ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการควบคุมภายในของกองตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
คำสำคัญ:
ประสิทธิผลการควบคุมภายใน, ปัจจัยการควบคุมภายใน, กองตรวจราชการบทคัดย่อ
การศึกษานี้ เป็นการศึกษาเชิงพรรณนาภาคตัดขวาง เพื่อศึกษาประสิทธิผลการควบคุม ภายในของกองตรวจราชการ ศึกษาปัจจัยการควบคุมภายในของกองตรวจราชการ และศึกษาปัจจัย ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการควบคุมภายในของกองตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เก็บขอ้ มูลโดยใช้แบบสอบถาม จากบุคลากรในกองตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 95 คน ใช้สถิติเชิงพรรณนาความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เพื่ออธิบาย ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม และระดับความคิดเห็นต่อปัจจัยและประสิทธิผลของการควบคุม ภายใน ใช้สถิติเชิงอนุมาน ในการวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของการควบคุมภายในใช้การ วิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 88.42 อายุเฉลี่ย 40.75 ± 8.06 ปี โดยส่วนใหญ่กลุ่มอายุ 30–39 ปี ร้อยละ 43.16 มีระดับการศึกษาปริญญาตรี ร้อยละ 56.84 ส่วนใหญ่ตำแหน่งงานเป็นข้าราชการ ร้อยละ 63.16 ระยะเวลาในการปฏิบัติงานเฉลี่ย 10.07 ± 7.11 ปี โดยส่วนใหญ่มีระยะเวลาในการปฏิบัติงาน 6–10 ปี ร้อยละ 35.79 ปัจจัยการควบคุมภายในของกอง ตรวจราชการภาพรวมอยู่ในระดับสูง ประสิทธิผลการควบคุมภายในของกองตรวจราชการภาพรวม อยู่ในระดับสูง ปัจจัยการควบคุมภายใน ด้านกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และ ด้านการติดต่อสื่อสาร มีผล ต่อประสิทธิผลการควบคุมภายในของกองตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value<0.05) โดยตัวแปรดังกล่าวสามารถทำนายได้ ร้อยละ 76.9 (R2=0.769) ผลการวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่า การจัดระบบระเบียบที่ชัดเจน และการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เป็นหัวใจสำคัญของระบบควบคุมภายในที่ดี และหากหน่วยงานสามารถยกระดับสองด้านนี้ได้อย่าง ต่อเนื่อง ย่อมส่งผลให้การควบคุมภายในมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้นในระยะยาว
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงการคลัง. มาตรฐานการ ควบคุมภายในสำหรับหน่วยงานของรัฐ [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: กระทรวงการ คลัง; 2561 [เข้าถึงเมื่อ 10 มิ.ย. 2568]. เข้า ถึงจาก: https://office.dpt.go.th/stdpt/ th/standard
Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission (COSO). Internal control - integrated framework. New York: COSO; 2013.
สุพัตรา บุญโญปกรณ์, จุฑามน สิทธิผลวนิ ชกุล. ปัจจัยที่มีผลต่อการควบคุมภายในที่ ดีในหน่วยงานของรัฐ: กรณีศึกษาสำนักงาน คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ. วารสารธรรมศาสตร์. 2562;38(2):126-48.
กองตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวง สาธารณสุข. [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [เข้า ถึงเมื่อ 10 มิ.ย. 2568]. เข้าถึงจาก: https:// inspection.moph.go.th/about. php?page_id=10c866920d6df91f52 8e3881dddb321 https://inspection. moph.go.th/about.php?page_id=10c 866920d6df91f528e3881dddb321
Krejcie RV, Morgan DW. Determining sample size for research activities. Educ Psychol Meas. 1970;30(3):607-10.
Memon AA, Adil SE e R, Siddiqui EU, Naeem SS, Ali SA, Mehmood K. Eating disorders in medical students of Karachi, Pakistan-a cross-sectional study. BMC Res Notes. 2012 Feb 1;5(1):84.
Best JW, Kahn JV. Educational research. 5th ed. New York: Prentice Hall; 1981.
วนิดา วาดีเจริญ, รังสรรค์ เลิศในสัตย์, สมบัตร ทีฑทรัพ. ระเบียบวิธีวิจัยจาก แนวคิดทฤษฎีสู่ภาคปฏิบัติ. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด มหาชน; 2560.
วัฒนะ อินไข, มัตธิมา กรงเต้น. การควบคุม ภายในและการตรวจสอบภายในที่ส่งผล ต่อประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณ ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษากระทรวงศึกษาธิการ. วารสาร วิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏ สกลนคร. 2567;4(3):803-18.
ธนศักด์ กุศลสร้าง, พรทิวา แสงเขียว. ปัจจัยการควบคุมภายในที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพ การปฏิบัติงานของนักบัญชีและผลการดำเนินงานขององค์กรในภาคตะวันตกของ ประเทศไทย. Journal of Modern Learning Development. 2565;7(11):195-211.
อมรรัตน์ โคบุตร์. ปัจจัยการควบคุมภายในที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการควบคุมภายในของสำนักงานสรรพากรภาค 1 ในเขต กรุงเทพมหานคร. วารสารสังคมศาสตร์และ มานุษยวิทยาเชิงพุทธ. 2564;6(1):396-411.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความนี้ลงตีพิมพ์ในวารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ถือเป็นผลงานทางวิชาการหรือวิจัย ผลการวิเคราะห์ตลอดจนข้อเสนอแนะเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ความเห็นของวารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น หรือกองบรรณาธิการแต่อย่างใด ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
