ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับสภาวะทันตสุขภาพในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ในอำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น
คำสำคัญ:
ทันตสุขภาพ, ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์, มัธยมศึกษาตอนต้น, ความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปาก, พฤติกรรมการป้องกันโรคฟันผุบทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนบุคคล ระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากพฤติกรรมการป้องกันโรคฟันผุ สภาวะทันตสุขภาพค่าเฉลี่ยฟันแท้ผุ ถอน อุด (Decay Missing Filling Tooth index: DMFT) และปัจจัยที่สัมพันธ์กับสภาวะทันตสุขภาพของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ในอำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น กลุ่มตัวอย่างถูกสุ่มด้วยวิธีอย่างง่าย จำนวน 237 คน เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม และแบบสำรวจสภาวะทันตสุขภาพ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและหาความสัมพันธ์ด้วย Chi-Square test ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่าง อายุเฉลี่ย 13.73 ±0.95 ปี ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย จำนวน 131 ร้อยละ 55.30 ระดับชั้นเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 1 พบเป็นร้อยละ 35 และ 33.80 อาศัยอยู่กับบิดา - มารดา ร้อยละ 51.10 นอกจากนี้ ร้อยละ 64.10 ได้รับเงินเงินค่าขนมต่อวัน 0-50 บาท (เฉลี่ย 52.85 บาท±24.51) ผลมีระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากระดับปานกลางร้อยละ 50.20 (ค่าเฉลี่ย 10.55±2.27) ส่วนใหญ่มีทักษะการเข้าถึง ร้อยละ 71.70 ทักษะความเข้าใจ ร้อยละ 58.50 มีทักษะโต้ตอบ ร้อยละ 55.45 ทักษะการตัดสินใจ ร้อยละ 60.10 ทักษะการจัดการตนเองร้อยละ 54.75 ในการปฏิบัติตนป้องกันโรคฟันผุ นักเรียนส่วนใหญ่มีระดับพฤติกรรมการป้องกันโรคฟันผุ ระดับปานกลาง ร้อยละ 66.70 (ค่าเฉลี่ย 23.08±3.79) ผลสำรวจสภาวะทันตสุขภาพพบ DMFT เฉลี่ย 2.08±2.73 ซี่ต่อคน ผลการวิเคราะห์หาปัจจัยความสัมพันธ์ด้วย Chi-Square test ระหว่าง ปัจจัยส่วนบุคคลระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากแต่ละด้าน พฤติกรรมการป้องกันโรคฟันผุ กับสภาวะทันตสุขภาพ พบว่า เพศ เป็นปัจจัยที่สัมพันธ์กับสภาวะทันตสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value = 0.026)
เอกสารอ้างอิง
Niyomsilp K. et al. Thai National Oral Health Survey, the Ninth National Oral Health Survey in 2023. Thai Dental Public Health Journal. 2024: 404.
Srimarit K., Junnual N. Oral Health Literacy and Associated Factors of Dental Caries Prevention Behavior among Junior High School Students in Rural Areas Ubon Ratchathani Province, Thailand. TJPHS, 2022; 5(3):36-50.
Chirawatkul A. Statistics for health science research. Bangkok: Wittayapat; 2009.
Niyomsilp K. et al. Thai National Oral Health Survey, the Ninth National Oral Health Survey in 2017. Thai Dental Public Health Journal. 2018: 330.
Pengjuntr W., Tanasugarn C. Health Literacy Organization. Sustainable PP&P toward Innovation and Health literacy 4.0. 2561.
Ruanphet K., Khamanek S., Hiranwitchayakun A., Theerasut S., Suwannawong S. Health Literacy and Health Behaviors 3E 2S of Nursing Students from a Private University in Buriram Province, Regional Health Promotion Center 9 Journal 2023; 1(17): 1-12.
Cronbach LJ. Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika. 1951;16:297-334.
McHugh ML. Interrater reliability: the kappa statistic. Biochem Med (Zagreb). 2012;22(3):276-82.
Wiwat Thaopan W. et al. Factors Affecting Dental Caries among Junior High School Students in Na Wa District, Nakhon Phanom Province, Thai Dental Nurse Journal 2024;35(1):13-24.
Attanay K. Associated Factors of Oral Health Status among Students Grade 4 - 6 in Dongmafai Subdistrict,Sai Moon District,Yasothon Province, TJPHE 2022;2(3):17-30.
Taewsuwan K. Factors Affecting Self-Assessment of Dental Health in Junior High School Students Mattayom 2 Phayuha Khiri District Nakhon Sawan Province, Region 3 Medical and Public Health Journal 2021:88.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความนี้ลงตีพิมพ์ในวารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ถือเป็นผลงานทางวิชาการหรือวิจัย ผลการวิเคราะห์ตลอดจนข้อเสนอแนะเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ความเห็นของวารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น หรือกองบรรณาธิการแต่อย่างใด ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
