ความเสี่ยงด้านการยศาสตร์ในการทำงานของพนักงานฝ่ายผลิต บริษัท พลวัชร์เครื่องยนต์ จำกัด
คำสำคัญ:
การประเมินความเสี่ยง, การยศาสตร์ในการทำงาน, พนักงานฝ่ายผลิต, REBAบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพร่างกายและสภาพการทำงานของพนักงานฝ่ายผลิต ประเมินความเสี่ยงด้านสภาพแวดล้อมการทำงาน ความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ และประเมินความเสี่ยงด้านการยศาสตร์ในการทำงานของพนักงานฝ่ายผลิต บริษัท พลวัชร์ เครื่องยนต์ จำกัด ประชากรที่ใช้ในการวิจัยจำนวน 31 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยจำนวน 19 คน สุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จากพนักงานในสายการผลิตเครื่องยนต์ดีเซลทั้งหมดจำนวน 8 คน และสายการผลิตเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั้งหมดจำนวน 11 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงโดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน และมีค่าความเชื่อมั่น 0.785 ประเมินความเสี่ยงด้านท่าทางการทำงานด้วยวิธี REBA การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาสภาพร่างกายและสภาพการทำงาน พบว่า พนักงานฝ่ายผลิตทั้งหมด มีร่างกายปกติ แข็งแรง และไม่มีโรคประจำตัว โดยส่วนใหญ่มีอายุ 25-29 ปี พนักงานทำงานที่ต้องใช้แรงและเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ สภาพการทำงานที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บ คือการยืนหรือเดินต่อเนื่องเกิน 20 นาที ใช้มือหรือแขนออกแรงซ้ำ ๆ ตลอดเวลา ส่งผลให้พนักงานมีอาการเมื่อยล้าหลังเลิกงาน โดยอวัยวะที่บาดเจ็บมากที่สุดคือ ไหล่ ด้านสภาพแวดล้อมการทำงาน พบว่าพนักงานทั้งหมด มีความเสี่ยงทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ ด้านท่าทางในการทำงาน ด้านสภาพทั่วไป และด้านการยกของ อยู่ในระดับมาก นอกจากนี้พบว่า พนักงานทั้งหมดมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บระดับน้อย ผลการประเมินความเสี่ยงด้านการยศาสตร์ด้วยวิธี REBA พบว่า อยู่ในระดับสูงถึงสูงมาก (10-12 คะแนน) ซึ่งหมายถึงมีความจำเป็นในการปรับปรุงสภาพการทำงานโดยเร่งด่วน
เอกสารอ้างอิง
ปางก์เพ็ญ เหลืองเอกทิน. การยศาสตร์ (Ergonomics) [อินเตอร์เน็ต]. 2559. [เข้าถึงเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569]; เข้าถึงได้จาก: https://www.calameo.com/ read/005268858de0195c4ef82.
ดวงดาว ยาศรี. ปัจจัยเสี่ยงทางการยศาสตร์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของพนักงานในโรงงานผลิตโซฟา. [วิทยานิพนธ์]. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม; 2563.
ไตรภพ บางสาลี, นพรุจ คงเกิด, วิภาดา ศรีเจริญ. การสำรวจปัญหาทางการยศาสตร์ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในตำบลมะตูม อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก. วารสารความปลอดภัยและสุขภาพ 2566;16:124-37.
ธมนภัทร นิยม, มงคล รัชชะ, เสรีย์ ตู้ประกาย, นันท์นภัสร อินยิ้ม, สิรวัลภ์ เรืองช่วย ตู้ประกาย, พรนิภา บริบูรณ์สุขศรี. การปรับปรุงสถานีงานและท่าทางการบรรจุสินค้าเพื่อลดความเสี่ยงด้านการยศาสตร์ของพนักงาน: กรณีศึกษาบริษัทกระจายสินค้าแห่งหนึ่ง. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน 2567;19:10-6.
สุดารัตน์ กองเกิด. การพัฒนาระบบการดำเนินงานการยศาสตร์ของพนักงานทำความสะอาดในสถานประกอบกิจการแห่งหนึ่ง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. [วิทยานิพนธ์]. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2566.
ฝ่ายบุคคลและธุรการ. สถิติการบาดเจ็บและเจ็บป่วยของพนักงาน. สมุทรปราการ: บริษัท พลวัชร์เครื่องยนต์ จำกัด; 2568.
Kuorinka I, Jonsson B, Kilbom A, Vinterberg H, Biering-Sorensen F, Andersson G, et al. Standardised Nordic questionnaires for the analysis of musculoskeletal symptoms. Applied Ergonomics 1987;18:233-7.
กรมควบคุมโรค. แนวทางการจัดบริการอาชีว อนามัยให้กับแรงงานในชุมชนด้านการยศาสตร์สำหรับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยปฐมภูมิ. [อินเตอร์เน็ต]. 2560. [เข้าถึงเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569]; เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1319720220921082619.pdf.
Cronbach LJ. Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika 1951;16:297-334.
งานด้านการยศาสตร์ในประเทศไทย. หลักการประเมินด้านการยศาสตร์ (Ergonomics assessment). [อินเตอร์เน็ต]. 2557. [เข้าถึงเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569]; เข้าถึงได้จาก: https://thai-ergonomic-assessment.blogspot.com/search/label/Ergonomics.
Hignett S, McAtamney L. Rapid entire body assessment (REBA). Applied Ergonomics 2000;31:201-5.
Innocent FN, Kapil G. Ergonomics interventions in the case of automotive manufacturing for improving performance and well-being. Eng. Proc. 2025;114:1-11.
Patrick WN. Production ergonomics identifying and managing risk in the design of high-performance work systems [Doctoral Thesis]. Goteborg, Sweden: Lund University; 2004.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความนี้ลงตีพิมพ์ในวารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ถือเป็นผลงานทางวิชาการหรือวิจัย ผลการวิเคราะห์ตลอดจนข้อเสนอแนะเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ความเห็นของวารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น หรือกองบรรณาธิการแต่อย่างใด ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
