การปฏิบัติงานของวิสัญญีพยาบาลตามมาตรฐานวิชาชีพ ในโรงพยาบาลทั่วไปและโรงพยาบาลศูนย์ ในเขตภาคกลาง
Keywords:
มาตรฐานการปฏิบัติงานของวิสัญญีพยาบาล, บรรยากาศองค์กร, ปัจจัยจูงใจAbstract
การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพของวิสัญญีพยาบาล และหาความสัมพันธ์ระหว่างบรรยากาศองค์กร ปัจจัยจูงใจ กับการปฏิบัตงานของวิสัญญีพยาบาล กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาเป็นวิสัญญีพยาบาลที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลทั่วไปและโรงพยาบาลศูนย์ในเขตภาคกลางจำนวน 272 คน เก็บข้อมูลโดยส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์ เก็บข้อมูลช่วงในช่วงวันที่ 20 เมษายน 2553 - 30 มิถุนายน 2553 ได้แบบสอบถามกลับคืนที่มีความสมบูรณ์ครบถ้วนจำนวน 235 ชุด คิดเป็นร้อยละ 86.40 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ไคสแควร์ Fisher’s exact test และสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน
ผลการวิจัย พบว่าวิสัญญีพยาบาลส่วนใหญ่มีการปฏิบัติงานในระดับได้มาตรฐานร้อยละ 82.1 โดยมาตรฐานที่ 2 การพยาบาลระยะให้บริการทางวิสัญญีมีการปฏิบัติสูงสุด(ร้อยละ 97.4) และมาตรฐานที่ 7 การให้ข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพมีการปฏิบัติต่ำสุด(ร้อยละ 53.6) ในส่วนของบรรยากาศองค์กร และปัจจัยจูงใจพบว่าส่วนมากอยู่ในระดับสูงเช่นกัน คือร้อยละ 51.3 และ60.4 ตามลำดับ เมื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างบรรยากาศองค์กรโดยรวมและปัจจัยจูงใจโดยรวม กับผลการปฏิบัติงานของวิสัญญี พบว่ามีความสัมพันธ์กันทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = 0.2302, p = 0.0004 และ r = 0.1499, p = 0.0264 ตามลำดับ) สำหรับปัจจัยส่วนบุคคล คือ เพศ อายุ สถานภาพสมรส รายได้ ประสบการณ์การทำงานด้านวิสัญญี และการศึกษาอบรมเพิ่มเติมนั้น พบว่าไม่มีความสัมพันธ์กับผลการปฏิบัติงานของวิสัญญีพยาบาล
ข้อเสนอแนะจากการวิจัยคือ ส่งเสริมการทำงานประสานกับสหสาขาวิชาชีพให้มากขึ้น และเพิ่มการปฏิบัติตามมาตรฐานด้านการให้ข้อมูลการให้ยาระงับความรู้สึกกับผู้ป่วย ด้านการประเมินการตอบสนองของผู้ป่วย ควรสนับสนุนการจัดอุปกรณ์ เทคโนโลยี การจัดสิ่งแวดล้อมสถานที่ทำงานให้สะดวกเหมาะสมกับการปฏิบัติงาน พิจารณาความดีความชอบด้วยความยุติธรรมเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ส่งเสริมด้านวิชาการเพื่อพัฒนาศักยภาพของวิสัญญีพยาบาล
Downloads
Downloads
How to Cite
Issue
Section
License
Article published Is the copyright of the Journal of Health and Nursing Research (Boromarajonani College of Nursing, Bangkok) Cannot be republished in other journals











