การพยาบาลผู้ป่วยเด็กโรคปอดอักเสบ ที่ได้รับการใส่เครื่อง High - flow nasal cannula
เด็กโรคปอดอักเสบ
คำสำคัญ:
โรคปอดอักเสบ, High- flow nasal cannulaบทคัดย่อ
ผู้ป่วยที่มีอาการหายใจลำบาก หอบเหนื่อย จะมีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น ภาวะหายใจล้มเหลวที่รุนแรงขึ้นจนถึงขั้นใส่เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งจะเกิดภาวะแทรกซ้อนอีกหลายอย่างตามมา การให้ Oxygen flow rate ขนาดสูงทำให้เกิด Positive End Expiratory Pressure (PEEP) มีส่วนช่วยในการเปิดทางเดินหายใจ เครื่อง High- flow nasal cannula เป็นเครื่องมือที่ให้ออกซิเจน Oxygen flow rate ในขนาดสูง ผ่านเครื่องทำความชื้นให้กับผู้ป่วยทาง Nasal cannula ออกซิเจนจะไปกักบริเวณ Nasopharynx ช่วยลด Nasopharyngeal dead space ซึ่งมีผลทำให้ผู้ป่วยได้รับออกซิเจนความเข้มข้นสูงตามที่ต้องการอย่างสม่ำเสมอ จะลดการหายใจเอาคาร์บอนไดออกไซด์กลับเข้าไปใหม่ (rebreathing) และช่วยลดแรงต้านในการหายใจเข้า มีผลให้ลดการออกแรงในการหายใจของผู้ป่วยทำให้อาการหอบเหนื่อยดีขึ้น
ในผู้ป่วยกรณีศึกษาได้ทำการศึกษาความสำเร็จของการรักษาพยาบาลผู้ป่วยเด็กโรคปอดอักเสบในระดับรุนแรง หายใจหอบเหนื่อย มี Subcostal retraction และ Intercostal retraction หายใจเร็ว อัตราการหายใจ 48 ครั้ง/นาที ผล Chest x - ray มี Left lung crepitation ผู้ป่วยได้รับการประเมินอาการ ให้การรักษาพยาบาลตามมาตรฐาน ดูแลให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ยาปฏิชีวนะ ยาขยายหลอดลม ยากลุ่มคอร์ติโคสตีรอยด์ และรักษาภาวะพร่องออกซิเจน หอบเหนื่อยด้วยเครื่อง High- flow nasal cannula ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อลดภาวะการหายใจล้มเหลวที่รุนแรง ให้คำแนะนำในการเตรียมความพร้อมก่อนใส่เครื่อง ขณะใส่เครื่อง และการปฏิบัติตัวหลังจากถอดเครื่อง High- flow nasal cannula หลังจากผู้ป่วยเด็กโรคปอดอักเสบได้รับการรักษาใส่เครื่อง High- flow nasal cannula มีหายใจเหนื่อยน้อยลง อัตราการหายใจ 38 – 42 ครั้ง/นาที ไม่มี retraction Lung มี Expiratory wheezing เล็กน้อย ดูแลให้การพยาบาลโดยยึดหลัก Sterile technique ป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ รวมถึงการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องของผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยปลอดภัย ปราศจากภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยสามารถกลับไปดำรงชีวิตตามปกติได้
เอกสารอ้างอิง
ระบบหายใจในเด็ก : กลุ่มอาการโรคหวัดและปอดบวม. กรุงเทพฯ: 2554.
2. กระทรวงสาธารณสุข. สำนักระบาดวิทยา. สถิติสาธารณสุข. โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก. กรุงเทพฯ. 2558.
3. โรงพยาบาลหัวหิน. กลุ่มงานยุทธศาสตร์และแผนงานโครงการ. รายงานสถิติประจำปี 2561.
4. ประพุทธ ศิริปุนย์, วันดี วราวิทย์ และสุรางค์ เจียมจรรยา, บรรณาธิการ. ตำรากุมารเวชศาสตร์ (ฉบับเรียบเรียงใหม่ เล่ม 1). กรุงเทพฯ: โฮลิสติกพับลิสชิ่ง; 2542.
5. อุดม บุญยทรรพ. สาระการเรียนรู้ : สรีรวิทยา Respiratory system. เชียงใหม่ : ภาควิชาสรีรวิทยา. คณะแพทย์ศาสตร์.
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2550.
6. วนพร อนันตเสรี. ปอดอักเสบ. ใน ประยงค์ เวชนิชสนอง และวนพร อนันตเสรี, บรรณาธิการ. กุมารเวชศาสตร์ทั่วไป. สงขลา: ชานเมืองการพิมพ์; 2550: 241-252.
7. จิตลัดดา ดีโรจนวงศ์, ดุสิต สถาวร, ธีรชัย ฉันทโรจน์ศิริ และอรุณวรรณ พฤทธิพันธุ์, บรรณาธิการ. Pediatric pulmonology
& Respiratory Care: A Current Practice. กรุงเทพฯ: บียอนด์ เอนเตอร์ไพรช์; 2544.
8. บัญจางค์ สุขเจริญ, วิไล เลิศเทวี, ฟองคา ติลกสกุลชัย, และศรีสมบูรณ์ มุสิกสุคนธ์, บรรณาธิการ. ตำราการพยาบาลเด็ก. กรุงเทพฯ: คณะพยาบาลศาสตร์. มหาวิทยาลัยมหิดล; 2550.
9. สมหญิง โควศวนนท์. ใน บัญจางค์ สุขเจริญ และคณะ, บรรณาธิการ. การพยาบาลเด็ก. กรุงเทพฯ: ภาควิชาการพยาบาลกุมารเวชศาสตร์. คณะพยาบาลศาสตร์. มหาวิทยาลัยมหิดล; 2550.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารหัวหินเวชสาร เป็นลิขสิทธิ์ของโรงพยาบาลหัวหิน
บทความที่ลงพิมพ์ใน วารสารหัวหินเวชสาร ถือว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนคณะบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
