การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะเท้าแบนและการทรงตัวในผู้หญิงอายุ 18 - 25 ปี

Main Article Content

พนิดา ไชยมิ่ง
จันทิมา ศรีนวล
พรรณทิพย์ เกิดแก้ว
พรรณวดี พูลสวัสดิ์
สุนทรี พรมศรี
อรวรรณ ต้นจำปา
อิชยา โตแทน
ทิพย์สุดา บานแย้ม

บทคัดย่อ

บริบท เท้าเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่สำคัญของร่างกาย เพราะมีหน้าที่รับน้ำหนักร่างกายทั้งหมดขณะยืน เดิน หรือวิ่ง
ซึ่งการลงน้ำหนักที่เท้าเป็นระยะเวลานานๆ ซ้ำๆ เป็นประจำ อาจส่งผลให้เกิดอุ้งเท้าบริเวณฝ่าเท้าลดลงหรือเกิด
ภาวะเท้าแบน และส่งผลให้การกระจายน้ำหนักบนฝ่าเท้าเปลี่ยนแปลงไป
วัตถุประสงค์ ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะเท้าแบนในระดับที่ 1 และระดับที่ 2 ต่อการทรงตัวขณะอยู่นิ่ง
(static balance) และการทรงตัวขณะเคลื่อนไหว (dynamic balance) ในผู้หญิงอายุ 18 – 25 ปี
วิธีการศึกษา พิมพ์เท้าผู้หญิงอายุ 18 – 25 ปี จำนวน 50 คน เพื่อแบ่งกลุ่มเป็นผู้ที่มีภาวะเท้าแบนในระดับที่ 1
และระดับที่ 2 หลังจากนั้นทดสอบการทรงตัวขณะอยู่นิ่ง one leg standing (OLS) และขณะเคลื่อนไหวด้วย
multiple directional reach test (MRT) โดยใช้สถิติ Pearson correlation หาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะ
เท้าแบนและการทรงตัว
ผลการศึกษา เท้าแบนในระดับที่ 1 มีความสัมพันธ์ทางลบกับการทรงตัวขณะอยู่นิ่งในระดับมาก (r = -0.916;
p < 0.05); MRT lateral right และ MRT (lateral left มีความสัมพันธ์ทางลบระดับน้อย (r = -0.220, r = -0.259;
p < 0.05 ตามลำดับ ในขณะที่ MRT forward right, MRT forward left, MRT backward right และ MRT
backward left ไม่มีความสัมพันธ์ (r = -0.057, r = -0.046, r = -0.057 และ r = -0.020; p > 0.05 ตามลำดับ
สำหรับเท้าแบนในระดับที่ 2 มีความสัมพันธ์ทางลบกับการทรงตัวขณะอยู่นิ่งในระดับในระดับมาก (r = -0.931;
p < 0.05); MRT lateral right และ MRT lateral left มีความสัมพันธ์ทางลบระดับน้อย (r = -0.225, r = -0.453;
p < 0.05 ตามลำดับ ในขณะที่ MRT forward right และ MRT forward left, MRT backward right และ MRT
backward left ไม่มีความสัมพันธ์ (r = - 0.106, r = -0.124, r = -0.026 และ r = -0.151; p > 0.05 ตามลำดับ
สรุป เท้าแบนในระดับที่ 1 และเท้าแบนในระดับที่ 2 มีความสัมพันธ์กับการทรงตัวขณะอยู่นิ่งไปในทางลบอย่าง
มาก และมีความสัมพันธ์กับการทรงตัวขณะเคลื่อนไหวไปในทางลบกับทิศทางด้านข้างเล็กน้อย สำหรับการทรงตัว
ขณะเคลื่อนไหวไปในทิศทางอื่นๆ ไม่พบความสัมพันธ์

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

บท
นิพนธ์ต้นฉบับ

References

1. Chougala A, Phanse V, Khanna E, &
Panda S. Screening of body mass index
and functional flatfoot in adult: an
observational study. Int J Physiother Res.
2015; 3: 37-41. https://doi.org/10.16965/
ijpr.2015.133
2. ไชยยงค์ จรเกตุ, จุฑาลักษณ์ กองสุข, สุภัสสร
วรรณอ่อน, สุธาสินี คณฑา, และเสาวลักษณ์
สังข์ภาษี. การเปรียบเทียบความสามารถในการ
ควบคุมการทรงตัวขณะยืนนิ่งและขณะเคลื่อนไหว
ในเพศชายที่มีฝ่าเท้าแบนและฝ่าเท้าปกติอายุ
ระหว่าง 18-25 ปี. วารสารกายภาพบ�ำบัด. 2557;
36: 79-88.
3. พิมลพรรณ ทวีการ และคุณาวุฒิ วรรณจักร. เท้า
แบนกับอาการปวดเข่า. บูรพาเวชสาร. 2561; 5:
104-12.
4. ปรัชญาพร เปรมกมล, ปกรณ์ วิวัฒน์วงศ์วนา, และ
จักรกริช กล้าผจญ. การศึกษาเปรียบเทียบวิธีตรวจ
ลักษณะอุ้งเท้าระหว่างภาพถ่ายจาก podoscope
และภาพพิมพ์รอยเท้าในผู้ที่มีเท้าปกติและเท้า
แบน. เวชศาสตร์ฟื้นฟูสาร. 2553; 20: 10-4.
5. มหัครพร พลเยี่ยม. ความเชื่อถือได้ภายในตัวผู้
ทดสอบและระหว่างผู้ทดสอบของการประเมิน
ลักษณะฝ่าเท้าจากภาพถ่ายรอยเท้าที่ได้จาก
เครื่องโพโดสโคปในผู้ป่วยเบาหวาน. วารสาร
กายภาพบ�ำบัด. 2556; 35: 120-6.
6. Lee MS, Vanore JV, Thomas JL, Catanzariti
AR, Kogler G, Kravitz SR, et al. Diagnosis and
Treatment of Adult Flatfoot. The journal
of foot & ankle surgery. 2005; 44: 79-109.
https://doi.org/10.1053/j.jfas.2004.12.001
7. ทรงพจน์ ตันประเสริฐ, อรรถฤทธิ์ ศฤงคไพบูลย์,
และเสก อักษรานุเคราะห์. การศึกษาเปรียบเทียบ
ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อกลุ่มบิดข้อเท้าเข้าและ
กลุ่มบิดข้อเท้าออกในคนที่มีเท้าแบนและคนที่มี
เท้าปกติในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์. เวชศาสตร์
ฟื้นฟูสาร. 2542; 9, 13-7.
8. Kulig K, Reischl SF, Pomrantz AB, Burnfield
JM, Mais-Requejo S, Thordarson DB, et al.
Nonsurgical management of posterior tibial
tendon dysfunction with orthoses and
resistive exercise: a randomized controlled
trial. Phys Ther. 2009; 89: 26-37.
9. ผาสุก มหรรฆานุเคราะห์. มหากายวิภาคศาสตร์
การเคลื่อนไหว. กรุงเทพฯ: พี.บี. ฟอเรนบุ๊คส์
เซนเตอร์; 2547. หน้า 188-300.
10. ผาสุก มหรรฆานุเคราะห์. ระบบการเคลื่อนไหว
(LOCOMOTIVE SYSTEM). เชียงใหม่: ภาควิชา
กายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย
เชียงใหม่; 2557. หน้า 285-321.
11. สุมิตตา ชัยบุญเมือง, จีราภา สุดเอื้อม, สาทินี สุ
พิมพ์, วารุณี คงผล, ชลลดา นาเวศน์, รัศมี ศรีสัตย
เสถียร, และสุภรัศมิ์ เงินสุทธิวรกุล. ความสัมพันธ์
ของ Navicular drop , calcaneal angle กับ
มุม Q-angle ในวัยรุ่นหญิงไทยอายุระหว่าง 18-
25 ปี [ภาคนิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตร์บัณฑิต].
มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ. 2554.
12. Murley GS, Landorf KB, Meanz HB.
A protocal for classifying normal and
flat-arched foot posture for research
studies using clinical and radiographic
measurements. J Foot Ankle Res. 2009;
2: 22.
13. สมนึก กุลสถิตพร. กายภาพบ�ำบัดในผู้สูงอายุ.
พิมพ์ครั้งที่2. กรุงเทพฯ: ออฟเซ็ท เพรส; 2549.
หน้า 149-179.
14. Tsai LC, Yu B, Mercer VS, Gross MT.
Comparison of different structural foot
types for measures of standing postural
control. J Orthop Sports Phys Ther. 2006;
36: 942–53.
15. Tachdjian MO. The foot and ankle. In:
Clinical pediatric orthopedics: the art of
diagnosis and principles of management,
Stamford: Appleton-Lange. 1997; 24-35.
16. สุจิตรา บุญหยง. ผลของการเสริมอุ้งเท้าด้านในต่อ
รูปแบบการกระจายของแรงใต้ฝ่าเท้าในเท้าแบน
ที่ปรับตัวได้และไม่มีอาการ [ภาคนิพนธ์ปริญญา
วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยมหิดล.
2545.
17. นลัท อุตสาหฉันท์, สุจญดา กิ่งหมัน, กฤติยา ทรง
ศรี, และณัชชา อิศรางกูร ณ อยุธยา. การเปรียบ
เทียบภาวะเท้าแบนและเท้าปกติในการทรงท่า
แบบอยู่นิ่งและเคลื่อนไหว. วารสารสาธารณสุข
มหาวิทยาลัยบูรพา. 2563; 15: 36-48.