การพัฒนาแนวทางกายภาพบำบัดในผู้สูงอายุหลังผ่าตัดกระดูกสะโพกหักที่เข้ารับการฟื้นฟูระยะกลาง โรงพยาบาลหัวหิน
คำสำคัญ:
ผู้สูงอายุ, แนวทางกายภาพบำบัด, กระดูกสะโพกหัก, การฟื้นฟูระยะกลางบทคัดย่อ
บทนำ: กระดูกสะโพกหักเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญทั่วโลก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีภาวะกระดูกพรุน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้มและกระดูกหัก ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาอุบัติการณ์ของกระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 30.4% โดยพบมากในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย การรักษาที่ได้ผลดีสำหรับผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักคือการผ่าตัด เช่น การใส่เหล็กดามหรือเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม หลังจากนั้นผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพด้วยวิธีการทางกายภาพบำบัดเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างใกล้เคียงปกติมากที่สุด ปัจจุบันพบว่าผู้ป่วยบางรายไม่สามารถทำกายภาพบำบัดต่อเนื่องได้ทันที เนื่องจากต้องรอคำสั่งแพทย์ หรือมีข้อจำกัดด้านการเดินทาง จากปัญหาดังกล่าวผู้วิจัยจึงเล็งเห็นความสำคัญของการดูแลผู้สูงอายุหลังผ่าตัดกระดูกสะโพกหักอย่างต่อเนื่อง จึงพัฒนาแนวทางกายภาพบำบัดในผู้สูงอายุหลังผ่าตัดกระดูกสะโพกหักที่เข้ารับการฟื้นฟูระยะกลาง เพื่อให้การดูแลมีระบบที่ชัดเจนและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทีมสหวิชาชีพสามารถทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
วัตถุประสงค์: เพื่อพัฒนาแนวทางกายภาพบำบัดที่เป็นระบบในผู้สูงอายุหลังผ่าตัดกระดูกสะโพกหักที่เข้ารับการฟื้นฟูระยะกลาง โรงพยาบาลหัวหิน
วิธีการศึกษา: การวิจัยเรื่องการพัฒนาแนวทางกายภาพบำบัดในผู้สูงอายุหลังผ่าตัดกระดูกสะโพกหักที่เข้ารับการฟื้นฟูระยะกลาง โรงพยาบาลหัวหินเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ (Qualitative study and Quantitative study) ทำการศึกษาในผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา จำนวน 7 คน และนักกายภาพบำบัด โรงพยาบาล หัวหินจำนวน 9 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบประเมินความตรงเชิงเนื้อหาของแนวทาง (Content validity) แบบประเมินความพึงพอใจต่อการใช้แนวทางของนักกายภาพบำบัด และแนวทางกายภาพบำบัดในผู้สูงอายุหลังผ่าตัดกระดูกสะโพกหักที่เข้ารับการฟื้นฟูระยะกลาง โดยจัดทำแนวทางกายภาพบำบัดในผู้สูงอายุหลังผ่าตัดกระดูกสะโพกหักที่เข้ารับการฟื้นฟูระยะกลาง โรงพยาบาลหัวหิน ทำการศึกษาหาค่าความตรงเชิงเนื้อหา (I-CVI) ของแนวทางกายภาพบำบัดในผู้สูงอายุหลังผ่าตัดกระดูกสะโพกหักโดยผู้เชี่ยวชาญ ประเมินความพึงพอใจต่อการใช้แนวทางของนักกายภาพบำบัดและทำการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview) จากผู้เชี่ยวชาญและนักกายภาพบำบัด วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปโดยใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ข้อมูลที่ได้จากผู้เชี่ยวชาญ วิเคราะห์โดยใช้สถิติ Content validity Index ทั้งความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหารายข้อ (I-CVI) และความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาทั้งฉบับ (S-CVI) และมีการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis) ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ
ผลการศึกษา: ผลการประเมินความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญอยู่ในระดับดีมาก (I-CVI = 0.87, S-CVI = 0.87) และนักกายภาพบำบัดมีความพึงพอใจต่อแนวทาง คิดเป็น 100%
สรุปผล: แนวทางกายภาพบำบัดในผู้สูงอายุหลังผ่าตัดกระดูกสะโพกหักที่เข้ารับการฟื้นฟูระยะกลาง โรงพยาบาลหัวหิน ถูกต้องตามหลักวิชาการ ผู้ปฏิบัติงานสามารถปฏิบัติตามแนวทางได้อย่างถูกต้องและเป็นในทิศทางเดียวกัน ส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
เอกสารอ้างอิง
Sing CW, Lin TC, Bartholomew S, Bell JS, Bennett C, Beyene K, et al. Global epidemiology of hip fractures: Secular trends in incidence rate, post-fracture treatment, and all-cause mortality. Journal of Bone and Mineral Research. 2023;38(8):1064-75.
Mohd-Tahir N, Li S. Economic burden of osteoporosis-related hip fracture in asia: A systematic review. Osteoporosis International. 2017;28:2035-44.
Barceló M, Torres OH, Mascaró J, Casademont J. Hip fracture and mortality: Study of specific causes of death and risk factors. Archives of osteoporosis. 2021;16:1-8.
กรมกิจการผู้สูงอายุ. สถิติผู้สูงอายุจำนวนและสัดส่วนผู้สูงอายุไทยในภาพรวม [อินเทอร์เน็ต]. 2557 [เข้าถึงเมื่อ 23 ตุลาคม 2567]. เข้าถึงจาก: http://www.dop.go.th/th/know/side/1/1/45
Charatcharoenwitthaya N, Nimitphong H, Wattanachanya L, Songpatanasilp T, Ongphiphadhanakul B, Deerochanawong C, et al. Epidemiology of hip fractures in Thailand. Osteoporosis International. 2024;35(9):1661-8.
พัชราพร ตาใจ, บุญญภักดิ์ เห่งนาเลน, เยาวลักษณ์ สงวนพานิช. กระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุ:บทบาทพยาบาลในการป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนก่อนและหลังผ่าตัดกระดูกสะโพก. วารสารมหาวิทยาลัยคริสเตียน. 2020;26(4):116-28.
ศุภพร ศรีพิมาน, ปรัชญานันท์ เที่ยงจรรยา, ชุติวรรณ ปุรินทราภิบาล. ผลของการใช้โปรแกรมส่งเสริมพฤติกรรมการดูแลตนเองต่อความรู้ การรับรู้ความสามารถ และพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยผ่าตัดกระดูกสะโพก หอผู้ป่วยศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลสงขลา. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี. 2020;3(2):149-65.
Kim S-J, Park H-S, Lee D-W. Outcome of nonoperative treatment for hip fractures in elderly patients: A systematic review of recent literature. Journal of Orthopaedic Surgery. 2020;28(2):2309499020936848.
Neuman MD, Fleisher LA, Even-Shoshan O, Mi L, Silber JH. Nonoperative care for hip fracture in the elderly: The influence of race, income, and comorbidities. Med Care. 2010;48(4):314-20.
Oftedal S, Bell KL, Davies PSW, Ware RS, Boyd RN. Prehabilitation in the early management of patients with hip fractures: A clinical trial. Journal of Geriatric Physical Therapy. 2020;43(3):144-50.
Lee K, Um S, Kim Y. Postoperative Rehabilitation after Hip Fracture: A literature review. H&P. 2020;32:125-31.
สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ. คู่มือการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยระยะกลางสำหรับผู้ป่วยสะโพกหัก Guideline for Intermediate Care in Hip Fracture (Fragility Fracture) สำหรับบุคลากรทางตามแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan)กรุงเทพมหานคร: สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ; 2565.
World Health Organization. International Classification of Functioning, Disability and Health (ICF) [อินเทอร์เน็ต]. 2001 [เข้าถึงเมื่อ11พฤศจิกายน2567]. เข้าถึงได้จาก: https://iris.who.int/bitstream/handle/10665/42407/9241545429.pdf?sequence=1
ฑิมภ์พร วิทูรพงศ์, พจนารถ เลิศปัญญาดี, วทันยา วงศ์มติกุล. การฟื้นฟูร่างกายภายหลังการผ่าตัดดามกระดูกข้อสะโพกหรือการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 23 ตุลาคม 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://rehabmed.md.chula.ac.th/wp-content/uploads/2020/05/การฟื้นฟูร่างกายภายหลังการผ่าตัดดามกระดูกข้อสะโพกหรือการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก.pdf
Campbell A, Robertson MC. Otago exercise programme to prevent falls in older adults. Wellington: ACC Thinksafe; 2003.
สุจิตรา เทียนสวัสดิ์. ดัชนีความตรงเชิงเนื้อหา: ข้อวิพากษ์และข้อเสนอแนะวิธีการคำนวณ. วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 2549;28(2):1-7.
ศุภกฤต จึงพิภานิชกุล. วิเคราะห์รูปแบบการดำเนินงานการดูแลผู้ป่วยระยะกลาง Intermediate care พื้นที่นำร่องจังหวัดเชียงใหม่ ในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ภายใต้โครงการ Project on Seamless Health and Social Services Provision for Elderly Persons (S-TOP). สำนักอนามัยผู้สูงอายุ กรมอนามัย; 2564.
พิศมัย บุญเลิศ, เทอดศักดิ์ พรหมอารักษ์, ภวดี แถวเพีย. การพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องสำหรับผู้สูงอายุ. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น. 2016;23(2): 79-87.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 โรงพยาบาลหัวหิน

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารหัวหินเวชสาร เป็นลิขสิทธิ์ของโรงพยาบาลหัวหิน
บทความที่ลงพิมพ์ใน วารสารหัวหินเวชสาร ถือว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนคณะบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
