บทบาทของผู้บริหารโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่มีต่อการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ กรณีศึกษาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตาอ็อง จังหวัดสุรินทร์

Main Article Content

ทวีสุข ศิริไสย

บทคัดย่อ

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เป็นหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิของกระทรวงสาธารณสุขที่จำเป็นต้องมีการพัฒนาให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานบริการเพื่อความมั่นใจของประชาชน การวิจัยเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของผู้บริหาร รพ.สต. ในการพัฒนาองค์กรให้ได้มาตรฐานหน่วยบริการ พื้นที่วิจัยคือ รพ.สต.ตาอ็อง จังหวัดสุรินทร์ วิธีการศึกษาแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ การเตรียม การดำเนินการ และการประเมินผลโดยใช้วงจรคุณภาพ คือ ขั้นวางแผน (Planning) ขั้นปฏิบัติการ (Action) ขั้นสังเกตการณ์ (Observation) และขั้นสะท้อนผลการปฏิบัติการ (Reflection) กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานใน รพ.สต. จำนวน 48 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามและแบบประเมินมาตรฐานปฐมภูมิ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน


ผลการศึกษาพบว่าบทบาทของผู้บริหารก่อนการพัฒนามีระดับของการบริหารจัดการใน รพ.สต.อยู่ในระดับดีระดับของการบริหารจัดการในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลอยู่ในระดับดี หลังจากการพัฒนาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตาอ็อง ผลการประเมิน พบว่า รพ.สต. ผ่านเกณฑ์มาตรฐานและได้รูปแบบที่เหมาะสมในการพัฒนาโดยมีปัจจัยการดำเนินงานที่สำคัญได้แก่ ดังนี้ 1) การกำกับดูแลตนเองที่ดี (Organizational Governance) 2) การทำงานเป็นทีม (Network) 3) การมีเป้าหมาย (Goal) 4) การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้(Learning Association) 5) การนำไปใช้เพื่อเกิดประโยชน์ (Utilization) 6) การถอดบทเรียนร่วมกัน (After Action Review) 7) การบริการปฐมภูมิแบบใหม่ (New Primary Care) และ 8) การบริหารจัดการโดยหลักธรรมาภิบาล (Good Governance)


โดยสรุป การนำนโยบายมาตรฐานบริการหน่วยปฐมภูมิไปพัฒนา รพ.สต.ตามเกณฑ์มาตรฐานจะประสบผลสำเร็จด้วยดี มีปัจจัยสำคัญคือผู้บริหารและผู้ปฏิบัติต้องมีความชัดเจนในวัตถุประสงค์ของนโยบาย มีระบบการสื่อสารที่ชัดเจน เพื่อสร้างความเข้าใจและมีส่วนร่วม การจัดระบบการประเมินผลต้องมีการบริหารจัดการที่ดี ทำให้การนำนโยบายไปปฏิบัติเกิดประสิทธิภาพ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ศิริไสย ท. (2026). บทบาทของผู้บริหารโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่มีต่อการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ กรณีศึกษาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตาอ็อง จังหวัดสุรินทร์. วารสารสหเวชศาสตร์และสุขภาพชุมชน (Online), 2(3), 17–28. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JAHSCH/article/view/285701
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงสาธารณสุข. กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. สำนักพัฒนาระบบบริการสุขภาพ. (2567). คู่มือประเมินรับรองมาตรฐานหน่วยปฐมภูมิ พ.ศ. 2568-2570.

กระทรวงสาธารณสุข. กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. สำนักพัฒนาระบบบริการสุขภาพ. (ม.ป.ป.). คู่มือประเมินรับรองมาตรฐานศูนย์สุขภาพชุมชน.

โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ และ ประชาธิป กะทา. (2551). สุขภาพปฐมภูมิ บริการปฐมภูมิ จากปรัชญาสู่ปฏิบัติการ สุขภาพมิติใหม่. สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ.

จิตรา ปราชญ์นิวัฒน์. (2549). สมรรถนะของสาธารณสุขอำเภอในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ [วิทยานิพนธ์ปริญญา

สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

จิระภา ขำพิสุทธิ์. (2547). การพัฒนามาตรฐานตัวชี้วัดและเกณฑ์การประเมินสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพในศูนย์

สุขภาพชุมชน [วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยนเรศวร.

จุมพล หนิมพานิช. (2547). การวิเคราะห์นโยบาย. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

จุฬาภรณ์ โสตะ. (2549). การนำนโยบายสู่การปฏิบัติ: การส่งเสริมสุขภาพ. ภาควิชาสุขศึกษา

คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

ชูชัย ศุภวงศ์ และคณะ. (2552). คู่มือการให้บริการของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (พิมพ์ครั้งที่ 1).

บริษัท ทีคิวพี จำกัด.

ชัยณรงค์ สุขขำ. (2550). ปัจจัยที่มีผลต่อสมรรถนะด้านบริหารของหัวหน้าสถานีอนามัยในเขต 6 [วิทยานิพนธ์

ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยมหิดล.

ทองหล่อ เดชไทย. (2540). หลักการบริหารสาธารณสุข. สถาบันการพัฒนาสาธารณสุขอาเซียน.

ปิยธิดา ตรีเดช และ ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช. (2544). การบริหารงานสาธารณสุข. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

วรเดช จันทศร. (2540). การนำนโยบายไปปฏิบัติ: ตัวแบบและคุณค่า. วารสารพัฒนบริหารศาสตร์, 1(10),

-43.

วิจิตร ศรีสะอ้าน. (2534). ลักษณะและความสำคัญของการบริหารงานบุคคลในการบริหารบุคคล (พิมพ์ครั้งที่ 14).

อักษรพัฒน.

อรทัย นนทเภท และคณะ. (2551). โครงสร้างสมรรถนะการบริการปฐมภูมิของพยาบาลหน่วยปฐมภูมิไทย.

วิจัยทางการพยาบาล, 12(3), 206-221.