ผลการตัดชิ้นเนื้อปอดด้วยวิธีใช้เข็มเจาะผ่านผนังทรวงอก โดยการใช้เครื่องตรวจวินิจฉัย ด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงเป็นตัวนำเพื่อวินิจฉัยมะเร็งปอด
คำสำคัญ:
มะเร็งปอด , การตัดชิ้นเนื้อปอดด้วยวิธีใช้เข็มเจาะผ่านผนังทรวงอก, ก้อนในปอดชิดผนังทรวงอกบทคัดย่อ
บทนำ: โรคมะเร็งปอดเป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญของคนไทย การวินิจฉัยและการรักษามะเร็งปอดจำเป็นต้องได้ชิ้นเนื้อปอดเพื่อนำมาตรวจทางพยาธิวิทยา การตัดชิ้นเนื้อปอดทำได้หลายวิธีแต่ละวิธีมีประสิทธิภาพและภาวะแทรกซ้อนแตกต่างกัน การเลือกวิธีการตัดชิ้นเนื้อปอดขึ้นอยู่กับตำแหน่งของก้อน ขนาด และอาการทางคลินิกของผู้ป่วย
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาผลของการใช้เข็มเจาะผ่านผนังทรวงอกเพื่อตัดชิ้นเนื้อปอด โดยการใช้เครื่องตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงเป็นตัวนำเพื่อวินิจฉัยมะเร็งปอดและภาวะแทรกซ้อนหลังทำหัตถการ ในผู้ป่วยที่สงสัยมะเร็งปอดจากการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
วิธีการศึกษา: เป็นการศึกษาแบบเก็บข้อมูลแบบย้อนหลัง(retrospective study) ผู้ป่วยสงสัยมะเร็งปอด และมีผลการตรวจการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทรวงอกพบก้อนในปอดชิดผนังทรวงอก หรือก้อนประจันอก ที่เข้ามารับการรักษาที่คลินิกอายุรกรรมโรงพยาบาลราชบุรี ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ถึง 30 กันยายน พ.ศ. 2564 และได้รับการทำหัตถการตัดชิ้นเนื้อปอดด้วยการใช้เข็มเจาะผ่านผนังทรวงอกโดยใช้เครื่องตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงเป็นตัวนำ เพื่อหาอุบัติการณ์การวินิจฉัยมะเร็งปอดจากการทำหัตถการและปัจจัยที่สัมพันธ์กับการตรวจพบโรคมะเร็ง
ผลการศึกษา:ผู้ป่วย 141 ราย เป็นเพศชาย 101 รายอายุเฉลี่ย 61.4 ปีผลชิ้นเนื้อวินิจฉัยโรคมะเร็ง 126 ราย ผลชิ้นเนื้อปกติ 13 ราย ลักษณะเนื้อตาย 2 ราย อุบัติการณ์ของการตรวจพบโรคมะเร็งจากการทำหัตถการเท่ากับร้อยละ 89.4 พบภาวะแทรกซ้อนไอเลือดออก 3 รายปอดอักเสบ 1 ราย โดยพบว่าก้อนที่มีขนาดใหญ่กว่า 5 ซม. และก้อนที่อยู่ในตำแหน่งกลีบปอดด้านบนหรือก้อนประจันอก มีความสัมพันธ์กับการตรวจพบโรคมะเร็งจากการทำหัตถการ
สรุป:การตัดชิ้นเนื้อปอดด้วยการใช้เข็มเจาะผ่านผนังทรวงอกโดยใช้เครื่องตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงเป็นตัวนำ เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการวินิจฉัยโรคมะเร็งในผู้ป่วยที่มีผลการตรวจคอมพิวเตอร์ทรวงอก พบก้อนผิดปกติในปอดตำแหน่งชิดผนังทรวงอก หรือก้อนประจันอกสงสัยมะเร็งปอด โดยมีความจำเพาะสูงในผู้ป่วยที่มีก้อนขนาดใหญ่กว่า 5 ซม. และตำแหน่งกลีบปอดด้านบนหรือก้อนประจันอก
คำสำคัญ มะเร็งปอด การตัดชิ้นเนื้อปอดด้วยวิธีใช้เข็มเจาะผ่านผนังทรวงอก ก้อนในปอดชิดผนังทรวงอก
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิง
แนวทางการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็งปอด (ปรับปรุงครั้งที่ 2) –กรุงเทพฯ :สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข;พ.ศ. 2558.
ทะเบียนมะเร็งระดับโรงพยาบาล พ.ศ. 2563 Hospital-Based Cancer Registry 2020. –กรุงเทพฯ :สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข; พ.ศ. 2564.
Bronchoscopic techniques in diagnosis and staging of lung cancer.
F.J.F. HerthBreathe 2011;7:324-337[Online]. [cited 21 December 2021]. Available from: https://breathe.ersjournals.com/content/breathe/7/4/324.full.pdf
Michele Anzidei, Andrea Porfiri, Fabrizio Andrani, et all. Imaging-guided chest biopsies: techniques and clinical results.
Insights Imaging 2017;8:419–428
Rashid A. Khan, Vinod Kumar, Muhammad Taimur, et all. Diagnostic Yield of Ultrasound-guided Trucut Biopsy in Diagnosis of Peripheral Lung Malignancies.
Cureus2019;11(6):412-415
Matthew H. Lee, Meghan G. Lubner, J. Louis Hinshaw, et all. Ultrasound Guidance Versus CT Guidance for Peripheral Lung Biopsy: Performance According to Lesion Size and Pleural Contact.
AJR 2018; 210:W110–W117
Yannick Simonneau, Julia Ballouhey, Gilles Mangiapan, et all. Ultrasound-guided lung biopsies performed by pulmonologist: a French prospective study.
European Respiratory Journal 2019 54: PA4833
Norio Yamamoto, Tetsuya Watanabe, Kazuhiro Yamada, et al. Efficacy and safety of ultrasound (US) guided percutaneous needle biopsy for peripheral lung or pleural lesion: comparison with computed tomography (CT) guided needle biopsy.
J Thorac Dis 2019;11(3):936-943
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 โรงพยาบาลหัวหิน

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารหัวหินเวชสาร เป็นลิขสิทธิ์ของโรงพยาบาลหัวหิน
บทความที่ลงพิมพ์ใน วารสารหัวหินเวชสาร ถือว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนคณะบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
