การประเมินความคุ้มค่าทางอนามัยสิ่งแวดล้อมและการส่งเสริมสุขภาพด้วยการใช้แบบจำลอง SROI “การสร้างส้วมที่ได้มากกว่าการปลดทุกข์” : กรณีศึกษา วัดพุทธวนาราม (วัดป่าวังน้ำเย็น) อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม
คำสำคัญ:
ความคุ้มทุน, อนามัยสิ่งแวดล้อม, SROI, เวชศาสตร์วิถีชีวิต, การวิจัยแบบมีส่วนร่วมบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความคุ้มทุนในการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและการส่งเสริมสุขภาพในแหล่งท่องเที่ยว กรณีศึกษา วัดพุทธวนาราม (วัดป่าวังน้ำเย็น) อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม โดยใช้กรอบแนวคิดผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (Social Return on Investment: SROI) และศึกษาการรับรู้ข้อมูลด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชน ในแหล่งท่องเที่ยว ด้วยหลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine: LM) ภายใต้บริบทของการท่องเที่ยววิถีใหม่ที่ต้องมีการปรับตัวและตระหนักถึงความสำคัญด้านสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างมาตรฐานและความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวการศึกษานี้ใช้รูปแบบวิจัยแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR) โดยระดมความคิดเห็นจากเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบงานด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่มีบทบาทในการดูแลสุขภาพชุมชน เจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส คณะกรรมการวัด/เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในวัด จำนวน 90 คน ระยะเวลาการศึกษาตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 ถึง 30 กรกฎาคม 2568 ผลการศึกษาพบว่า การประเมินความคุ้มค่าทางอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพโดยใช้แบบจำลอง SROI พบว่า ทุกๆ 1 บาทที่ลงทุนในการสร้างและปรับปรุงส้วมสาธารณะที่สะอาดและผ่านมาตรฐานส้วมสาธารณะไทย (HAS) ของกรมอนามัย ที่วัดพุทธวนาราม จะสร้างผลตอบแทนทางสังคม เศรษฐกิจ สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม มูลค่า 105.68 บาท ส่วนการศึกษาการรับรู้ข้อมูลด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในแหล่งท่องเที่ยว ด้วยหลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine : LM) พบว่า เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในแหล่งท่องเที่ยว มีการรับรู้ข้อมูลด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ร้อยละ 83.41
เอกสารอ้างอิง
ธนาคารแห่งประเทศไทย. Revitalising Thailand’s tourism sector In search of enablers for future sustainability [อินเตอร์เน็ต]. ม.ป.ป. [เข้าถึงเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2568]; เข้าถึงได้ จาก: https://www.bot.or.th/content/dam/bot/documents/th/research-and-publications/research/discussion-paper-and-policy-paper/27062021_RevitalisingThailandTourism.pdf
กรมควบคุมโรค. คำแนะนำการเดินทางท่องเที่ยวที่ปลอดภัยในช่วงโควิด 19 [อินเทอร์เน็ต]. ม.ป.ป. [เข้าถึงเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2567]; เข้าถึงได้จาก:https://ddc.moph.go.th/dcd/pagecontent.php?page=569&dept=dcd
คณาธิป ไกยชน. นวัตกรรมเพื่อการท่องเที่ยววิถีใหม่ [อินเทอร์เน็ต]. ม.ป.ป. [เข้าถึงเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2567]; เข้าถึงได้ จาก:https://dl.parliament.go.th/backoffice/viewer2300/web/viewer.php
กรมอนามัย. คู่มือโรงแรมที่เป็นมิตรกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม Green Health Hotel [อินเทอร์เน็ต]. ม.ป.ป. [เข้าถึงเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2567]; เข้าถึงได้ จาก:http://www.oic.go.th/FILEWEB/CABINFOCENTER17/DRAWER002/GENERAL/DATA0003/00003404.PDF
คณิสา ศิริพงษ์. ผลตอบแทนทางสังคม (Social Return on Investment: SROI) จากการลงทุน โครงการของภาครัฐกรณีศีึกษาโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนิดแดง [อินเทอร์เน็ต]. ม.ป.ป. [เข้าถึงเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568]; เข้าถึงได้จาก:http://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2023/TU_2023_6004030034_19267_29389.pdf
พรพิมล อริยะวงษ์. การประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (SROI) เพื่อสร้างความยั่งยืนของ กลุ่มทอผ้ากี่กระตุกไหล่หินตะวนตก อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง [อินเทอร์เน็ต]. ม.ป.ป. [เข้าถึงเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568]; เข้าถึงได้ จาก: file:///C:/Users/NBODT/Downloads/7787-Article% 20Text-12220-1-10-20221030.pdf
วจินี อารีรอบ, ธนัชพร มุลิกะบุตร, มัสลิน บัวบาน และชลิดา ตระกูลสุนทร. การพัฒนาโมเดลด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ภูมิภาคตะวันตกเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างยั่งยืน. วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม, 2564; 8(2):45–63.
เกษม เวชสุทธานนท์.การพัฒนารูปแบบบริการสรางเสริมสุขภาพ ตามหลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต สำหรับกลุ่มวัยก่อนสูงอายุ (Pre-aging) ในการเตรียมความพรอม เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ[อินเทอร์เน็ต]. ม.ป.ป. [เข้าถึงเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2567]; เข้าถึงได้ จาก: file:///C:/Users/kkhpcxxx/Downloads/14677-Article%20Text- 28318-1-10-20231025.pdf
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความนี้ลงตีพิมพ์ในวารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ถือเป็นผลงานทางวิชาการหรือวิจัย ผลการวิเคราะห์ตลอดจนข้อเสนอแนะเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ความเห็นของวารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น หรือกองบรรณาธิการแต่อย่างใด ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
