ผลลัพธ์ทางคลินิกและค่ายาจากการพัฒนากระบวนการเปลี่ยนยาปฏิชีวนะชนิดฉีด เป็นชนิดรับประทานสำหรับผู้ป่วยโรคปอดอักเสบชุมชน:โรงพยาบาลอู่ทอง

ผู้แต่ง

  • รุ่งรัตน์ เลี่ยมเพชร โรงพยาบาลอู่ทอง

คำสำคัญ:

การเปลี่ยนยาปฏิชีวนะฉีดเป็นยารับประทาน, ระยะเวลาการได้รับยาฉีด, ระยะเวลาการรักษาตัวในโรงพยาบาล, ค่ายาปฏิชีวนะทั้งหมด, ค่าใช้จ่ายโดยรวมในการพักรักษาในโรงพยาบาล

บทคัดย่อ

บทนำ: การดื้อยาต้านจุลชีพ เป็นปัญหาสาธารณสุขที่เกิดขึ้นทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย จึงมีการใช้ Antimicrobial Stewardship Program: ASP เพื่อสนับสนุนการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างสมเหตุผลโดย การปรับเปลี่ยนวิธีบริหารยาจากรูปแบบยาฉีดทางหลอดเลือดดำเป็นยารูปแบบรับประทาน เป็นแนวทางหนึ่งที่ ASP แนะนำ

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาและประเมินผลลัพธ์ทางคลินิก เรื่องระยะเวลาการได้รับยาฉีด ระยะเวลาการรักษาในโรงพยาบาล อัตราการเปลี่ยนยาปฏิชีวนะจากชนิดฉีดเข้าหลอดเลือดดำเป็นชนิดรับประทาน อัตราการกลับเข้ามารักษาซ้ำใน 28 วัน อัตราการเสียชีวิตภายใน 30 วันหลังกลับบ้าน และผลลัพธ์ทางเศรษฐศาสตร์ได้แก่ ค่ายาปฏิชีวนะทั้งหมดและค่าใช้จ่ายโดยรวมในการพักรักษาในโรงพยาบาลหลังการพัฒนากระบวนการแนบแบบฟอร์มช่วยแพทย์ตัดสินใจเปลี่ยนยาปฏิชีวนะจากฉีดเป็นรับประทานในผู้ป่วยโรคปอดอักเสบชุมชน

วิธีการศึกษา: การศึกษาแบบย้อนหลังจากเวชระเบียนผู้ป่วยโรงพยาบาลอู่ทอง โดยเปรียบเทียบข้อมูลก่อนและหลังการพัฒนากระบวนการ (ช่วงเวลาเดียวกันของปี 1 กรกฎาคม - 31 ธันวาคม 2566 และ 2567) ตัวอย่างคือ: ผู้ป่วยในอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปที่ได้รับการวินิจฉัยโดยแพทย์ว่าเป็นโรคปอดอักเสบชุมชนคำนวณกลุ่มตัวอย่างจากโปรแกรม G*Power Analysis ได้จำนวน 124รายแบ่งเป็น 62 รายต่อกลุ่มผู้ที่ผ่านเกณฑ์คัดเข้าและออกที่กำหนด แบ่งเป็นกลุ่มที่มีการเปลี่ยนวิธีบริหารยา และกลุ่มที่ไม่ปรับเปลี่ยนวิธีบริหารยา จากนั้นรวบรวมข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา ความถี่ ร้อยละ การทดสอบไคสแควร์ ข้อมูลเรื่องระยะเวลา และค่ายา รายงานผลเป็น ค่ามัธยฐาน เนื่องจากทดสอบการกระจายตัวของข้อมูล โดยใช้ Kolmogorov-Smirnov test พบว่ามีการแจกแจงแบบไม่ปกติ p< 0.05 จึงใช้สถิติ Mann-Whitney U test ใช้เปรียบเทียบข้อมูล

ผลการศึกษา: หลังการพัฒนากระบวนการพบว่ากลุ่มปรับเปลี่ยนวิธีบริหารยาเมื่อเทียบกับก่อนพัฒนามีค่ามัธยฐานของระยะเวลาการได้รับยาฉีดและระยะเวลาการรักษาในโรงพยาบาลลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (5 และ 4 วัน ตามลำดับ, P = 0.026 และ P = 0.022) อัตราการเปลี่ยนยาเพิ่มขึ้นเป็น 75.8% จากเดิม 53.2% อัตราการกลับเข้ามารักษาซ้ำใน 28 วัน อัตราการเสียชีวิตภายใน 30 วันหลังกลับบ้านไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แม้ว่าค่ามัธยฐานยาปฏิชีวนะโดยรวมจะสูงขึ้นไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (238.8 และ 218.8 บาท, P = 0.608) แต่ค่าใช้จ่ายรวมในการรักษาในโรงพยาบาลลดลงไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (3,654.4 และ 4,125.4 บาท, P=0.119)

สรุป: การพัฒนากระบวนการแนบแบบฟอร์มเพื่อช่วยตัดสินใจเปลี่ยนยาปฏิชีวนะจากฉีดเป็นรับประทานในผู้ป่วยโรคปอดอักเสบชุมชน มีส่วนช่วยลดระยะเวลาการได้รับยาฉีด ระยะเวลาการรักษาในโรงพยาบาล เพิ่มอัตราการเปลี่ยนยา และลดค่าใช้จ่ายโดยรวมในการรักษา

เอกสารอ้างอิง

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. สถาณการณ์การดื้อยาต้านจุลชีพในประเทศไทย [อินเทอร์เน็ต]. เข้าถึงเมื่อ 5 กรกฎาคม 2567. เข้าถึงได้จาก: https://amrthailand.net/Home/Thailand.

ภาณุมาศ ภูมาศ, ตวงรัตน์ โพธะ, วิษณุ ธรรมลิขิตกุล, และคณะ. ผลกระทบด้านสุขภาพและเศรษฐศาสตร์จากการติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในประเทศไทย: การศึกษาเบื้องต้น. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข. 2555;6(3):352-60.

พรพิมล จันทร์คุณาภาส, ไพรำ บุญญฤทธิ์, นุชน้อย ประภาโส, วรนัดดา ศรีสุพรรณ, ไพทิพย์ เหลืองเรืองรอง. แนวทางการจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพในโรงพยาบาลนนทบุรี. กรุงเทพฯ: สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข; 2559.

Dellit TH, Owens RC, McGowan JE, Gerding DN, Weinstein RA, Burke JP, et al. Infectious Diseases Society of America and the Society for Healthcare Epidemiology of America Guidelines for Developing an Institutional Program to Enhance Antimicrobial Stewardship. Clin Infect Dis. 2007; 44: 159-77.

Barlam TF, Cosgrove SE, Abbo LM, MacDougall C, Schuetz AN, Septimus EJ, et al. Implementing an Antibiotic Stewardship Program: Guidelines by the Infectious Diseases Society of America and the Society for Healthcare Epidemiology of America. Clin Infect Dis. 2016; 62: 51-77.

Ministry of Public Health. Thailand national strategic plan on antimicrobial resistance 2017- 2021[online].2017[cited Jul 25, 2020]. Available from:www.fda.moph.go.th/ sites/drug/

Shared%20Documents/AMR/ 04.pdf.

ภิญโญ รัตนาอัมพวัลย์, ทิชา ฤกษ์พัฒนาพิพัฒน์, พรพรรณ กู้มานะชัย, วิษณุ ธรรมลิขิตกุล. การส่งเสริมและกำกับการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสมในโรงพยาบาล. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ศิริราช; 2561.

Metlay JP, Waterer GW, Long AC, Anzueto A, Brozek J, Crothers K, et al. Diagnosis and Treatment of Adults with Community-acquired Pneumonia. An Official Clinical Practice Guideline of the American Thoracic Society and Infectious Diseases Society of America. Am J Respir Crit Care Med. 2019 Oct 1;200(7):e45-e67.

พรรณี คลอวุฒิวัฒน์, ปิยธิดา แต่เจริญกุล. ผลของโปรแกรม ASP ต่อการใช้ยาปฏิชีวนะในโรงพยาบาลขนาดกลาง. วารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาล. 2564;31(3):55–64.

Jenkins A. Impact of IV-to-PO Antibiotic Conversion on Hospital Length of Stay and Clinical Outcomes. J Antimicrob Chemother. 2023;78(5):1231–8..

สุมัณฑนา ตันประยูร, วารุณี วัฒนสิทธิ์, สุมิตรา ศิริวัฒน์. ผลของการเปลี่ยนยาจากฉีดเป็นรับประทานต่อระยะเวลานอนโรงพยาบาลในผู้ป่วยติดเชื้อ. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์. 2561;31(2):103–112.

Klompas M, Li L, Menchaca J. Switch Therapy in Pneumonia: Effect on Hospital Outcomes and Costs. Chest. 2023;164(1):79–88.

ภิญโญ รัตนาอัมพวัลย์. การประเมินผลการใช้ยาปฏิชีวนะในโรงพยาบาลศูนย์. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลขอนแก่น. 2561;42(1):45–53.

Deshpande A, Warkentin LM, Sligl WI. Intravenous-to-Oral Antibiotic Switch in Hospitalized Patients With Pneumonia: Impact on Outcomes. Clin Infect Dis. 2023;76(2):237–45.

สุมัณฑนา ตันประยูร, คณะ. ผลของการเปลี่ยนยากลุ่มฟลูออโรควิโนโลนจากฉีดเป็นรับประทานในผู้ป่วยผู้ใหญ่. วารสารสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 2563;13(1):45–53

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-25

รูปแบบการอ้างอิง

เลี่ยมเพชร ร. (2025). ผลลัพธ์ทางคลินิกและค่ายาจากการพัฒนากระบวนการเปลี่ยนยาปฏิชีวนะชนิดฉีด เป็นชนิดรับประทานสำหรับผู้ป่วยโรคปอดอักเสบชุมชน:โรงพยาบาลอู่ทอง. หัวหินเวชสาร, 5(3), 30–46. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/hhsk/article/view/282071

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ