ผลของโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพผู้ป่วยเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน ในคลินิกเบาหวาน โรงพยาบาลดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี

ผู้แต่ง

  • จันทรา สุวรรณอยู่ศิริ
  • รักชนก จันทร์เพ็ญ โรงพยาบาลดำเนินสะดวก

คำสำคัญ:

โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพ, พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพ, ผู้ป่วยเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน

บทคัดย่อ

                    การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ เปรียบเทียบความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพ ค่าน้ำตาลในเลือด และระดับฮีโมโกลบินเอวันซี (HbA1c) ของผู้ป่วยเบาหวานก่อน และหลังการเข้าร่วมโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพวิธีการศึกษา การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยก่อนทดลอง (Pre - experimental research) ผู้ป่วยเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลินในคลินิกเบาหวาน โรงพยาบาลดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี จำนวน 30 ราย ศึกษาผลก่อน และหลังการเข้าร่วมโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพ เป็นระยะเวลา 3 เดือน เครื่องมือในการวิจัยประกอบด้วย เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพ และเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคล ส่วนที่ 2 แบบสอบถามความรู้ ส่วนที่ 3 แบบสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพ มีการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ โดยมีการตรวจสอบความตรง (Validity) โดยพิจารณาความถูกต้องตามเนื้อหา และความเหมาะสมของภาษา จากผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านการวิจัย 1 ท่าน อายุรแพทย์ 1 ท่าน และพยาบาลผู้มีประสบการณ์ด้านการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน 1 ท่าน หาค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหารายข้อ (Content validity index : CVI) โดยนำมาหาค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหาทั้งชุด (S - CVI) มีค่าเท่ากับ 0.85 และ การตรวจสอบความเชื่อมั่น (Reliability) ของแบบสอบถามความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน ที่ได้ปรับปรุงไปทดลองใช้กับผู้ป่วยเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน (Try out) กับกลุ่มประชากรที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างจำนวน 30 คน ได้ค่า        ความเชื่อมั่น = 0.831 สำหรับเครื่องมือทางห้องปฏิบัติการที่ใช้วัดค่าน้ำตาลในเลือด มีการตรวจสอบค่ามาตรฐานจากบริษัท   ผู้ผลิต และได้การรับรองคุณภาพจากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย สถิติพรรณนา การแจกแจงความถี่ ร้อยละค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ สถิติอ้างอิง t - test Dependent

                    ผลการศึกษา: กลุ่มตัวอย่างภายหลังการเข้าร่วมโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพในคลินิกเบาหวาน มีค่าคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน และค่าเฉลี่ยคะแนนพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p <0.05) และ พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีค่าเฉลี่ยน้ำตาลในเลือด และค่าเฉลี่ยระดับฮีโมโกลบินเอวันซี (HbA1c) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p <0.05) ดังนั้น ผู้บริหารการพยาบาลควรส่งเสริมให้พยาบาลนำแนวคิดโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพ ไปใช้กับผู้ป่วยเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน เพื่อให้พยาบาลได้มีทักษะและแนวทางในการวางแผน รูปแบบการดูแลตนเองให้แก่ผู้ป่วยเบาหวานชนิดไม่พึงอินซูลินเพื่อลดค่าน้ำตาลในเลือดเป็นรายบุคคล

                    ข้อเสนอแนะ : การใช้โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพในเรื่องความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพส่งผลทำให้ค่าน้ำตาลในเลือด และระดับฮีโมโกลบินเอวันซี (HbA1c) ลดลง ฉะนั้นจึงควรมีการส่งเสริมการดูแลตนเองในเรื่องอาหารและการใช้ยาอย่างเคร่งครัด

เอกสารอ้างอิง

1. สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย. อัตราความชุกโรคเบาหวานทั่วโลกจาก IDF 2560 [อินเทอร์เน็ต].
[ม.ป.ป.] [วันที่อ้างถึง 3 ม.ค. 2560]. ที่มา: https://www.dmthai.org

2. วิชัย เอกพลากร. รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 5 พ.ศ. 2557. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข. นนทบุรี : 2559; 142 - 146.

3. สำนักงานหลักประกันสุขภาพ. การประเมินผลการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และความดันโลหิตสูงของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร. เครือข่ายวิจัยคลินิกสหสถาบัน. 2554.

4. โรงพยาบาลดำเนินสะดวก. งานเวชระเบียน. รายงานสถิติ ตัวชี้วัด ประจำปี 2561.

5. นันนภัส พีระพฤฒิพงศ์, นํ้าอ้อย ภักดีวงศ์ และ อำภาพร นามวงศ์พรหม. ผลของโปรแกรมการจัดการดูแลตนเองต่อความรู้กิจกรรมการดูแลตนเองและค่าฮีโมโกลบินที่มีน้ำตาลเกาะในผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารสมาคมพยาบาลฯสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 2555; 30.2: 99-105.

6. อมรรัตน์ ภิรมย์ชม และอนงค์ หาญสกุล. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่สอง ในอำเภอบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ. สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น, 2555; 1.19: 1-10.

7. ปกาสิต โอวาทกานนท์ และวิริยา สุนทรา. ผลของโปรแกรมการให้ความรู้การดูแลตนเองในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แบบกลุ่มในโรงพยาบาลทรายมูล. ศรีนครินทร์เวชสาร. 2555; 27.3: 236 - 241.

8. Pender, N.J., Murdaugh, C.L., Parson, M.A. The Health Promotion Model Manual. University of Michigan. [internet].
Cited 2013 Jun 12. from www. https://nursing. Umich. Edu/faculty – staff/nola- j pender. 2011.

9. พรพิมล ทนุกิจ และกนกพร ไพศาลสุจารีกุล. แนวปฏิบัติการจัดการทางการพยาบาลสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 [วิทยานิพนธ์]. เชียงใหม่ : พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2553.

10. ดวงสมร นิลตานนท์. ผลของโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพ โดยประยุกต์ใช้ทฤษฏีความสามารถแห่งตนและกระบวนการกลุ่มร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคม ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในโรงพยาบาลเอราวัณอำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย[วิทยานิพนธ์]. ขอนแก่น : สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาวิชาการบริหารสาธารณสุข. มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 2553; 112 - 117.

11. ศันสนีย์กองสกุล. ผลของโปรแกรมการฝึกทักษะการจัดการตนเองในการควบคุมโรคเบาหวานและระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วย ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 [วิทยานิพนธ์]. กรุงเทพฯ : พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาวิชาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; กรุงเทพมหานคร; 2552.

12. Glasgow, R.E., Emony, S., & Miller, D.C. Assessing delivery of the five“As”for patient centered counseling. Health
Promotion International, (2006); 21(3); 245 - 255.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-04-11

รูปแบบการอ้างอิง

สุวรรณอยู่ศิริ จ., & จันทร์เพ็ญ ร. (2019). ผลของโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพผู้ป่วยเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน ในคลินิกเบาหวาน โรงพยาบาลดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี. หัวหินเวชสาร, 4(1), e0049. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/hhsk/article/view/176241

ฉบับ

ประเภทบทความ

รายงานผู้ป่วย