การพัฒนาแนวทางการควบคุมเชื้อดื้อยา Carbapenem- Resistant Enterobacteriaceae (CRE) ในโรงพยาบาลปทุมธานี

ผู้แต่ง

  • ประภาพร ถ้ำแก้ว โรงพยาบาลปทุมธานี

คำสำคัญ:

เชื้อแบคทีเรียดื้อยา, Carbapenem-Resistant Enterobacteriaceae (CRE)

บทคัดย่อ

บทนำ: ปัจจุบันเชื้อแบคทีเรียดื้อยาต้านจุลชีพเป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุขทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ส่งผลกระทบต่อการรักษาเนื่องจากต้องใช้ยาต้านจุลชีพที่มีฤทธิ์แรงขึ้นและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงขึ้นและผู้ป่วยต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานขึ้น ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนและอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ ยากลุ่ม Carbapenem ถือเป็นยาหลักในการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อในโรงพยาบาลเนื่องจากมีประสิทธิภาพสูงต่อเชื้อที่ก่อโรค แต่เมื่อเชื้อ Enterobacteriaceae เริ่มมีการดื้อยากลุ่มนี้ในปัจจุบัน อาจทำให้เกิดปัญหาในอนาคตที่ไม่สามารถใช้ยาในการรักษาโรคติดเชื้อที่รุนแรงในโรงพยาบาลได้

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาสถานการณ์เชื้อแบคทีเรียดื้อยา Carbapenem-Resistant Enterobacteriaceae (CRE) ของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และพัฒนาแนวทางการควบคุมเชื้อแบคทีเรียดื้อยา CRE ในโรงพยาบาลปทุมธานี

วิธีการศึกษา: การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาข้อมูลย้อนหลังเชิงพรรณนา ในผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลปทุมธานี ระหว่างปี 2565-2567 ที่มีการส่งเพาะเชื้อแบคทีเรียจากสิ่งส่งตรวจทุกชนิด และส่งตรวจหายีนดื้อยา เพื่อนำมาวางแนวทางการควบคุมการติดเชื้อ

ผลการศึกษา: พบเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม Enterobacteriaceae จำนวน 18,154 ราย และพบเชื้อ CRE จำนวน 2,161 ราย คิดเป็นร้อยละ 32.25, 33.82 และ 33.92 ตามลำดับในแต่ละปี เชื้อ CRE ส่วนใหญ่ก่อให้เกิดปัญหาในระบบทางเดินหายใจ โดยพบเชื้อที่สำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ Klebsiella pneumonia (ร้อยละ 46.00), Escherichia coli (ร้อยละ 38.72), Klebsiella ozanae (ร้อยละ 6.91), Enterobacter cloacae (ร้อยละ 5.63) และ Klebsiella aerogenes (ร้อยละ 2.73) พบผู้ป่วยเพศชายมากกว่าเพศหญิง และผู้ป่วยที่มีอายุเกิน 60 ปี พบจำนวน 1,433 ราย ส่วนแผนกที่พบการติดเชื้อ CRE สูงสุดคือ แผนกอายุรกรรม ผลการทดสอบความไวต่อยาพบว่าเชื้อ CRE ดื้อต่อยาในกลุ่ม Carbapenem แต่ยังมีความไวต่อยา Amikacin และเมื่อทำการตรวจหายีนดื้อยา พบว่า Escherichia coli พบยีน blaNDM ร้อยละ 68.75 และ Klebsiella pneumonia พบยีน blaOXA48-like ร้อยละ 80

สรุป: ปัญหาเชื้อแบคทีเรียดื้อยา CRE ในโรงพยาบาลปทุมธานีเป็นปัญหาที่ต้องการการควบคุมและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง การสร้างความตระหนักและการปฏิบัติงานที่เคร่งครัดจากบุคลากรทุกระดับเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้คณะกรรมการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลสามารถทบทวนกระบวนการและวางมาตรการป้องกันและควบคุมเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เอกสารอ้างอิง

พุทธิชาติ ขันตี, ลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ. Update of Carbapenem-Resistant Enterobacteriaceae. สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย. เข้าถึงเมื่อ 20 ส.ค. 2567, จาก Update of Carbapenem-Resistant Enterobacteriaceae [ไฟล์].

นิธิมา สุ่มประดิษฐ์, คณะ. แผนปฏิบัติการด้านการดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566-2570. เข้าถึงเมื่อ 9 ส.ค. 2567, จาก https://www.thaidrugwatch.org/download/series/53/series53-19.pdf.

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. แผนปฏิบัติการด้านการดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566-2570. 2566.

Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Carbapenem-resistant Enterobacteriaceae (CRE). Retrieved from https://www.cdc.gov/hai/organisms/cre/index.html, 2019.

สมหมาย ยงยุทธ. การดื้อยาของเชื้อ Carbapenem-Resistant Enterobacteriaceae (CRE) และผลกระทบต่อการรักษา. วารสารวิจัยการแพทย์. 2021;12(3):45-52.

Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Carbapenem-resistant Enterobacteriaceae (CRE) – A serious antibiotic-resistant threat. Available at: https://www.cdc.gov/drugresistance/biggest_threats.html. Accessed March 2025.

ณัฐสุดา อั้งโสภา. ระเบียบปฏิบัติเรื่องแนวทางการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาล. ปรับปรุงครั้งที่ 2. 2565.

ปริชาติ บุญรอด, คณะ. ศึกษาสถานการณ์ความชุกของเชื้อดื้อยา Carbapenem Resistant Enterobacteriaceae (CRE) และยีนดื้อยา Carbapenemase ในโรงพยาบาลเลิดสิน. วารสารกรมการแพทย์. 2566;48(2):13-20.

อรนุช ขวัญเมือง, คณะ. ศึกษาความชุกของเชื้อ Carbapenem Resistant Enterobacteriaceae ในโรงพยาบาล ราชวิถี. วารสารกรมการแพทย์. 2565;41(3):81-89.

อรวรรณ โอษฐิเวช.ความชุกของเชื้อ Carbapenem Resistant Enterobacteriaceae ในโรงพยาบาลมุกดาหาร.วารสารวิชาการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ.2563;16(2):47-56.

สุทธิพร คงเพ็ง. ศึกษาการตรวจหาเชื้อในวงศ์ Enterobacteriaceae ที่ดื้อต่อยา Carbapenem ที่แยกจากผู้ป่วยในโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช. Journal of Health Sciences and Pedagogy. 2564;1(3):56-67.

สุกัญญา บัวชุม, คณะ. ศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม Enterobacteriaceae ที่ดื้อต่อยา Carbapenem : CRE ในผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในผู้ป่วยใน โรงพยาบาลพิจิตร. วารสารวิจัยและวิชาการสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร. 2563;1(1):1-9.

ปอแก้ว เพ็ชร์คำ, คณะ. ศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อ Enterobacteriaceae ที่ดื้อยากลุ่ม Carbapenem (CRE) ในโรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช.วารสารวิจัย มข. (ฉบับบัณฑิตศึกษา). 2565;22(1):120-130.

วสรศ ค้ำพันธุ์. ศึกษาการพัฒนาแนวทางปฏิบัติในการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อดื้อยาของพยาบาลวิชาชีพ ในโรงพยาบาลศรีวิไล อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ. รายงานการวิจัย. เข้าถึงเมื่อ 15 ต.ค. 2567, จาก https://bkpho.moph.go.th/ssjweb/bkresearch/index.php?fn=detail&sid=333.

บุญญรัตน์ รัตนประภา. ศึกษาการพัฒนาระบบการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาควบคุมพิเศษ โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย. วารสารการพยาบาลสุขภาพสาธารณสุข. 2566;2(1):1-17.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-04-30

รูปแบบการอ้างอิง

ถ้ำแก้ว ป. (2025). การพัฒนาแนวทางการควบคุมเชื้อดื้อยา Carbapenem- Resistant Enterobacteriaceae (CRE) ในโรงพยาบาลปทุมธานี. หัวหินเวชสาร, 5(1), 57–72. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/hhsk/article/view/277386

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ