ความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะไขมันในเลือดผิดปกติในบุคลากร โรงพยาบาลโพธาราม

ผู้แต่ง

  • เบญจวรรณ ชีวยะพันธ์ กลุ่มงานอาชีวเวชกรรม โรงพยาบาลโพธาราม

คำสำคัญ:

ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ, บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข, การตรวจสุขภาพประจำปี

บทคัดย่อ

ที่มาและความสาคัญ : หลอดเลือดหัวใจเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ ในประเทศไทย ปัจจัยที่สำคัญต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด คือ ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ โรงพยาบาลโพธารามได้จัดให้มีการตรวจสุขภาพประจำปีแก่บุคลากร ผลการตรวจสุขภาพ ปี 2558-2559 พบว่าบุคลากรมีภาวะไขมันโคเลสเตอรอลในเลือดผิดปกติ ร้อยละ 61.50 และ 64.60 ตามลำดับ ซึ่งอัตราค่อนข้างสูง การศึกษานี้จึงจัดทำขึ้นเพื่อค้นหาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะไขมันในเลือดผิดปกติในบุคลากรโรงพยาบาลโพธาราม วัตถุประสงค์ : เพื่อหาความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะไขมันในเลือดผิดปกติในบุคลากรโรงพยาบาลโพธาราม วิธีการวิจัย : เป็นการศึกษาแบบภาคตัดขวาง (cross-sectional study) เก็บข้อมูลประกอบด้วย ข้อมูลปัจจัยทางชีวสังคมปัจจัยทางพฤติกรรมสุขภาพ ข้อมูลโคเลสเตอรอล ไขมันไตรกลีเซอไรด์ ไขมันเอชดีแอล และไขมันแอล ดี แอล ระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายน 2560 ในกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ที่มาตรวจสุขภาพประจำปีและได้รับการตรวจทางห้องปฏิบัติการในส่วนของไขมันในเลือด จำนวน 250 ราย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ความถี่ และ ไคสแควร์ผลการวิจัย : บุคลากรส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุเฉลี่ย 45.69 ปี ลักษณะงานส่วนมากเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ร้อยละ 65.2 ดัชนีมวลกายส่วนมากอยู่ในภาวะปกติ รองลงมาคือภาวะน้ำหนักเกิน ร้อยละ 60.0 และ 25.6 ตามลำดับ มีรอบเอวปกติร้อยละ 60.0 พบความชุกของภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ ร้อยละ 75.2 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะไขมันไตรกลีเซอไรด์ผิดปกติ ได้แก่ รอบเอว (P<0.005) ระดับความดันโลหิตไดแอสโตลิค(P<0.05) และพันธุกรรม (P<0.05) ข้อเสนอแนะ: ควรนำผลที่ได้ไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายในการวางแผนการส่งเสริมสุขภาพแก่บุคลากรที่เหมาะสมต่อไป

เอกสารอ้างอิง

สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. NCD FORUM 2017 Moving Forward.(พิมพ์ครั้งที่ 1). สานักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์.

ณัฐิวรรณ พันธุ์มุง และคณะ.(2559).ประเด็นสารรณรงค์วันหัวใจโลก ปี พ.ศ.2560. สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค ลิงค์จาก http:www.whso.moph.go.th.

สุจิตรา เหมวิเชียร,ประณีต ส่งวัฒนา, วิภาวี คงอินทร์. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดของสตรีไทยมุสลิมวัยหมดประจำเดือน. สงขลานครินทร์เวชสาร 2550;25:379-388.

กัญญา จันทร์พล,มนัสนันท์ ธนวิกรานต์กูล. ความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อภาวะไขมันในเลือดสูงในบุคลากรโรงพยาบาลราชวิถี.วารสารกรมการแพทย์ 2558;40:112-119.

สุปราณีย์ ฟูสุวรรณ.ปัจจัยทานายระดับไขมันในเลือดของผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดผิดปกติในชุมชน.พยาบาลสาร. 2559; 43:79-89.

Jean P.D., A. Claude, T. Angelo, T. Jean and B. Claude. Evidence for regional component of body fatness in the association with
serum lipids in men and women.Metabolism.1985; 10 : 967-973.

Stanley M.G., V. Timothy, Sullivan and V. M. Hawthorne. Effect of skinfold levels on lipids and blood pressure in younger and
older adults. Journal of Gerontology.1988; 6 :170-174.

พัชรี ติ๊บตา.การจัดการภาวะไขมันในเลือดผิดปกติโดยไม่ใช้ยา : การทบทวนหลักฐานเชิงประจักษ์.วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต.สาขาวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่. คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.2557:16-17.

ยุพา โพผา.ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดผิดปกติที่ไม่สามารถควบคุมได้.วารสารพยาบาลทหารบก 2558;16:123-130.

สุปราณีย์ ฟูสุวรรณ.ปัจจัยทำนายระดับไขมันในเลือดของผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดผิดปกติในชุมชน. พยาบาลสาร. 2559; 43:79-89.

กชพร อ่อนอภัย.การประยุกต์รูปแบบการส่งเสริมสุขภาพของเพนเดอร์ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดภาวะเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ตำบลบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ.วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต.สาขาวิชาสุขศึกษาและการส่งเสริม
สุขภาพ.มหาวิทยาลัยขอนแก่น.2559;17-18.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-02-28

รูปแบบการอ้างอิง

ชีวยะพันธ์ เ. (2019). ความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะไขมันในเลือดผิดปกติในบุคลากร โรงพยาบาลโพธาราม. หัวหินเวชสาร, 3(1), 36–45. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/hhsk/article/view/175188

ฉบับ

ประเภทบทความ

รายงานผู้ป่วย