รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบสถานการณ์จำลองและสื่อดิจิทัลเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารแบบ SBAR ของนักศึกษาผู้ช่วยพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น

ผู้แต่ง

  • ก่อกุศล จันดี นักศึกษาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตขอนแก่น
  • สมหวัง พันธะลี อาจารย์มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตขอนแก่น

คำสำคัญ:

รูปแบบการจัดการเรียนรู้, สถานการณ์จำลอง, สื่อดิจิทัล, การสื่อสารแบบ SBAR, นักศึกษาผู้ช่วยพยาบาล

บทคัดย่อ

   การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้แบบสถานการณ์จำลองและสื่อดิจิทัลเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารแบบ SBAR ของนักศึกษาผู้ช่วยพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น เพื่อเปรียบเทียบความสามารถทักษะการสื่อสารแบบ SBAR ของนักศึกษาผู้ช่วยพยาบาลที่ได้รับการสอนโดยใช้สถานการณ์จำลองและสื่อดิจิทัล และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาผู้ช่วยพยาบาลที่มีต่อรูปแบบการพัฒนาทักษะการสื่อสารโดยใช้สถานการณ์จำลองและสื่อดิจิทัล การวิจัยเป็นแบบกึ่งทดลอง (Quasi-experimental design) กลุ่มเดียววัดก่อนและหลัง (One group pretest-posttest design) กลุ่มตัวอย่างคือนักศึกษาผู้ช่วยพยาบาลจำนวน 104 คน จากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น

  เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย แบบประเมินทักษะการสื่อสารแบบ SBAR แบบประเมินประสิทธิภาพของรูปแบบ (E1/E2) แบบสอบถามความพึงพอใจ และบันทึกสะท้อนคิดของนักศึกษา ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นมีค่าประสิทธิภาพ E1/E2 = 83.60/86.93 สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 (สกศ., 2543) คะแนนเฉลี่ยทักษะการสื่อสาร SBAR หลังการเรียนสูงกว่าก่อนการเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 (ก่อนเรียน = 66.41, หลังเรียน = 85.95) ความ พึงพอใจโดยรวมของนักศึกษาอยู่ในระดับ “มากที่สุด” (𝑥̄ = 4.65, SD = 0.47) และผลเชิงคุณภาพจากบันทึกสะท้อนคิดพบว่า ผู้เรียนมีการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกทั้งด้านความรู้ ความมั่นใจ และทักษะการสื่อสาร

  ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบสถานการณ์จำลองและสื่อดิจิทัลมีประสิทธิภาพสูงและสามารถพัฒนาทักษะการสื่อสารแบบ SBAR ของนักศึกษาผู้ช่วยพยาบาลได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ในระดับสูง

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. Patient safety: Communication and teamwork in health care systems. Geneva: WHO Press; 2020.

International Federation of Red Cross and Red Crescent Societies, UNICEF. Guidelines for effective health communication in emergencies. Geneva: IFRC; 2020.

จุไรรัตน์ ดวงจันทร์, และคณะ. ปัญหาการสื่อสารในงานพยาบาลและแนวทางการพัฒนา. วารสารการพยาบาล. 2562;38(2):45–58.

Thomas CM, Bertram E, Allen R. The SBAR communication technique: Teaching nursing

students professional communication skills. Nurse Educ Pract. 2012;12(6):366–9.

พรรณี ไชยภัณฑ์. การใช้สถานการณ์จำลองเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารของนักศึกษาพยาบาล. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ. 2564;30(1):112–24.

ศศิธร เรืองอารีย์. การพัฒนาทักษะ SBAR ผ่านการเรียนรู้แบบสถานการณ์จำลอง. วารสารการศึกษาทางการพยาบาล. 2562;25(3):67–79.

Jeffries PR. The NLN Jeffries simulation theory. New York: National League for Nursing; 2016.

Kolb DA. Experiential learning: Experience as the source of learning and development.

Englewood Cliffs (NJ): Prentice Hall; 1984.

Jeffries PR. Simulation-based learning: Updated model and best practices. J Nurs Educ. 2022;61(2):65–71.

Turner RC, Carlson L. Index of item–objective congruence for content validation. Educ Res Q. 2003;26(2):3–6.

ศิริพร ทวีสิน. ผลของสื่อดิจิทัลต่อการเรียนรู้ของนักศึกษาพยาบาล. วารสารนวัตกรรมการศึกษา. 2561;14(2):89–101.

ชัยรัตน์ ศรีศักดิ์. รูปแบบการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อเสริมสร้างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน. วารสารศึกษาศาสตร์. 2563;41(1):23–37.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

27-04-2026

รูปแบบการอ้างอิง

1.
จันดี ก, พันธะลี ส. รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบสถานการณ์จำลองและสื่อดิจิทัลเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารแบบ SBAR ของนักศึกษาผู้ช่วยพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น. วารสารศอ.7 [อินเทอร์เน็ต]. 27 เมษายน 2026 [อ้างถึง 29 เมษายน 2026];18(1):1-14. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/johpc7/article/view/283937

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย