ความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคประสาทหูเสื่อมจากเสียงดัง ในพนักงานโรงงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
คำสำคัญ:
โรคประสาทหูเสื่อมจากเสียงดัง, การตรวจคัดกรองสมรรถภาพการได้ยินบทคัดย่อ
บทนำ: โรคประสาทหูเสื่อมจากเสียงดังพบได้มากเป็นอับดับสองของโรคประสาทหูเสื่อมทั้งหมด และเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ทำให้เสียชีวิตแต่ก่อให้เกิดความพิการหรือจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยฟังทดแทน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีโรงงานแปรรูปสินค้าทางการเกษตรหลายโรงงานซึ่งใช้เครื่องจักรที่ก่อให้เกิดเสียงดังเกินมาตรฐาน จำเป็นต้องมีการตรวจคัดกรองสมรรถภาพการได้ยินให้แก่พนักงาน
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคประสาทหูเสื่อมจากเสียงดัง ได้แก่ เพศ อายุ การสูบหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ โรคประจำตัว ยาที่ใช้เป็นประจำ อาการเกี่ยวกับหู ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต อายุงาน ชั่วโมงการทำงานที่สัมผัสเสียงดังต่อวัน พฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียงดังขณะปฏิบัติงาน และความรู้เกี่ยวกับการสูญเสียการได้ยิน
วิธีการศึกษา: การวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบตัดขวาง กลุ่มตัวอย่างได้แก่พนักงานโรงงานในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 3 โรงงานที่สัมผัสเสียงดังเกิน 85 เดซิเบล ทั้งหมดจำนวน 346 คน ที่ได้รับการตรวจคัดกรองสมรรถภาพการได้ยินตั้งแต่กันยายน 2565 ถึงตุลาคม 2565 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่แบบสอบถามและผลการตรวจคัดกรองสมรรถภาพการได้ยิน โดยแบบสอบถามประกอบด้วย 2 ส่วน คือ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปและแบบวัดความรู้เกี่ยวกับการสูญเสียการได้ยิน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนาได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอนุมานได้แก่ Chi-square test เพื่อวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05
ผลการศึกษา: พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความชุกของโรคประสาทหูเสื่อมจากเสียงดังร้อยละ 8.4 โดยแบ่งเป็นเริ่มมีประสาทหูเสื่อมร้อยละ 4.9 และมีประสาทหูเสื่อมร้อยละ 3.5 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคประสาท หูเสื่อมจากเสียงดังอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ ประวัติการเกิดอุบัติเหตุบริเวณหูและศีรษะในอดีต อาการเกี่ยวกับหู ชั่วโมงการทำงานที่สัมผัสเสียงดังต่อวัน ยาที่ใช้เป็นประจำ พฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียงดัง และความรู้เกี่ยวกับการสูญเสียการได้ยิน ส่วนปัจจัยอื่นๆ ได้แก่ เพศ อายุ โรคประจำตัว การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ และอายุงาน ไม่มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคประสาทหูเสื่อมจากเสียงดัง
สรุป: การเฝ้าระวังโรคประสาทหูเสื่อมจากเสียงดังในพนักงานที่สัมผัสเสียงดังเกินมาตรฐานโดยการตรวจคัดกรองสมรรถภาพการได้ยินเป็นประจำทุกปี จะช่วยให้สามารถระบุพนักงานที่มีประสาทหูเสื่อมจากเสียงดังหรือเริ่มมีประสาทหูเสื่อมจากเสียงดังระยะแรก พนักงานเหล่านี้ควรได้การอบรมความรู้เกี่ยวกับโรคประสาทหูเสื่อมจากเสียงดังตลอดจนจัดหาอุปกรณ์ป้องกันเสียงให้อย่างพอเพียง
เอกสารอ้างอิง
Nelson DI, Nelson RY, Concha-Barrientos M, Fingerhut M. The global burden of occupational noise-induced hearing loss. Am J Ind Med 2005;48:446-58.
World Health Organization. Hearing loss due to recreational exposure to loud sounds: A review [Internet]. [Cited 2022 Mar 23]. Available from: https://apps.who.int/iris/bitstream/ha ndle/10665/154589/9789241508513_ eng.pdf?sequence=1&isAllowed=y
Occupational Health and Safety Administration, United states department of labor. Occupational Noise Exposure: overview. [Internet]. [Cited 2022 Mar 23]. Available from: https://www.osha.gov/noise
U.S. department of health and human services, Public Health Service, Centers for Disease Control and Prevention, National Institute for Occupational Safety and Health. Criteria for a commended standard Occupational noise exposure revised criteria 1998. [Internet]. [Cited 2022 Mar 23]. Available from: https://www.cdc.gov/niosh/docs/98- 126/pdfs/98-126.pdf
Occupational Health and Safety Administration, United states department of labor. Hearing Conservation. [Internet]. [Cited 2022 Mar 23]. Available from: https://www.osha.gov/sites/default/fi les/publications/osha3074.pdf
รัตนาภรณ์ เพ็ชรประพันธ์, วันดี ไข่มุกด์, ฐิติวร ชูสง. การประเมินระดับเสียงและสมรรถภาพการ ได้ยินของพนักงานโรงงานโม่หินแห่งหนึ่งใน จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารความ ปลอดภัยและสุขภาพ 2558;8(27):13-23.
ศูนย์พัฒนาวิชาการอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม จังหวัดสมุทรปราการ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการเฝ้าระวัง ป้องกันภาวะสูญเสียการได้ยินจากเสียงดัง จากการประกอบอาชีพ. [อินเทอร์เน็ต]. [วันที่อ้างถึง 23 มีนาคม 2565]. ที่มา: https://ddc.moph.go.th/oehdc/journ al_detail.php?publish=10308
สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนว ทางการตรวจคัดกรองสมรรถภาพการได้ยิน และการแปลผล (ฉบับปรับปรุง ปี2560). [อินเทอร์เน็ต]. [วันที่อ้างถึง 23 มีนาคม 2565]. ที่มา: http://envocc.ddc.moph.go.th/uploa ds/samutprakarn/1hearing_chep4_ba seline_29May%2018.pdf
มูลนิธิสัมมาอาชีวะ. แนวทางการตรวจและแปล ผลสมรรถภาพการได้ยินในงานอาชีวอนามัย พ.ศ. 2561. [อินเทอร์เน็ต]. [วันที่อ้างถึง 23 มีนาคม 2565]. ที่มา: http://safetyhubs.com/wp- content/uploads/2018/11/book_audi ometry.pdf
เทิดศักดิ์ ผลจันทร์, สุเมธ พีรวุฒิ, สาธิต ชยาภัม, พิชญา ตันติเศรณี. ความชุกของภาวะ ประสาทรับเสียงเสื่อมจากเสียงและปัจจัยที่ เกี่ยวข้องในพนักงานงานโภชนาการ งาน วิศวกรรมซ่อมบำรุง และงานจ่ายผ้ากลาง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. สงขลา นครินทร์เวชสาร 2547;22(1):27-36.
พัฒนาพร กล่อมสุนทร, ทุวัน สิมมะลิ, บารเมษฐ์ ภิราล้ำ. ความชุกและปัจจัยที่มี ความสัมพันธ์กับการสูญเสียสมรรถภาพการ ได้ยินจากการสัมผัสเสียงดังในพนักงาน โรงงานน้ำตาลสหเรือง จังหวัดมุกดาหาร. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 2556;11(4):40-51.
Kou-Huang Chen1, Shih-Bin Su, Kow- Tong Chen. An overview of occupational noise-induced hearing loss among workers: epidemiology, pathogenesis, and preventive measures. Environmental Health and Preventive Medicine 2020;25:65.
รุ่งนภา สิงห์สถิตย์, รัชดาพร ฐานมั่น. ความสัมพันธ์ของความรู้และทัศนคติต่อ พฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี. [อินเทอร์เน็ต]. [วันที่อ้างถึง 23 มีนาคม 2565]. ที่มา: http://rms.mcru.ac.th/uploads/162015.pdf
ธีระศิษฏ์ เฉินบำรุง, วิทยา พิเชฐวีรชัย, ศิรินทิพย์ ชาญด้วยวิทย์, วนิดา อินชิต,วันทนีย์ หวาน ระรื่น. การเกิดร่องและขนาดของร่องที่พบ ได้จากตรวจสมรรถภาพการได้ยินประจำปี ของพนักงานสถานประกอบการ 9 แห่งใน จังหวัดระยอง. วารสารสาธารณสุขศาสตร์ 2561;48(1):33-43.
Paul W. Flint, Bruce H. Haughey, Valerie J. Lund, John K. Niparko, Mark A. Richardson, K. Thomas Robbins. et al, editor. Cummings otolaryngology head & neck surgery. 5th ed. Philadelphia: Elsevier; 2010. p. 2116-52.
นันท์มนัส บุญโล่ง, ศราวุธ ดำอุดม, กมลพรรณ โลหกุล, รุ่งกานต์ เพชรล้วน. ความชุกของ การสูญเสียสมรรถภาพการได้ยินและ ความสัมพันธ์ระหว่าง ปัจจัยคัดสรรกับการ สูญเสียสมรรถภาพการได้ยินในการ ปฏิบัติ งาน.วารสารวิชาการแพทย์ เขต 11 2556;27:327-336.
Benjamin S Bloom. 1986. ‘Learning for mastery’. Evaluation comment. Center for the study of instruction program. University of California at Los Angeles. Vol 2:47-62.
Green lW, Kreuter MW. Health program planning: An educational and ecological approach. 4th ed. New York: Emily Barrosse; 2005.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 โรงพยาบาลหัวหิน

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารหัวหินเวชสาร เป็นลิขสิทธิ์ของโรงพยาบาลหัวหิน
บทความที่ลงพิมพ์ใน วารสารหัวหินเวชสาร ถือว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนคณะบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
