ผลของชุดนวัตกรรมทับหม้อเกลือด้วยตนเองในหญิงหลังคลอด

Main Article Content

Rassamee Suknarin

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินผลการใช้ชุดนวัตกรรมทับหม้อเกลือด้วยตนเองของหญิงหลังคลอด โดยนำไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นหญิงหลังคลอดที่คลอดบุตรด้วยวิธีการคลอดปกติ ในช่วงระยะเวลา 7–10 วันหลังคลอด ในเขตพื้นที่ตำบลวังทอง จังหวัดพิษณุโลก จำนวนทั้งสิ้น 30 คน เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วย คู่มือการใช้ชุดวัตกรรม ชุดนวัตกรรมทับหม้อเกลือด้วยตนเองของหญิงหลังคลอด แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินผลการใช้ชุดนวัตกรรม สถิติที่ใช้ในวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติ paired t-test ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีอายุ 15–19 ปี จบการศึกษาสูงสุดระดับมัธยมศึกษา ประกอบอาชีพแม่บ้าน รายได้ระหว่าง 5,000–10,000 บาท/เดือน ตั้งครรภ์ครั้งนี้เป็นครรภ์แรก และไม่เคยได้รับการดูแลตนเองหลังคลอดแบบแพทย์แผนไทย การประเมินผลการใช้ชุดนวัตกรรมทับหม้อเกลือด้วยตนเองภาพรวมพบว่าอยู่ในระดับมาก (x̄ = 4.23) โดยด้านรูปแบบมีค่าคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือด้านความคุ้มค่า และด้านคุณภาพ (x̄ = 4.62, 4.55 และ 4.46 ตามลำดับ) ผลการประเมินรายข้อพบว่า ชุดทับหม้อเกลือสามารถใช้ได้ตลอดเวลามีค่าคะแนนเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือชุดทับหม้อเกลือด้วยตนเองมีความปลอดภัยในการใช้งาน และมีรูปแบบที่น่าใช้ (x̄ = 4.83, 4.80 และ 4.70 ตามลำดับ) การประเมินผลเปรียบเทียบก่อนและหลังใช้ 3 วันติดต่อกัน พบว่าชุดนวัตกรรมทับหม้อเกลือด้วยตนเองมีผลในการลดระดับความปวดมดลูก ลดความปวดกล้ามเนื้อ และลดจำนวนของน้ำคาวปลา ตั้งแต่เริ่มใช้ไปจนครบ 3 วัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) มีผลต่อการลดระดับความสูงของยอดมดลูกในวันที่ 3 หลังจากเริ่มใช้ สำหรับการลดขนาดของรอบเอว สะโพก และต้นขา พบว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ทั้ง 3 วันที่ใช้ อย่างไรก็ตามผลการวิจัยนี้ไม่อาจกล่าวได้ว่า การลดลงของยอดมดลูกและจำนวนของน้ำคาวปลาเป็นผลมาจากการใช้นวัตกรรมทับหม้อเกลือด้วยตนเองของหญิงหลังคลอด เนื่องจากรูปแบบของการวิจัยที่ไม่มีการควบคุมทุกการกระทำ และขาดการควบคุมความลำเอียงที่เกิดจากการสุ่มกลุ่มตัวอย่าง

Article Details

ประเภทบทความ
Original Articles

เอกสารอ้างอิง

1. Somanusorn M. The obstetrics nursing volume 2 (12th edition). Nonthaburi: Yutharin printing; 2015. (in Thai)
2. Kamuthmas A. Pregnancy and normal delivery part in obstetrics textbook. Bangkok: Booknet; 2003. (in Thai)
3. Punyamong J, Chompoo M, Budsri W. The result of Tub Moh Kleua for reducing high of fundus in postpartum women (thesis). Faculty of public health. Phitsanulok: Naresuan University; 2007. (in Thai)
4. Department of Thai Traditional and Alternative Medicine. Taking care of health by Thai Traditional citizen handbook. Bangkok: The War Veterans Organization of Thailand under Royal Patronage of His Majesty the King; 2009. (in Thai)
5. Chantabhud Ch, Thongleu T, Kumkeaw P, Punpheng P, Cheuchang P, Thipjarearn L, Suwannatrai S, Nongbuadee S, Eaimpornchai S, Pooprong S, Tangjitjarearn S, Nongbuadee S, Suwannatrai U, Laohapand T, Jatuthamrong A. Thai Traditional Medicine in Faculty of Medicine Siriraj hospital. Bangkok: Supavanit Printing; 2009: 50-8. (in Thai)
6. Sriyakul K. Local wisdom in postpartum health care; case study in Wat Pratumawas Mom Community, Pratumtani. Thammasat University. 2005. (in Thai)
7. Suwannatrai U, Tungsukrutai P, Visesmanee S, Stieanrut P, Boriboonhirunsarn D, Akarasereenont P, Laohapand T. The efficacy of Hot Salt Pot compression in postpartum women: a randomized controlled trial. Journal of Thai Traditional & Alternative Medical. 2014;12(2):144–58. (in Thai)