ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการบริหารการเงินการคลังของโรงพยาบาล
คำสำคัญ:
การบริหารการเงินการคลัง, ประสิทธิภาพการบริหารบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับปัจจัยด้านการบริหาร ระดับประสิทธิภาพการบริหารการเงินการคลังและปัจจัยด้านการบริหารที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการบริหารการเงินการคลังของโรงพยาบาล กลุ่มประชากร คือ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารการเงินการคลังของโรงพยาบาลหัวหิน และปฏิบัติงานมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน จานวน 43 คนเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม โดยแบบสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยด้านการบริหารมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .979 และแบบสอบถามประสิทธิภาพการบริหารการเงินการคลังมีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ .956 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (MultipleRegression Analysis) ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับปัจจัยด้านการบริหาร พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมาก 2. ระดับประสิทธิภาพการบริหารการเงินการคลังของโรงพยาบาล พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมาก 3. ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการบริหารการเงินการคลังของโรงพยาบาล มีจานวน 3 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยด้านทักษะความรู้ความสามารถ ปัจจัยด้านรูปแบบการบริหารจัดการ และปัจจัยด้านกลยุทธ์ขององค์กร ซึ่งร่วมกันทานายประสิทธิภาพการบริหารการเงินการคลังของโรงพยาบาล ได้ร้อยละ 87.4 อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากผลการวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานหรือองค์กรควรจัดให้บุคลากรได้รับการฝึกอบรมทักษะและพัฒนาความรู้ความสามารถที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานด้านการเงินการคลังอยู่เสมอ ในส่วนของผู้บริหารเองก็จะต้องให้การสนับสนุนและส่งเสริมให้บุคลากรที่ทางานด้านนี้มีความรู้กฎระเบียบในงานที่ทา และสาหรับส่วนของกลยุทธ์ขององค์กรก็จะต้องมีความชัดเจนนาไปสู่การปฏิบัติได้ จะทาให้ภาพรวมของประสิทธิภาพการบริหารการเงินการคลังสูงขึ้นอย่างชัดเจน
เอกสารอ้างอิง
[อินเตอร์เน็ต] เข้าถึงได้ http://203.157.7.98/et/fileupload_doc/2017-10-25-4-17-2531406.pdf
จิรวัฒน์ อัครบวร และ รัตนศักดิ์ เจริญทรัพย์. แผนที่ยุทธศาสตร์ พิมพ์ครั้งที่ 3 (ฉบับปรับปรุง).กรุงเทพฯ: คณะรัฐมนตรีและราชกิจจานุเบกษา;
2552.
จุมพล หนิมพานิช. การบริหารจัดการภาครัฐใหม่หลักการ แนวคิด และกรณีตัวอย่างของไทย.นนทบุรี: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช;
2548.
บุญชม ศรีสะอาด. การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 7.กรุงเทพฯ: สุวีวิยาสาสน์; 2545.
สมนึก ภัททิยธานี. การวัดผลการศึกษา. กาฬสินธุ์: ประสานกาฬสินธุ์; 2544.
รุจ ศิริสัญลักษณ์. การสร้างเครื่องมือเพื่อการทาวิทยานิพนธ์ทางส่งเสริมการเกษตร. ในประมวลสาระชุดวิชาวิทยานิพนธ์ 2 หน่วยที่ 5 นนทบุรี;
2548 (หน้า 96-99).
รังสรรค์ สิงหเลิศ. ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์. มหาสารคาม : ฝ่ายผลิตเอกสารและตาราสานักวิทยาการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม; 2551.
สุภางค์ ด่อนแผ้ว. ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพการบริหารงานคลังขององค์การบริหารตำบลในเขตอำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก. วิทยานิพนธ์รัฐ
ประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2552.
ทรงสิทธิ์ ประสานศักดิ์. ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพการบริหารงานคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดอุดรธานี. วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา; 2557.
วารุณี ขาสวัสดิ์. ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพการบริหารจัดการงานคลังขององค์การบริหารส่วนตำบล ในเขตจังหวัดเพชรบุรี. วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด; 2558.
จงรักษ์ เวียงสมุทร. ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพการบริหารงานคลังขององค์การบริหารส่วนตำบล ในเขตอำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์. วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาสารคาม; 2559.
อนัญญา ผมทอง. ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพการบริหารงานคลังขององค์การบริหารส่วนตำบลในเขตจังหวัดนครสวรรค์. วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์; 2553.
ฉัตรา โพธิ์พุ่ม. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารงานของโรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน). วารสารวิชาการสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) ปีที่ 20 ฉบับที่ 2 เดือน ธันวาคม 2557.
วราภรณ์ ศรีพะเนิน. การสารวจความคิดเห็นของผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพการบริหารงานคลัง กรณีศึกษาเทศบาลในเขตอำเภอเมือง อำเภอท่ามะกา อาำภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี. (รายงานการศึกษาอิสระปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2550
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารหัวหินเวชสาร เป็นลิขสิทธิ์ของโรงพยาบาลหัวหิน
บทความที่ลงพิมพ์ใน วารสารหัวหินเวชสาร ถือว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนคณะบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
