผนการรักษา: สำหรับผู้ป่วยรายนี้คือถอนฟันแท้และฟันน้ำนมที่ไม่สามารถบูรณะได้ ถอนฟันเกิน อุดฟันผุ รักษาคลองรากฟันในฟันหน้าบนที่ผุทะลุโพรงประสาทฟันจำนวน 3 ซี่ หลังจากรักษารากฟันเสร็จได้รับการใส่เดือยฟัน และผ่าฟันฝังบริเวณฟันตัดคู่หน้าบน ระหว่างการรักษาผู้ป่วยก็ได้รับการสอนและฝึกแปรงฟันทุกครั้งที่มารับบริการ รวมถึงการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และเนื่องจากผู้ป่วยเป็นวัยรุ่นตอนต้นมีความสนใจด้านความสวยงามเลยเริ่มการรักษาด้วยการอุดฟันหน้าก่อน เพื่อช่วยกระตุ้นให้คนไข้เริ่มมีทัศนคติดีขึ้นในการดูแลสุขภาพช่องปาก และมีความมั่นใจมากขึ้น
ผลการศึกษา: ภายหลังการรักษาพบว่าผู้ป่วยไม่มีอาการปวดฟันขึ้นมาอีก สามารถใช้ฟันเคี้ยวอาหารได้ตามปกติ ผู้ป่วยมีความมั่นใจในรอยยิ้ม ส่งผลต่อทัศนคติที่ดีในการดูแลสุขภาพช่องปากในอนาคต เมื่อนัดผู้ป่วยกลับมาติดตามอาการพบว่าผู้ป่วยสามารถแปรงฟันได้สะอาดขึ้นและไม่พบฟันผุเพิ่มขึ้น
สรุป: รายงานผู้ป่วยรายนี้ทำให้เห็นความสำคัญของการรักษาแบบทันตกรรมพร้อมมูล โดยมีการวางแผนการรักษาแบบเป็นลำดับ สามารถยืดหยุ่นได้โดยยึดผู้ป่วยเป็นจุดศูนย์กลาง โดยเฉพาะในผู้ป่วยเด็กที่มีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการรักษาทางทันตกรรม และมีความซับซ้อนของงาน การวางแผนการรักษาที่ดีจะนำไปสู่ความร่วมมือที่ดีของผู้ป่วยและผู้ปกครอง ซึ่งจะทำให้เกิดผลสำเร็จของการรักษาและปลูกฝังทัศนคติที่ดีต่อการดูแลสุขภาพช่องปากและการรักษาทางทันตกรรมต่อไปในอนาคต
เอกสารอ้างอิง
Owittayakul D, Saenghuttawatana P, Chuengpattanawadee A. Concepts of health and humanized health care in comprehensive dental care. CM Dent J 2017;38(2):53-63.
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, คณะทันตแพทยศาสตร์, สาขาวิชาทันตกรรมทั่วไป, ภาควิชาทันตกรรมครอบครัวและชุมชน (ม.ป.ป.). คู่มือและแนวทางการให้การรักษาผู้ป่วยทันตกรรมพร้อมมูล สำหรับนักศึกษาทันตแพทย์ชั้นปีที่ 6 ที่ฝึกปฏิบัติงานในคลินิกทันตกรรมพร้อมมูล ประจำปีการศึกษา 2566. คณะทันตแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
Versloot J, Veerkamp JS, Hoogstraten J. Children's self reported pain at the dentist. Pain 2008;137(2):389-394.
American Academy of Pediatric Dentistry. Behavior guidance for the pediatric dental patient. The reference manual of Pediatric Dentistry. Chicago, It: American Academy of Pediatric Dentistry; 2025:379-99.
Fasbinder DJ. ABDJ Reports:Treatment planner’s toolkit. Gen Dent 1999;47(1):35-39.
Greene JC, Vermillion JR. The simplified oral hygiene index. J Am Dent Assoc 1964;68:7-13.
Doğan GK, Polat Y, Özüdoğru S. Parental awareness and attitudes towards pediatric dentistry and children’s oral health. BMC Oral Health. 2026 Jan 22;26:139. doi: 10.1186/s12903-025-07376-2.
Sarnat H, Arad P, Hanauer D, Shohami E. Communication strategies used during pediatric dental treatment: a pilot study. Pediatr Dent 2001;23(4):337-42.
ฐิตารีย์ จิรธัญญาณัฏ, รัชชพิน ศรีสัจจะลักษณ์, ภาวี เชิญกลาง. การรั่วซึมของเชื้อแบคทีเรียผ่านวัสดุอุดชั่วคราวที่อุดร่วมกันสองชนิด. วิทยาสารทันตแพทยศาสตร์มหิดล 2015;35:291-8.
Helfer AR, Melnick S, Schilder H. Determination of the moisture content of vital and pulpless teeth. Oral Surg Oral Med Oral Pathol 1972;34(4):661-70.
Papa J, Cain C, Messer HH. Moisture content of vital vs endodontically treated teeth. Endod Dent Traumatol 1994;10(2):91-3.
Reeh SR, Messer SS and Douglas. Reduction in tooth stiffness as a result of endodontic and restorative procedures. J Endod 1989;15(11):512-6.
Banomyong D, Chailert O. Clinical recommendation for coronal restoration of endodontically treated teeth: Direct resin composite or Crown/Onlay?. Thai Endod J 2023;2(1):29-40.
เฉลิมพล ลี้ไวโรจน์. Must be cuspal coverage? Post and core?. J Thai Oper Dent 6(1):44-53.
De Andrade SG, De Siqueira G, Augusto MG, Leon GA, Brandão HCB, Tribst JPM, et al. Post-endodontic restorative treatments and their mechanical behavior: A narrative review. Dentistry Review 2023;3(4):1-11.
Ghislanzoni LH, Boesiger J, Mourgues T, Olmo MJG. Analysis of natural clinical crown height changes in central incisors and first molars from age 8 to 18: A retrospective digital study. J Clin Med 2025 Jan 24;14(3):766. doi: 10.3390/jcm14030766.
Morrow LA, Robbins JW, Jones DL, Wilson NHF. Clinical crown length changes from age 12-19 years: a longitudinal study. J Dent 2000;28:469-73.
Lui DG, Zhang WL, Zhang ZY, Wu YT, Ma XC. Three-dimensional evaluations of supernumerary teeth using cone-beam computed tomography for 487 cases. Oral Surg Oral Med Oral Pathol Oral Radio Endod 2007:103(3):403-11.
Hedesui M, Marcu M, Salmon B, Baciut M, Jacobs R. Irradiation provided by dental radiological procedures in a pediatric population. Eur J Radiol 2018;103:112-7.
Garvey MT, Barry HJ, Blake M. Supernumerary teeth- an overview of classification, diagnosis and management. J Can Dent Assoc1999;65(11):612-6.
Eley MB. Periodontosis occurring with supernumerary molars. J Dent 1974;2(4):167-70.
Kumar A, Namdev R, Bakshi L, Dulta S. Supernumerary teeth: report of four unusual cases. Comtemp Clin Dent 2013;3(Suppl1):71-7.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 โรงพยาบาลหัวหิน

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารหัวหินเวชสาร เป็นลิขสิทธิ์ของโรงพยาบาลหัวหิน
บทความที่ลงพิมพ์ใน วารสารหัวหินเวชสาร ถือว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนคณะบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
