การตรวจหาแอนติบอดีต่อหัดเยอรมันในหญิงตั้งครรภ์ที่โรงพยาบาลโพธาราม จ.ราชบุรี
คำสำคัญ:
หัดเยอรมัน, ภูมิต้านทานต่อหัดเยอรมัน, วัคซีนป้องกันหัดเยอรมัน, ความพิการแต่กำเนิดอันเกิดจากโรคหัดเยอรมันบทคัดย่อ
ไวรัสหัดเยอรมันทำให้เกิดโรคหัดเยอรมันและภาวะแทรกซ้อนอีกมากมาย อันตรายหรือความรุนแรงของโรคหัดเยอรมันคือการติดเชื้อในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ซึ่งมักก่อให้เกิดกลุ่มความพิการแต่กำเนิดในทารกเนื่องจากหัดเยอรมัน ( Congenital Rubella Syndrome ; CRS) ประเทศไทยมีนโยบายให้ฉีดวัคซีนปูองกันโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน แต่จากรายงานของกระทรวงสาธารณสุขยังมีการรายงานผู้ปุวยด้วยโรคหัดเยอรมันอยู่แสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพของการฉีดวัคซีนในประเทศไทยยังไม่สามารถกำจัดโรคนี้ได้ จึงทำให้มีโอกาสพบเด็กที่มีความพิการอันเกิดจากโรคหัดเยอรมันได้ งานวิจัยนี้ต้องการทราบความชุกของภูมิต้านทานต่อหัดเยอรมันในหญิงวัยเจริญพันธุ์ โดยอิงกลุ่มตัวอย่างที่เป็นหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลโพธาราม ตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2559 ถึงกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 จานวน 179 คนนำซีรั่มของผู้เข้าร่วมการศึกษาไปตรวจหาแอนติบอดีต่อหัดเยอรมันชนิด IgG โดยวิธี ELISA ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าความชุกของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภูมิต้านทานต่อหัดเยอรมันร้อยละ 87.71 ส่วนผู้ที่ไม่มีภูมิต้านทานต่อหัดเยอรมันคิดเป็นร้อยละ 12.29 ซึ่งหญิงตั้งครรภ์กลุ่มนี้อาจมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัดเยอรมัน เพื่อเป็นแนวทางในการแนะนำให้มีการฉีดวัคซีนปูองกันโรคหัดเยอรมันหลังจากคลอดบุตรแล้วในผู้ที่ไม่มีภูมิต้านทานต่อหัดเยอรมัน เพื่อป้องกันการเกิด Congenital Rubella Syndrome ที่อาจเกิดขึ้นในการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป ซึ่งจะนำมาซึ่งปัญหาทางสุขภาพและเศรษฐกิจที่จะตามมาอีกมากมายในอนาคต การนำข้อมูลที่ตรวจวิเคราะห์ได้ทบทวนร่วมกับสูติแพทย์และสหสาขาวิชาชีพ เพื่อเฝ้าระวัง CRS ร่วมกับคำแนะนำจากองค์การอนามัยโลกที่ให้คำแนะนำสำหรับประเทศที่นำวัคซีนป้องกันหัดเยอรมันเข้ามาใน Expanded Program of immunization ของประเทศแล้วแต่ยังไม่สามารถกำจัดโรคหัดเยอรมันออกไปจากประเทศได้นอกจากควรเฝ้าระวัง CRS แล้วยังแนะนำให้มีการตรวจน้ำเหลืองหญิงที่มาฝากครรภ์เป็นระยะๆ เพื่อเฝูาระวังหญิงวัยเจริญพันธุ์ที่ปราศจากภูมิต้านทานกันต่อโรคนี้
เอกสารอ้างอิง
กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ. ตาราวัคซีนและการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ปี 2556.พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพฯ:สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา;2556.
อุบลวรรณ บุญลอย.ระดับภูมิต้านทานป้องกันโรคหัดในเด็กอายุ 4 ปี ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัดหรือวัคซีนรวมป้องกันโรคหัดคางทูม หัดเยอรมันหนึ่งครั้งเมื่อ 9-12 เดือน. ศูนย์การศึกษาแพทย์ศาสตร์คลินิก โรงพยาบาลพระปกเกล้า 2555;29:217-228.
พิไลพันธ์ พุธวัฒนะ. ไวรัสวิทยา. พิมพ์ครั้งที่ 2.กรุงเทพฯ: สำนักอักษรสมัย; 2540.
Tharmapornpilas P, Yoocharean P, Rasdjarmrearnsook A, Theamboonlers A, Poovorawan Y. Seroprevalence of Antibodies to Measles, Mumps and Rubella among Thai Population: Evaluation of Measles/MMR ImmunizetionProgramme. J Health Popul Nutr. 2009; 27(1):80-86
กลุ่มงานระบาดวิทยา กองควบคุมโรคติดต่อสานักอนามัยกรุงเทพมหานคร. สรุปสถานการณ์โรคที่เฝ้าระวังทางระบาดวิทยา. รายงานการเฝ้า
ระวังโรค. 2556;22:15.
Skendzel LP. Rubella immunity–defining the level of protective antibody. Am J Clin Path; 1996; 106:170-174.
ธรรมโรจน์ โล่ห์เลขา.แอนติบอดีต่อหัดเยอรมันในหญิงมีครรภ์ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า 2548. (เข้าถึงเมื่อ 17 กรกฏาคม 2557). เข้าถึงได้จาก http://www.thaipediatrics.org/abstract/120909/pamongkud 48.doc.17 กค.2557.
Tharmapornpilas P et al. Seroprevalence of Antibodies to Measles, Mumps and Rubella among Thai Population: Evaluation of Measles/MMRImmunizationProgramme. J Health Popul Nutr 2009; 27:80-86.
Kombich JJ et al. Seroprevalence of Natural Rubella Antibodies among Antenatal Attendees at Moi Teaching and Referral
HospitalEldoret, Kenya. J Immunol Tech Infect Dis 2012; 1:1-4.
Adam O et al. Seroprevalence of rubella among pregnant women in Khartoum state, Sudan:EMHJ 2013; 19: 812-815.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารหัวหินเวชสาร เป็นลิขสิทธิ์ของโรงพยาบาลหัวหิน
บทความที่ลงพิมพ์ใน วารสารหัวหินเวชสาร ถือว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนคณะบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
