ผลของโปรแกรมส่งเสริมการกำกับตนเองต่อพฤติกรรมการบริโภคและขนาดรอบเอวของผู้ป่วยสูงอายุโรคเบาหวานที่มีภาวะอ้วน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง ใช้แบบแผนการวิจัยแบบสองกลุ่มวัดผลก่อนและหลัง
การทดลอง เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมส่งเสริมการกำกับตนเองต่อพฤติกรรมการบริโภคและขนาดรอบเอว
ของผู้ป่วยสูงอายุโรคเบาหวานที่มีภาวะอ้วน โดยใช้แนวคิดทฤษฎีการกำกับตนเอง กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วย
สงู อายโุ รคเบาหวานทมี่ ภี าวะอว้ นทมี่ อี ายุ 60 ปขี นึ้ ไป ไดร้ บั การวนิ จิ ฉยั จากแพทยว์ า่ เปน็ โรคเบาหวานชนดิ ที่
2 และมีค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 25 กก./ม.2 ที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
จังหวัดชลบุรี จำนวน 44 คน คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง แบ่งเป็นกลุ่มควบคุม 22 คน และกลุ่มทดลอง 22 คน
จับคู่ในด้าน เพศ อายุ และค่าดัชนีมวลกาย ซึ่งกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมส่งเสริมการกำกับตนเอง
ใช้ระยะเวลา 9 สัปดาห์ และกลุ่มควบคุมได้รับการบริการตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ โปรแกรม
ส่งเสริมการกำกับตนเอง เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบประเมินพฤติกรรมการบริโภคของผู้ป่วยสูงอายุ
โรคเบาหวานที่มีภาวะอ้วน ผ่านการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน ได้ค่าความตรงตามเนื้อหาเท่ากับ 0.92
และค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.85 วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติทดสอบที สรุปผลการวิจัย ดังนี้
1. ค่าเฉลี่ยคะแนนพฤติกรรมการบริโภคของผู้ป่วยสูงอายุโรคเบาหวานที่มีภาวะอ้วน หลังการ
ได้รับโปรแกรมส่งเสริมการกำกับตนเองดีกว่าก่อนได้รับโปรแกรมส่งเสริมการกำกับตนเอง และกลุ่มที่ได้รับ
โปรแกรมส่งเสริมการกำกับตนเองดีกว่ากลุ่มที่ได้รับการบริการตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2. ค่าเฉลี่ยของขนาดรอบเอวของผู้ป่วยสูงอายุโรคเบาหวานที่มีภาวะอ้วน หลังการได้รับโปรแกรม
ส่งเสริมการกำกับตนเองน้อยกว่าก่อนได้รับโปรแกรมส่งเสริมการกำกับตนเอง และกลุ่มที่ได้รับโปรแกรม
ส่งเสริมการกำกับตนเองน้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับการบริการตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
2. วิชัย เอกพลากร. รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 4 พ.ศ. 2551 - 2552. นนทบุรี: กราฟิกโกซิสเต็มส์; 2553.
3. Yoon KH, Lee JH, Kim JW, Cho JH, Choi YH, Ko SH, et al. Epidemic obesity and type 2 diabetes in Asia. Lancet 2006;368(9548):1681-8.
4. พนิดา วสุธาพิทักษ์. การจัดการโรคเรื้อรังในชุมชนเวทีเสวนาร่วมพัฒนาสุขภาพชุมชน ครั้งที่ 7. กรุงเทพมหานคร: ที คิว พี; 2555.
5. Kosaka K, Noda M, Kuzuya T. Prevention of type 2 diabetes by lifestyle intervention: a Japanese trial in IGT males 2005. Diabetes Res Clin Pract 2005;67(2):152-62.
6. อภิรดี ศรีวิจิตรกมล, สุทิน ศรีอัษฎาพร. โรคเบาหวาน. กรุงเทพมหานคร: เรือนแก้วการพิมพ์; 2548.
7. สำนักโรคไม่ติดต่อ ข้อมูลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง. สถิติโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ปี 2555. [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 1 สิงหาคม 2558]. แหล่งที่มา: https://www.thaincd.com/information-statistic/ non-communicable- disease-data.php.
8. Blumenthal RS. Overview of the adult treatment panel (ATP) III guidelines. Adv Studies Med 2002;2(5):148-57.
9. มุทิตา ชมภูศรี, วิจิตร ศรีสุพรรณ, ดิลกา ไตรไพบูลย์. ปัจจัยเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ที่เป็นเบาหวานที่หน่วยบริการปฐมภูมิในเขตอำเภอสบปราบ จังหวัดลำปาง. วารสารพยาบาลสาร 2551;35(4):120-31.
10. Spahn JM, Reeves RS, Keim KS, Laquatra I, Kellogg M, Jortberg B, et al. State of the evidence regarding behavior change theories and strategies in nutrition counseling to facilitate health and food behavior change. J Am Diet Assoc 2010;110(6):879-91.
11. วีระศักดิ์ ศรินนภากร. การดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่ยากต่อการรักษา. กรุงเทพมหานคร: กรุงเทพเวชสาร; 2557.
12. Ervin RB. Prevalence of metabolic syndrome among adults 20 years of age and over, by sex, age, race and ethnicity, and body mass index: United States. Natl Health stat Report 2009;5(13):1-7.
13. สมาคมผู้ให้ความรู้โรคเบาหวาน. การบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของผู้เป็นโรคเบาหวาน. กรุงเทพมหานคร: กราฟฟิค 1 แอดเวอร์ไทซิ่ง; 2552.
14. Preis SR, Massaro JM, Robins SJ, Hoffmann U, Vasan RS, Irlbeck T, et al. Abdominal subcutaneous and visceral adipose tissue and insulin resistance in the Framingham heart study. Obesity 2010;18(11):2191-8.
15. สถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือประเมินภาวะโภชนาการในผู้สูงอายุ. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย; 2547.
16. Sung KC, Kim SH. Interrelationship between fatty liver and insulin resistance in the development of type 2 diabetes. J Clin Endocrinol Metab 2011;96(4):1093-7.
17. American Diabetes Association. Standard of medical care in diabetes-2014. Diabetes Care 2014;37(1):S14-80.
18. Cameron LD, Leventhal H. The self-regulation of health and illness behavior. London: Psychology Press; 2003.
19. World Health Organization. Global database on body mass index. Geneva: World Health Organization; 2006.
20. สถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. แบบทดสอบสภาพสมองเบื้องต้น ฉบับภาษาไทย MMSE-Thai 2002. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2542.
21. รัตน์ศิริ ทาโต. การวิจัยทางพยาบาลศาสตร์: หลักการและระเบียบวิธีวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.
22. สุรีพร แสงสุวรรณ. ผลของโปรแกรมการกำกับตนเองด้วยข้อมูลทางคลินิกต่อพฤติกรรมการรับประทานอาหารและระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด. [วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลผู้ใหญ่]. มหาวิทยาลัยบูรพา; 2554.
23. Polit DF, Beck CT. Nursing research: Principles and methods. Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins; 2004.
24. Jekel JF, Katz DL, Elmore JG, Wild D. Epidemiology, biostatistics and preventive medicine and public health. Philadelphia: Elsevier Health Sciences; 2007.
25. พรนภา ไชยอาสา. ผลของโปรแกรมการส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนและการสนับสนุนทางสังคมต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวาน. [วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลผู้สูงอายุ]. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2550.
26. กานดา พูนลาภทวี. สถิติเพื่อการวิจัย. กรุงเทพมหานคร: ฟิสิกส์เซ็นเตอร์; 2539.
27. International Chair on Cardiometabolic Risk. Waist Circumference Measurement Guidelines-Self-Measurement. 2011. [Internet]. [cited 2016 January 28]. Available from: https://www.myhealthywaist.org.
28. บุญใจ ศรีสถิตนรากูล. ระเบียบวิธีการวิจัยทางพยาบาลศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพมหานคร: ยูแอนด์ไอ อินเตอร์มีเดีย; 2550.
29. Gwet K. Kappa statistic is not satisfactory for assessing the extent of agreement between raters. Statistical methods for inter-rater reliability assessment 2002;1(6):1-6.
30. สมคิด สีหสิทธิ์. ความสัมพันธ์ระหว่างดัชนีมวลกาย การปฏิบัติตนในชีวิตประจำวัน การเข้าถึงบริการสุขภาพ การสนับสนุนทางสังคม กับภาวะสุขภาพและระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่สอง. [วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2546.