ประสิทธิผลของโปรแกรมการสร้างเสริมความฉลาดทางอารมณ์ และพลังละมุนของเด็กปฐมวัย จังหวัดยโสธร
คำสำคัญ:
ความฉลาดทางอารมณ์, พลังละมุน , เด็กปฐมวัยบทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดผลก่อนและหลังการทดลอง นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการสร้างเสริมความฉลาดทางอารมณ์และพลังละมุนของเด็กปฐมวัยต่อทักษะการสร้างเสริมความฉลาดทางอารมณ์ และทักษะการสร้างเสริมพลังละมุนของผู้ปกครอง ความฉลาดทางอารมณ์และพลังละมุนของเด็กปฐมวัย กลุ่มตัวอย่างคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง โดยเป็นเด็กปฐมวัยอายุ 3-5 ปี และผู้ปกครองในจังหวัดยโสธร จำนวน 70 คน สุ่มเข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 35 คน เครื่องมือวิจัย แบ่งเป็น 1. เครื่องมือทดลอง ได้แก่ 1) โปรแกรมการสร้างเสริมความฉลาดทางอารมณ์และพลังละมุนของเด็กปฐมวัย พัฒนาขึ้นโดยใช้แนวคิดความฉลาดทางอารมณ์ของกรมสุขภาพจิตบูรณาการกับพลังละมุน ผ่านบทเพลง “เด็กเอ๋ยเด็กดี” ระยะเวลา 8 สัปดาห์ 2. เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แบบสอบถามทักษะของผู้ปกครองในการสร้างเสริมความฉลาดทางอารมณ์และพลังละมุนเด็กปฐมวัย 2) แบบสอบถามความฉลาดทาง อารมณ์และพลังละมุนของเด็กปฐมวัยสำหรับผู้ปกครอง ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา ได้ค่า 1.00 หาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค ได้ค่า 0.91-0.96 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติทดสอบที
ผลการวิจัยพบว่า หลังการเข้าร่วมโปรแกรม ผู้ปกครองกลุ่มทดลองมีทักษะการสร้างเสริม
ความฉลาดทางอารมณ์และพลังละมุนในเด็กปฐมวัยสูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมและสูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 เด็กปฐมวัยมีความฉลาดทางอารมณ์และพลังละมุนสูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมและสูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ดังนั้นสามารถนำโปรแกรมนี้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาเด็กปฐมวัยได้
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงสาธารณสุข, กรมสุขภาพจิต. (2547). แนวคิดการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์. กรมสุขภาพจิต.
กระทรวงสาธารณสุข, กรมสุขภาพจิต, สถาบันราชานุกูล. (2564). รายงานสถานการณ์ความฉลาดทางอารมณ์เด็กไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2564.
จตุพร อุ่นประเสริฐสุข. (2564). ผลของโปรแกรมการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ในเด็กปฐมวัย [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ชนาธิป กุลจิรากูล, และศันสนีย์ เมฆรุ่งเรืองวงศ์. (2564). ผลของโปรแกรมการประยุกต์หลักแนวคิดสมรรถนะทางอารมณ์เพื่อเสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์นักเรียนชั้นประถมศึกษา. วารสารสาธารณสุขไทย, 51(2), 101-109.
ชญานนท์ สุวรรณเพชร, และพีระพร รัตนาเกียรติ์ (2563). การพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ของเด็กปฐมวัยโดยการจัดกิจกรรมทางกายประสานการชี้แนะ. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด, 17(1), 180–192.
ชอุ่ม ปัญจพรรค์. (2498). เด็กเอ๋ยเด็กดี [เพลง]. กรมศิลปากร.
ณัฐริกานต์ อ่ำเจ๊ก, ศิริโรจน์ นามเสนา, และสามารถ สุขุประการ. (2568). การปลูกฝังคุณธรรมในวัยเด็ก
ผ่านการปฏิบัติ. วารสารวิจยวิชาการ, 8(3), 377-394.
แผนพัฒนาจังหวัดยโสธร. (2566). รายงานสถานการณ์ความฉลาดทางอารมณ์ของเด็กจังหวัดยโสธร.
รุ้งทิวา จันทร์งาม, และรุ่งนภา พรหมสาขา ณ สกลนคร. (2566). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมพัฒนาการและสร้างวินัยเชิงบวกโดยครอบครัวมีส่วนร่วม ต่อความรู้และทักษะของผู้ปกครองในการส่งเสริมพัฒนาการและความฉลาดทางอารมณ์ เด็กปฐมวัย อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 8(3), 302-312.
วัลภา ไชยยะ, และทัศนีย์ นาคุณทรง. (2568). การส่งเสริมความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัย ด้วยการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้แหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 15(1), 121–130.
วิชัย วงษ์ใหญ่, และมารุต พัฒผล. (2565). การเรียนรู้ด้วยพลังแห่งความอ่อนโยน (soft power). https://ird.mcu.ac.th/wp-content/uploads/2022/05/การเรียนรู้ด้วยพลังแห่งความอ่อนโยน.pdf
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร. (2566). รายงานผลการสำรวจ EQ เด็กประถมศึกษาปีที่ 1 จังหวัดยโสธร.
อนุพงษ์ ช่วยชาติ, และอุทัยวรรณ สายพัฒนะ. (2566). ความสัมพันธ์ระหว่างความฉลาดทางอารมณ์กับความสามารถในการตัดสินใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนในเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร. วารสารมณีเชษฐาราม วัดจอมมณี, 8(1), 44-62.
Aksoy, P., & Gresham, F. M. (2024). Evidence-based social-emotional learning intervention programs for preschool children: An important key to development and learning. International Journal of Psychology and Educational Studies, 11(3), 201–217. https://doi.org/10.52380/ijpes.2024.11.3.1227
Bandura, A. (1986). Social foundations of thought and action: A social cognitive theory. Prentice-Hall.
Domitrovich, C. E., Durlak, J. A., Staley, K. C., & Weissberg, R. P. (2017). Social-emotional competence: An essential factor for promoting positive adjustment and reducing risk in school children. Child Development, 88(2), 408–416. https://doi.org/10.1111/cdev.12739
Goleman, D. (1995). Emotional intelligence. Bantam Books.
Nilfyr, K., & Ewe, L. P. (2025). Thriving children’s emotional self-regulation in preschool: A systematic review discussed from an interactionist perspective. Education Sciences, 15(2), 137. https://doi.org/10.3390/educsci15020137
Nye, J. S. (1990). Soft power: The means to success in world politics. PublicAffairs.
Yin, W., Li, T., Wu, Z., Hung, S. C., Hu, D., Gui, Y., Cho, S., Sun, Y., Woodburn, M. A., Wang, L., Li, G., Piven, J., Elison, J. T., Wu, C. W., Zhu, H., Cohen, J. R., Lin, W., & UNC/UMN Baby Connectome Project Consortium (2025). Charting brain functional development from birth to 6 years of age. Nature Human Behaviour, 9(6), 1246–1259. https://doi.org/10.1038/s41562-025-02160-2
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 ราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ตีพิมพ์ในราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์ ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่หรือกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์ ก่อนเท่านั้น



