การพัฒนาแบบบันทึกปัญหาเนื่องจากการใช้ยาและคำแนะนำการปรับขนาดยาใน ผู้ป่วยใช้ยาวาร์ฟาริน

  • สกนวรรณ พวงหอม เภสัชกรชานาญการ
  • อรอนงค์ หงษ์ชุมแพ เภสัชกรชานาญการพิเศษ
  • ศีรษา แซ่เนี้ยว นายแพทย์เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรม
คำสำคัญ: แบบบันทึกปัญหาเนื่องจากการใช้ยาและคำแนะนำการปรับขนาดยาวาร์ฟาริน, ยาวาร์ฟาริน, เภสัชกร, ค่าไอเอ็นอาร์ (International normalized ratio; INR)

บทคัดย่อ

โรงพยาบาลหัวหินได้จัดตั้งคลินิกวาร์ฟาริน เพื่อดูแลรักษาผู้ป่วยที่ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด “วาร์ฟาริน” มาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๖ ในช่วงแรกของการดำเนินงานยังไม่มีการใช้แบบบันทึกข้อมูล พบปัญหา ได้แก่ ผู้ป่วยได้รับขนาดยาต่ำกว่าการรักษา หรือขนาดยาสูงกว่าการรักษา ผู้ป่วยไม่ให้ความร่วมมือในการใช้ ยา เกิดอันตรกิริยาของยาวาร์ฟาริน และเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา และยังพบปัญหาค่าไอเอ็น อาร์ (International normalized ratio; INR) ของผู้ป่วยอยู่ในช่วงการรักษาเพียงร้อยละ ๒๙.๙ เท่านั้น จึง นำไปสู่การพัฒนาแบบบันทึกปัญหาเนื่องจากการใช้ยาและคำแนะนำการปรับขนาดยาในผู้ป่วยใช้ยาวาร์ ฟาริน เพื่อใช้ในการสัมภาษณ์ประวัติ ค้นหาและบันทึกปัญหาจากการใช้ยา และปรับขนาดยาวาร์ฟารินโดย เภสัชกร ก่อนผู้ป่วยจะเข้าพบแพทย์ ซึ่งหลังจากการพัฒนาและทดลองใช้แบบบันทึกดังกล่าวเป็นเวลา ๑๘ เดือน พบว่าค่า INR ของผู้ป่วยอยู่ในช่วงการรักษาเพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ ๖๗.๘ และความพึงพอใจของผู้ใช้ แบบบันทึกสูงถึงร้อยละ ๙๗.๑ ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าแบบบันทึกปัญหาจากการใช้ยาและคำแนะนำการ ปรับขนาดยาในผู้ป่วยที่ใช้ยาวาร์ฟารินมีประโยชน์ในวาร์ฟารินคลินิก การทำงานร่วมกันในสหสาขาวิชาชีพ โดยเภสัชกรเป็นผู้ช่วยในการสัมภาษณ์ประวัติผู้ป่วย ช่วยค้นหาปัญหาการใช้ยา รวมไปถึงแนะนำขนาดยาวาร์ ฟารินที่ปรับตามค่า INR ของผู้ป่วย และบันทึกข้อมูลทั้งหมดลงในแบบบันทึกก่อนที่ผู้ป่วยจะพบแพทย์นั้น สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิผลของการรักษาและความปลอดภัยให้กับผู้ป่วยได้ นอกจากนี้เภสัชกรประจำ คลินิกวาร์ฟารินยังสามารถให้ข้อมูลความรู้กับผู้ป่วย และช่วยเพิ่มความร่วมมือในการใช้ยาได้ จึงสรุปได้ว่า การพัฒนาแบบบันทึกปัญหาเนื่องจากการใช้ยาและคำแนะนำการปรับขนาดยาวาร์ฟารินนี้เป็นเครื่องมือที่ใช้ ในการสื่อสารหรือส่งต้อข้อมูลผู้ป่วยให้กับแพทย์และสหสาขาวิชาชีพเพื่อใช้ดูแลผู้ป่วย ช่วยเพิ่มประสิทธิผล และปลอดภัยให้กับผู้ป่วยที่ใช้ยาวาร์ฟารินมากยิ่งขึ้น

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

มณีรัตน์ สิทธิเดช, ภัทรศรี มูฮัมมัด, นงลักษณ์ มาลานุสรณ์ และคณะ. ผลของการบริบาลทางเภสัชกรรมในผู้ป่วยที่ได้รับยาวาร์ฟารินหลังการผ่าตัดใส่ลิ้นหัวใจเทียมชนิดโลหะ ณ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์. สงขลานครินทร์เวชสาร. 2555 ; 30(2) : 63-72.

สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย. แนวทางการรักษาผู้ป่วยด้วยยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดรับประทานพ.ศ. 2554. กรุงเทพฯ: สานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ; 2554.

สุภารัตน์ วัฒนสมบัติ. ยาต้านการแข็งตัวของเลือด : warfarin. ไทยไภษัชยนิพนธ์ (ฉบับการศึกษาต่อเนื่องทางเภสัชศาสตร์). 2553; 5: 87-98.

Ansell J, Hirsh J, Hylek E, et al. Pharmacology and management of the Vitamin K Antagonists. The eighth ACCP
Guidelines on Antithrombotic and Thrombolytic Therapy. Chest 2008; 133 (suppl): 160s-198s.

January CT, et al. 2014 AHA/ACC/HRS guideline for the management of patients with atrial fibrillation: executive summary. Journal of The American College of Cardiology 2014;64: 2251-2264.

Lacy CF, Armstrong LL, Goldman MP, Lance LL. Drug information handbook with international trade names index. 20th ed. Ohlo: Lexi-comp; 2011-2012.

Nishimura RA, Otto CM, Bonow RO, Carabello BA, Erwin JP III, Guyton RA, et al. 2014 AHA/ACC guideline for the
management of patients with valvular heart disease: executive summary. Journal of The American College of Cardiology 2014;(63): 2469-2471.
เผยแพร่แล้ว
2019-02-28
การอ้างอิงบทความ
ประเภทบทความ
รายงานผู้ป่วย