แหล่งพฤกษศาสตร์และการศึกษาเบื้องต้นของเครื่องยาผักชีลา
Main Article Content
บทคัดย่อ
ผักชีลาเป็นเครื่องยาที่ใช้ปรุงเป็นส่วนประกอบในยาไทยแผนโบราณ. ลูกมีสรรพคุณขับลมในลำไส้. แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ, บำรุงแก้ธาตุ, แก้กระหายน้ำ, แก้คลื่นเหียน อาเจียน และแก้ตาเจ็บ. ถึงแม้ว่าผักชีลาจะมีขายในร้านขายยาสมุนไพรไทยทั่วไปแต่แหล่งพฤกษศาสตร์และชื่อวิทยาศาสตร์ของพืชที่ให้ผลผักชีลายังไม่ทราบแน่ชัด. นอกจากนี้ ยังไม่มีการระบุความหมายชัดเจนของชื่อผักชีลา ประกอบกับมีพืชชื่อผักชีหลายชนิดในประเทศไทย เช่น ผักชีลาว ผักชีล้อม และผักชีจีน. ดังนั้น เพื่อที่จะศึกษาแหล่งพฤกษศาสตร์ของผักชีลาให้กระจ่าง ผู้วิจัยถึงทำการสืบหาข้อมูลจากร้านจำหน่อยเครื่องยาสมุนไพรและสัมภาษณ์หมอพื้นบ้านในเขตกรุงเทพมหานครและเชียงใหม่, ทบทวนวรรณกรรม, ซื้อตัวอย่างลูกผักชีลาจากร้านค้าในเขตกรุงเทพมหานครนำไปประเมินคุณภาพของเครื่องยาตามข้อกำหนดในตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทย และศึกษาสารประกอบในน้ำมันระเหยง่ายสกัดจากผลผักชีลา. ผลการศึกษาพบว่าปริมาณสิ่งปนปลอม, ความชื้น, ปริมาณเถ้ารวม, เถ้าที่ไม่ละลายในกรดมีค่าร้อยละ ๐.๐๗ ± ๐.๐๑, ๑.๙๓ ± ๐.๒๘,๗.๒๕ ± ๐.๔๐ ขณะที่ปริมาณสารสกัดด้วยเอทานอล, สารสกัดด้วยน้ำ มีค่าเท่ากับร้อยละ ๔.๔๒ ± ๐.๐๓ และ ๓.๒๘ ± ๐.๒๒ ตามลำดับ, เมื่อประมวลผลวิจัยทางเคมีร่วมกับผลจากการสัมภาษณ์และทบทวนวรรณกรรมคาดว่า แหล่งทางพฤกษศาสตร์ของผักชีลา คือ Coriandrum sativum L. แต่ยังต้องทำการศึกษาทางพันธุศาสตร์และทางเคมีเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความถูกต้องต่อไป.
Article Details
เอกสารอ้างอิง
2.ชุมนุมแพทย์แผนไทยและสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ ๖ การดูแลสุขภาพแบบไทยสัปปายะ. ศูนย์พัฒนาตำราการแพทย์แผนไทย สถาบันมส่งเสริมการแพทย์แผนไทย มูลนิธิการแพทย์แผนไทย; ๒๕๔๗. หน้า ๑-๒.
3.ประมวลสรรพคุณยาไทย (ภาคสอง) ว่าด้วยพฤกษชาติ วัตถุธาตุและสัตว์วัตถุนานาชนิด. (ม.ป.ป.). กรุงเทพฯ: สมาคม ร.ร.แพทย์แผนโบราณสำนักวัดพระเชตุพนฯ (วัดโพธิ์);๒๕๒๑ หน้า ๑๗๔.
4.เย็นจิตร เตชะดำรงสิน, วิชัย โชควิวัฒน. การตรวจสอบสมุนไพร. เอกสารประกอบการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่องการตรวจสอบสมุนไพร. กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก; ๒๕๔๗.
5.กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. Thai Herbal Pharmacopoeia. Volume l. กรุงเทพฯ: บริษัท ประชาชื่น จำกัด;๒๕๓๘.
6.กรมวิทยาศาสตร์ การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. Thai Herbal Pharmacopoeia. Volume ll. กรุงเทพฯ:บริษัทประชาชื่น จำกัด ; ๒๕๔๓.
7. Msaada K, Hosni K, Taarit BM, Chahed T, Kchouk EM, Marzouk B. Changes on essential oil composition of coriander (Coriandrum sativum L.) fruits during three stages of maturity. J Food Chem 2007;102(4):1131-4.
8.ประเทืองศรี สินชัยศรี. พรรณพืชหอมและน้ำมันหอมระเหย นนทบุรี: สำนักพิมพ์ นีออน บุ๊ค มีเดีย ; ๒๕๔๗. หน้า ๕๔-๕๕.
9.พิมพร ลีลาพรพิสิฐ. สุคนธบำบัด. กรุงเทพฯ: โอ.เอส.พริ้นติ้ง เฮ้าส์;๒๕๔๗ หน้า ๑-๕.
10. Diederichsen A. Coriander Coriandrum sativum L. International Plant Genetic Resources Institute; 1996. p. 43.
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒, พิมพ์ครั้งที่ ๑. กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์; ๒๕๔๖. หน้า ๓๖๕, ๑๐๐๕.
12. Singh D, Gangwar B. Management practices for higher productivity of coriander in India-a review. Agri Revol Karnal 1991;12:15-21.
13. Figueiredo RO, Marques MOM, Nakagawa J, Ming LC. Composition of coriander essential oil from Brazil. ISHS Acta Horticulturae XXVI International Horticultural Congress: The Future for Medicinal and Aromatic Plants 2002; 629.
14. Machado ASR, De Azevedo EG, Da Ponte MN, Sardinha RMA. High pressure carbon dioxide extraction from Coriander plants, Headspace Analysis. J Essent Oil Res 1993;5:645-9.
15. Duke J. The Green Pharmacy, The Ultimate Compendium of Natural Remedies from the Worldûs Foremost Authority on Healing and Herbs. 1997; 336-7.
16. Diederichsen A, Hammer K, The intraspecific taxa of coriander (Coriandrum sativum L.). Genetic Resources Crop Evolution 2003;50:33-63.