การศึกษาเปรียบเทียบอัตราความสำเร็จของการฉีดยาชาระงับความรู้สึกที่เส้นประสาทอินเตอร์คอสโตเบรเคียลและเส้นประสาทมีเดียลเบรเคียลคิวทาเนียสโดยใช้อัลตราซาวด์ และการฉีดยาชาใต้ชั้นผิวหนังโดยใช้อัลตราซาวด์ ในผู้ป่วยผ่าตัดรยางค์ส่วนบน
คำสำคัญ:
ฉีดยาชาระงับความรู้สึกเส้นประสาทอินเตอร์คอสโตเบรเคียลและมีเดียลเบรเคียลคิวทาเนียส;, ฉีดยาชาระงับความรู้สึกโดยใช้อัลตราซาวด์;, การผ่าตัดรยางค์ส่วนบนบทคัดย่อ
บทนำ: การฉีดยาชาระงับความรู้สึกที่บริเวณเส้นประสาทอินเตอร์คอสโตเบรเคียลและเส้นประสาทมีเดียลเบรเคียลคิวทาเนียสเพื่อระงับความรู้สึกของต้นแขนด้านในสามารทำได้โดยใช้การฉีดชาไปที่ชั้นใต้ผิวหนังหรือไปที่เส้นประสาทดังกล่าวโดยตรง อย่างไรก็ตาม ยังขาดข้อมูลการศึกษาเปรียบเทียบความสำเร็จระหว่างการใช้อัตราซาวด์เพื่อระงับความรู้สึกที่เส้นประสาทดังกล่าวกับการฉีดยาชาใต้ผิวหนัง
วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการชาที่บริเวณต้นแขนด้านใน ระหว่างกลุ่มที่ได้รับการฉีดยาชาระงับความรู้สึกที่บริเวณเส้นประสาทอินเตอร์คอสโตเบรเคียลและเส้นประสาทมีเดียลเบรเคียลคิวทาเนียสโดยใช้อัล-ตราซาวด์ กับกลุ่มที่ได้รับการฉีดยาชาที่ชั้นใต้ผิวหนังโดยใช้อัลตราซาวด์ในการผ่าตัดรยางค์ส่วนบน รวมถึงการเปรียบเทียบระยะเวลาการออกฤทธิ์ของยาชาในทั้งสองกลุ่ม
วิธีการศึกษา: การศึกษาแบบ Randomized single-blinded controlled trial นี้ดำเนินการในผู้ป่วยที่มาเข้ารับการผ่าตัดรยางค์ส่วนบน ณ โรงพยาบาลสมุทรสาคร จำนวน 18 ราย คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจงตามเกณฑ์ที่กำหนด สุ่มตัวอย่างเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 9 ราย ทำการเก็บข้อมูลทั่วไป และทำการทดสอบอาการชาบริเวณต้นแขนด้านใน 4 ตำแหน่ง ทุก 5 นาที จนครบ 20 นาทีหลังฉีดยาชา โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการชาหลังฉีดยาชาโดยใช้สถิติ Chi-square test
ผลการศึกษา: อัตราความสำเร็จในกลุ่มได้รับการฉีดยาชาระงับความรู้สึกที่บริเวณเส้นประสาทอินเตอร์คอสโตเบร-เคียลและมีเดียลเบรเคียลคิวทาเนียสคือ ร้อยละ 88.9 [95%CI 51.8, 99.7] สูงกว่ากลุ่มได้รับการฉีดยาชาใต้ชั้นผิวหนังซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 66.7 [95%CI 29.9, 92.5] แต่ไม่แตกต่างกันในทางสถิติ (P=0.257) อย่างไรก็ตามระยะเวลาหลังทำหัตถการจนชาเต็มที่ทั้ง 4 ตำแหน่ง ในกลุ่มที่ได้รับการฉีดยาชาที่เส้นประสาทอินเตอร์คอสโตเบรเคียลและมีเดียลเบรเคียลคิวทาเนียสมีความเร็วกว่าอย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) โดยร้อยละ 87.5 ของผู้ป่วยในกลุ่มนี้มีอาการชาเต็มที่ภายใน 0-5 นาที เทียบกับร้อยละ 33.3 ในกลุ่มที่ได้รับการฉีดยาชาใต้ผิวหนัง
สรุป: กลุ่มที่ได้รับการฉีดยาชาที่บริเวณเส้นประสาทอินเตอร์คอสโตเบรเคียลและมีเดียลเบรเคียลคิวทาเนียสโดยใช้ อัลตราซาวด์มีแนวโน้มอัตราความสำเร็จสูงกว่า และมีระยะเวลาการออกฤทธิ์ของยาชาที่สั้นกว่าที่ได้รับการฉีดยาชาใต้ผิวหนังโดยใช้อัลตราซาวด์
เอกสารอ้างอิง
Lopera-Velásquez LM, Restrepo-Garcés C. Ultrasound and nerve stimulation-guided axillary. Colomb. J. Anesthesiol. 2016 Jan.;44(1):30-5.
Satapathy AR, Coventry DM. Axillary Brachial Plexus Block. Anesthesiology Research and Practice. 2011;2011:1–5.
Feigl G, Aichner E, Mattersberger C, Zahn PK, Avila Gonzalez C, Litz R. Ultrasound-guided anterior approach to the axillary and intercostobrachial nerves in the axillary fossa: an anatomical investigation. British Journal of Anaesthesia. 2018 Oct;121(4):883–9.
Samerchua A, Leurcharusmee P, Panjasawatwong K, Pansuan K, Mahakkanukrauh P. Cadaveric study identifying clinical sonoanatomy for proximal and distal approaches of ultrasound-guided intercostobrachial nerve block. Regional Anesthesia & Pain Medicine. 2020 Sep 14;45(11):853–9.
Magazzeni P, Jochum D, Iohom G, Mekler G, Albuisson E, Bouaziz H. Ultrasound-Guided Selective Versus Conventional Block of the Medial Brachial Cutaneous and the Intercostobrachial Nerves: A Randomized Clinical Trial. Reg Anesth Pain Med. 2018 Nov;43(8):832-837.
O'Rourke MG, Tang TS, Allison SI, Wood W. The anatomy of the extrathoracic intercostobrachial nerve. Aust N Z J Surg. 1999 Dec;69(12):860-4.
Loukas M, Hullett J, Louis RG Jr, Holdman S, Holdman D. The gross anatomy of the extrathoracic course of the intercostobrachial nerve. Clin Anat. 2006 Mar;19(2):106-111.
Thallaj AK, Al Harbi MK, Alzahrani TA, et al. Ultrasound imaging accurately identifies the intercostobrachial nerve. Saudi Med J 2015;36:1241–4.
Torre PAdela, Jones JW, Álvarez SL, et al. [Axillary local anesthetic spread after the thoracic interfacial ultrasound block - a cadaveric and radiological evaluation]. Rev Bras Anestesiol 2017;67:555–64.
Moustafa MA, Kandeel AA. Randomized comparative study between two different techniques of intercostobrachial nerve block together with brachial plexus block during superficialization of arteriovenous fistula. J Anesth 2018;32:725–30.
Jones MR, Novitch MB, Sen S, et al. Upper extremity regional anesthesia techniques: A comprehensive review for clinical anesthesiologists. Best Pract Res Clin Anaesthesiol. 2020;34(1):e13-e29.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 โรงพยาบาลหัวหิน

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารหัวหินเวชสาร เป็นลิขสิทธิ์ของโรงพยาบาลหัวหิน
บทความที่ลงพิมพ์ใน วารสารหัวหินเวชสาร ถือว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนคณะบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
