ปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจในการใช้บริการสุขภาพที่หน่วยบริการปฐมภูมิและ เครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ (PCU/NPCU) ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
คำสำคัญ:
ความคาดหวัง, คุณภาพบริการ, ความพึงพอใจ, หน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ (PCU/NPCU)บทคัดย่อ
บทนำ: หน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิ ถือเป็น “คานงัด” ระบบสุขภาพที่จะทำให้คนไทยมีสุขภาพดี ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญของกระทรวงสาธารณสุข จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการวัดคุณภาพการบริการ ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงต่อความรู้สึกของผู้ที่มารับบริการที่มีต่อหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิทั้งในแง่บวกหรือแง่ลบ โดยความพึงพอใจในบริการเป็นความรู้สึกหรือทัศนคติของผู้ใช้บริการหลังจากที่ได้รับบริการนั้นๆหรือระหว่างการใช้บริการเกิดบรรลุเป้าหมายหรือได้รับการบริการที่ตรงกับสิ่งที่ผู้ใช้บริการคาดหวังไว้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาระบบบริการสุขภาพอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจในการใช้บริการสุขภาพที่หน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ (PCU/NPCU) ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
วิธีการศึกษา: การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive research) กลุ่มตัวอย่าง คือประชาชนอายุ 18 - 60 ปี ที่มารับบริการหรือเคยมารับบริการและอาศัยอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ (PCU/NPCU) จำนวน 23 แห่ง โดยการสุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ (Accidentment Sampling) จำนวน 460 คน ดำเนินการวิจัยตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ แบบสอบถาม แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป ส่วนที่ 2 ความคาดหวังต่อคุณภาพบริการสุขภาพ ส่วนที่ 3 ความพึงพอใจในการใช้บริการสุขภาพ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่, ร้อยละ, ค่าเฉลี่ย, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน, ใช้สถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน (Pearson Correlation) และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน (Stepwise Multiple Regression Analysis)
ผลการศึกษา: ผลการวิจัย พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในการใช้บริการสุขภาพโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( =3.88, S.D.= 0.77) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า มีความพึงพอใจด้านการบริการเชิงรุกมากที่สุด ( = 4.07, S.D.=0.79) รองลงมาคือ ด้านการสร้างเครือข่ายและการมีส่วนร่วม ( = 3.97, S.D.= 0.81), ด้านการบริการต่อเนื่อง ( = 3.80, S.D.=0.81) และด้านการบริการรับข้อมูลให้คำปรึกษาแก่ประชาชน ( = 3.73, S.D.= 0.92) ตามลำดับ และพบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจในการใช้บริการสุขภาพที่หน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ (PCU/NPCU) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณ (R) เท่ากับ 0.856 และสามารถพยากรณ์ความพึงพอใจ ได้ร้อยละ 73.2 คือ ความคาดหวังด้านความเป็นรูปธรรมของบริการ สามารถพยากรณ์ความ พึงพอใจในการใช้บริการได้สูงสุด มีค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยในรูปคะแนนดิบ (b) และค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยในรูปคะแนนมาตรฐาน(Beta) เป็น 0.653 กับ 0.619 รองลงมาคือ ความคาดหวังด้านการตอบสนองท่าทีการแสดงออกหรือปฏิสัมพันธ์ต่อผู้รับบริการ, อายุ และด้านการแนะนำข้อมูลข่าวสารและความรู้ให้ความมั่นใจแก่ผู้รับบริการ สามารถพยากรณ์ความพึงพอใจในการใช้บริการ โดยมีค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยในรูปคะแนนดิบ (b) และค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยในรูปคะแนนมาตรฐาน (Beta) เป็น 0.133 กับ 0.143 , -0.007 กับ -0.093 และ 0.117 กับ 0.118 ตามลำดับ
สรุป: จากผลการวิจัยสามารถนำไปใช้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยผู้บริหาร ควรให้ความสำคัญกับคุณภาพบริการ โดยเฉพาะด้านความเป็นรูปธรรมของบริการ, ด้านการตอบสนองท่าทีการแสดงออกหรือปฏิสัมพันธ์ต่อผู้รับบริการ และด้านการแนะนำข้อมูลข่าวสารและความรู้ให้ความมั่นใจแก่ผู้รับบริการ มีสถานที่จอดรถและพื้นที่ให้บริการเพียงพอและสะอาด มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ และบุคลากรให้เพียงพอ ให้บริการอย่างทั่วถึงเท่าเทียมกันด้วยความเสมอภาพไม่แบ่งแยกอายุไม่ว่าจะเป็นคนชรา เด็ก หรือ ผู้พิการ เพื่อให้เกิดความพึงพอใจเพิ่มขึ้น
เอกสารอ้างอิง
สุพัตรา ศรีวาณิชชากร และคณะ. “บริการปฐมภูมิ บริการสุขภาพใกล้บ้านใกล้ใจ” วารสารการศึกษา พยาบาล นนทบุรี สถาบันพระบรมราชชนก; 2542.
กองยุทธศาสตร์และแผน. ระบบรายงานทรัพยากรสาธารณสุข. กองยุทธศาสตร์และแผน กระทรวงสาธารณสุข: นนทบุรี; 2561.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์. รายงานการตรวจราชการระดับจังหวัด ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ประเด็น Agenda Base : ระบบสุขภาพปฐมภูมิ หัวข้อ : การจัดตั้งหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ; 2566.
Parasuraman, A., Zeithaml, V. A., & Berry, L.L. SERVQUAL: A multiple-item scale for measuring consumer perception of service quality. J Retailing .1988; 60(1): 12-40.
ฐปนรรศฆ์กมล วิมุตต์ทปิติ. การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับความพึงพลใจของผู้รับบริการแผนกผู้ป่วยในภายในโรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นเนล [วิทยานิพนธ์ปริญญาการจัดการมหาบัณฑิต]. กรุงเทพฯ:มหาวิทยาลัยมหิดล; 2565.
วัลภา ยิ้มปราโมทย์. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้ป่วยนอกที่มีต่อโรงพยาบาลเอกชนกรณีศึกษาโรงพยาบาลในเครือพระราม 2 [วิทยานิพนธ์ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต]. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล; 2559.
Likert, Rensis A. New Patterns of Management. New York: McGraw-Hill Book Company Inc.1961; p: 247.
วิชิต อู่อ้น. การวิจัยและการสืบค้นข้อมูลทางธุรกิจ. กรุงเทพฯ: เซ็นทรัลเอ็กซ์เพรส; 2550.
สมนึก ภัททิยธนี. การวัดผลการศึกษา พิมพ์ครั้งที่ 4. กาฬสินธุ์: ประสานการพิมพ์; 2548.
Cronbach, L.J. Essential of psychological testing. (5th ed.). New York: Harper Collins.1990; p: 202-204.
กุณฑิกา อะโข. ความพึงพอใจต่อการสื่อสารในการปฏิบัติงานและความผูกพันต่อองค์การของพนักงาน บริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน; 2557.
ช่อดาว เมืองพรหม. ความพึงพอใจของประชาชนต่อคุณภาพการให้บริการของโรงพยาบาลธนบุรี [วิทยานิพนธ์ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต].กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยสยาม; 2562.
โตพล กมลรัตน์. คุณภาพการให้บริการที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้ใช้บริการโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนลรัตนาธิเบศร์ [วิทยานิพนธ์ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต]. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคำแหง; 2564.
ภูริลาภ งามสิมะ. คุณภาพการให้บริการที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้ใช้บริการโรงพยาบาล สมเด็จพระปิ่นเกล้า. [วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยรามคำแหง; 2565.
ธนิตา ทองมา. ความพึงพอใจของประชาชนผู้มารับบริการโรงพยาบาลทหารผ่านศึก [วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยศรีปทุม; 2557.
นันทพร สถาพร. ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจของผู้รับบริการงานผู้ป่วยในโรงพยาบาล วังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://ayo.moph.go.th/main/file_upload/subforms/2024_5abc54c88429bdd1e17507f16f7e0f2/.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 โรงพยาบาลหัวหิน

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารหัวหินเวชสาร เป็นลิขสิทธิ์ของโรงพยาบาลหัวหิน
บทความที่ลงพิมพ์ใน วารสารหัวหินเวชสาร ถือว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนคณะบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
