บูรณาการการแพทย์แผนไทย: บทบาทวัดการดูแลสุขภาพชุมชน
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ศึกษาสถานการณ์และบทบาทการดำเนินงานด้านการแพทย์แผนไทยของวัดในการดูแลสุขภาพประชาชนใน ชุมชน เพื่อถอดบทเรียนความสำเร็จ, ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง และเสนอแนวทางการสนับสนุนการดำเนินงานด้านการแพทย์ แผนไทยที่จะให้วัดมีบทบาทเป็นส่วนหนึ่งของระบบสุขภาพที่สอดคล้องกับบริบทสังคมและวัฒนธรรมของชุมชนนั้น. การวิจัย เป็นแบบวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสนทนากลุ่ม, การสัมภาษณ์เชิงลึกกับเจ้าอาวาส กับผู้รับผิดชอบงาน และกับผู้ ให้บริการแพทย์แผนไทย โดยคัดเลือกวัดที่มีการดำเนินการต่อเนื่อง ๙ แห่งใน ๔ ภูมิภาค. ระยะเวลาศึกษาตั้งแต่เดือน พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕0 ถึงมีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑.
ผลการศึกษาแสดงว่า การให้บริการในการดูแลสุขภาพประชาชนเป็นการดูแลทั้งกาย จิต และสังคม อีกทั้งยังเกิด ความสัมพันธ์ และความศรัทธาที่ดีต่อกันระหว่างหมอพื้นบ้าน กับผู้ป่วย และเครือญาติ. ผู้ให้บริการส่วนใหญ่เป็นหมอพระ หมอพื้นบ้าน. โครงสร้างการจัดการอยู่ในลักษณะคณะกรรมการวัด โดยมอบให้เจ้าอาวาสหรือหมอพระเป็นผู้ตัดสินใจ. ผู้รับบริการส่วนใหญ่ไปด้วยอาการปวดเมื่อยกล้ามเนี้อ อัมพฤกษ์ อัมพาต. สำหรับวิธีการรักษาหลักใช้ยาจากสมุนไพรที่ ปรุงขึ้นเอง และการนวด. วัดบางแห่งมีการบันทึกทะเบียนประวัติและการส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานบริการอื่นด้วย.
แนวทางการสนับสนุนการดำเนินงานด้านการแพทย์แผนไทย เพื่อให้วัดเป็นส่วนหนึ่งของระบบบริการสาธารณสุข สรุปได้ ๓ รูปแบบ. รูปแบบที่ ๑ วัดมีบทบาทเป็นศูนย์กลางในการให้บริการสุขภาพประชาชนได้ในบางเรื่อง ไม่มีเครือ ข่ายบูรณาการ เป็นการพัฒนาและการเติบโตตามปัจจัยแวดล้อมที่มากำหนด เช่นจำนวนผู้รับบริการ ในรูปแบบนี้ เน้นการ ส่งเสริมสนับสนุนด้านวิชาการ การสืบทอดความรู้ และส่งเสริมให้เกิดเครือข่าย. รูปแบบที่ ๒ วัดมีบทบาทเป็นศูนย์กลาง ในการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ให้เข้าใจและตระหนักในคุณค่าของตนอันนำไปสู่สุขภาวะของประชาชน ซึ่งหากเน้น การสนับสนุนการถอดบทเรียนจะกลายเป็นทุนในการทำงานอย่างต่อเนื่อง. รูปแบบที่ ๓ วัดมีบทบาทเป็นศูนย์กลางของ ระบบสุขภาพชุมชน โดยบูรณาการเข้ากับระบบสุขภาพของชาติ เน้นการส่งเสริมสนับสนุนเชื่อมโยงกลไกที่เกี่ยวข้องใน ระตับนโยบาย และสามารถพัฒนาบทบาทวัดเป็นโครงการนำร่องได้.
Article Details
เอกสารอ้างอิง
2. ลือชัย ศรีเงินยวง, วิชิต เปานิล. ทางเลือกในการดูแลและรักษาสุขภาพของประชาชนสังคมไทย: ความแพร่หลายการใช้และเหตุผล.นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข;๒๕๔๕.
3. โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์. สุขภาพไทย วัฒนธรรมไทย. กรุงเทพฯ: สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ;๒๕๕๐.
4. Frake CO. The diagnosis of disease among the Subanana of Mindanao. American Anthropologist 1961;63:113-32.
5. เสาวนีย์ กุลสมบูรณ์, รุจินาถ อรรถสิษฐ. สถานภาพและทิศทางการวิจัยภูมิปัญญาพื้นบ้านด้านสุขภาพ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก;๒๕๕๐.
6. ทิวา ธรรมอำนวยโชค. พุทธศาสนาและการรักษาพยาบาล: วิเคราะห์บทบาทพระสงฆ์ในการรักษาพยาบาลชาวบ้านในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง. วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาศาสนาเปรียบเทียบ บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหิดล; ๒๕๓๐.
7.กุสุมา ศรียากูล, นวลจันทร์ ใจอารีย์, สุภาพร ประทุมวงษ์. การใช้ภูมิปัญญาไทยในการดูแลสุขภาพชุมชนของวัดในเขตภาคกลาง.ปทุมธานี:คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์;๒๕๓๕.
8. ยศ สันติสมบัติ. ความหลากหลายทางสังคมและภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน.เชียงใหม่:นนทบุรีการพิมพ์;๒๕๔๒.
9. Durrenberger EP. The ethnography of Lisu curing. Unpublished Ph.D. thesis, University of Illionois at Urban-Champaign; 1971.