ผลของโปรแกรมส่งเสริมการเลิกสูบบุหรี่ต่อพฤติกรรมการเลิกสูบบุหรี่ของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ที่รับไว้ในหอผู้ป่วยอายุรกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรี

  • ประสิทธิ กล้าหาญ โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรี
คำสำคัญ: แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ, การให้คำปรึกษา, พฤติกรรมการเลิกสูบบุหรี่

บทคัดย่อ

          การวิจัยกึ่งทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมส่งเสริมการเลิกสูบบุหรี่ โดยประยุกต์ใช้แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพร่วมกับการให้คำปรึกษาที่มีต่อการรับรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการเลิกสูบบุหรี่ของผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่รับไว้ในหอผู้ป่วยอายุรกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรี กลุ่มตัวอย่างแบ่งเป็น กลุ่มทดลอง 33 คน กลุ่มควบคุม 32 คน ระยะเวลาในการศึกษา 3 เดือน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม 4 ช่วงเวลา ได้แก่ ก่อนการทดลอง หลังการทดลองในเดือนที่ 1 ระยะติดตามเดือนที่ 2 และระยะติดตามเดือนที่ 3 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบความแตกต่างด้วยสถิติ Chi-square, Fisher’s exact test และ Independent t-test และ paired t-test

          ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มทดลองมีการเปลี่ยนแปลงการรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ การรับรู้ความรุนแรงของพิษภัยบุหรี่ การรับรู้ผลดีของการเลิกบุหรี่ และการรับรู้อุปสรรคของการเลิกบุหรี่ดีกว่าก่อนการทดลองและกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) กลุ่มทดลองสามารถเลิกบุหรี่ได้ในระยะติดตามเดือนที่ 3 จำนวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 42.4 เมื่อเปรียบเทียบผลการเลิกสูบบุหรี่ระหว่างทั้งสองกลุ่มพบว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) สรุปได้ว่าโปรแกรมส่งเสริมการเลิกสูบบุหรี่มีผลต่อการเลิกบุหรี่ จึงสามารถนำโปรแกรมนี้ไปประยุกต์ใช้กับผู้ป่วยที่สูบบุหรี่ขณะที่นอนรักษาในหอผู้ป่วยอื่นๆ ได้

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

1. ประกิต วาทีสาธกกิจ. สถานการณ์การสูบบุหรี่และพิษภัยของบุหรี่ ใน: กรองจิต วาทีสาธกกิต.
ถนน ปชต (5A) การส่งเสริมการเลิกบุหรี่ในงานประจำ. พิมพ์ครั้งที่ 2 กรุงเทพฯ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่; 2553: 12 - 14.

2. ศิริวรรณ พิทยรังสฤษฏ์, ประภาพรรณ เอี่ยมอนันต์, ปวีณา ปั้นกระจ่าง และกุมภการ สมมิตร.
สรุปสถานการณ์การควบคุมยาสูบของประเทศไทย พ.ศ.2555 (พิมพ์ครั้งที่1).กรุงเทพฯ: เจริญดีมั่นคงการพิมพ์; 2554.

3. ปวีณา ปั้นกระจ่าง, ศิริวรรณ พิทยรังสฤษฏ์, และสุนิดา ปรีชาวงษ์. สรุปสถานการณ์ปัจจัยเสี่ยงหลัก
ด้านยาสูบของประเทศไทย พ.ศ. 2557. กรุงเทพมหานคร : ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้ เพื่อการควบคุมยาสูบ, มหาวิทยาลัยมหิดล; 2557.

4. วิชัย เอกพลากร. การสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย. รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 4. นนทบุรี : สำนักสำรวจสุขภาพ ประชาชนไทย; 2552.

5. Fung, P.R., Snare – JenKinson, S.L., God trey, M.T., Love, K.W., Zimmevman, P.V.,Yang, I.A., et al. E.Hectiveness ot nosrial – based smoking cessation. CHEST Journal, 2005; 128 (1): 216 – 223.

6. สุนิดา ปรีชาวงษ์. พยาบาลกับกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก.วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร 2550; 1(2): 9 – 18.

7. นันท์ธิยาภรณ์ มะละศิลป์. ผลของการให้คำปรึกษาเพื่อการเลิกบุหรี่ร่วมกับการนวดกดจุดสะท้อนต่อพฤติกรรมการเลิกบุหรี่ในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง. วารสารพยาบาลตำรวจ 2557; 6(1): 30 – 43.

8. Fleiss,J.L, Levin, B., Paik, M.C. (2003). Statistical methods for ratas and proportions (3rd ed.). John Wiley & Sons, 7b.

9. พรรณนิภา หงส์อินทร์, ผลของโปรแกรมการสร้างแรงจูงใจเพื่อการเลิกสูบบุหรี่ในผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูก. [วิทยานิพนธ์]. ปริญญาพยาบาลศาสตร มหาบัณฑิต สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.

10. ปานชีวัน แลบุญมา. แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพและพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของประชาชนในเขตสถานีอนามัยบ้านแม่ปู อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง. [วิทยานิพนธ์]. ปริญญาสาธารณสุขศาสตร์มหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2551.

11. พิรญาณ์ ปาสุวรรณ. ประสิทธิผลของโปรแกรมสุขศึกษาโดยประยุกต์ใช้แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพที่มีต่อการรับรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการเลิกบุหรี่ของผู้รับบริการคลินิกฟ้าใส โรงพยาบาลสระบุรี.ใน: สุปรียา ตันสกุล บรรณาธิการ เอกสารประชุมวิชาการสุขศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 18. พิมพ์ครั้งที่ 1. ปทุมธานี: ซิตี้พริ้นท์; 2560: 190 - 201.

12. โสมรัตน์ บัณฑิตเลิศรักษ์. ประสิทธิผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของ บุคลากรชายโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต. [วิทยานิพนธ์]. ปริญญาครุศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการส่งเสริมสุขภาพ ภูเก็ต: มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต; 2551.

13. Rosenstock, I.M.Historical origins of the nealth belief model. Health Education Monoqraphs 1976; 2: 328 - 335.
เผยแพร่แล้ว
2019-12-23
การอ้างอิงบทความ
ประเภทบทความ
รายงานวิจัย