The development model of nursing care in patients with reconstructive surgery of the Total knee replacement, Loei HospitalRattiya Santisathaporn

Authors

  • Rattiya Santisathaporn
  • Wasana Thamteerasit
  • Prangchay Pakrajang
  • Apichat Suntron

Keywords:

Nursing model for total knee replacement surgery

Abstract

บทคัดย่อ

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เป็นการรักษาเพื่อแก้ไขความพิการและลดความปวดเมื่อรักษาด้วยยาไม่ได้ผล หลังการผ่าตัดอาจเกิดความเสี่ยง ได้แก่ อาการปวด และภาวะติดเชื้อ ในหน่วยงานพบอุบัติการณ์เลื่อนผ่าตัดจากเครื่องมือไม่พร้อมใช้ร้อยละ 16.9 และแผลบวมแดงหลังผ่าตัดร้อยละ 2.8 สาเหตุจากข้อจำกัดของลักษณะงาน เพราะการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมมีความซับซ้อนยุ่งยาก ใช้เวลานาน และเสี่ยงต่อการปนเปื้อน ระบบการหมุนเวียนพยาบาล การจัดการความรู้ไม่ชัดเจน และปัจจัยส่วนบุคคลของพยาบาล เช่น ความรู้และประสบการณ์ ดังนั้นการวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาแนวทางการพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมในผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมสำหรับพยาบาลห้องผ่าตัด โรงพยาบาลเลย

วิธีดำเนินการศึกษา ใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการตามแนวคิดของ Kemmis และ McTaggart เป็นกรอบคิดในการพัฒนา ช่วงเวลา เมษายน ถึง กรกฎาคม 2563 ประชากรเป็นพยาบาลในหน่วยงานและผู้ป่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมในช่วงเวลาดังกล่าว โดยผู้ร่วมวิจัยเป็นพยาบาลทั้งหมด 50 คน และกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วย 36 คน เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบประเมินการใช้แนวทางการพยาบาล ฯ แบบประเมินความพึงพอใจ แนวทางการประชุมระดมสมองและสะท้อนคิด การวิเคราะห์ข้อมูล ข้อมูลเชิงกลุ่มนำเสนอด้วยความถี่และร้อยละ เปรียบเทียบคะแนนการใช้แนวทางการพยาบาลฯ 3 ช่วงเวลาด้วย Friedman test ข้อมูลต่อเนื่อง นำเสนอด้วยค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบข้อมูลด้วย Mann-Whitney U test ดำเนินงาน 2 วงรอบ คือ วงรอบที่ 1 การพัฒนาแนวทางการพยาบาลฯ และ วงรอบที่ 2 การใช้แนวทางการพยาบาล ฯ ในงานประจำ แต่ละวงรอบมี 4 ขั้นตอน ได้แก่ วางแผน ปฏิบัติการ สังเกตการณ์ และสะท้อนคิด

ผลการพัฒนาทำให้เกิดเปลี่ยนแปลง คือ หน่วยงานมีแนวทางการพยาบาล ฯ ใช้ในการดูแลผู้ป่วย เกิดระบบการมอบหมายงานและการนิเทศติดตาม ร่วมแรงร่วมใจสร้างองค์ความรู้เพื่อใช้ในหน่วยงาน เช่น คู่มือสำหรับพยาบาลห้องผ่าตัดในการดูแลผู้ป่วยเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ผลลัพธ์แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1) การบรรลุเป้าหมายทางการพยาบาล ได้แก่ พยาบาลตัดสินใจและให้การพยาบาลภายใต้มาตรฐานเดียวกัน ให้การพยาบาลถูกต้องและครอบคลุมตามมาตรฐาน  คะแนนพฤติกรรมการใช้แนวทางการพยาบาลฯ เพิ่มจาก 5.6 เป็น 8.9 (p< 0.001) และอุบัติการณ์เลื่อนผ่าตัดจากเครื่องมือไม่พร้อมใช้ลดลงจาก 12 ครั้ง (ร้อยละ 17) เหลือ 0 ครั้ง (0%) 2) พยาบาลพึงพอใจต่อการแนวทางการพยาบาล ฯ มากขึ้น จาก 2.91 (ระดับมาก) เพิ่มเป็น 4.22 (ระดับมาก) 3) ผู้ป่วยเกิดเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด ระดับความปวดลดลงจาก 2.3 คะแนน เป็น 2.2 คะแนน อุบัติการณ์แผลบวมแดงหลังผ่าตัดลดลงจาก 2 คน (ร้อยละ 3) เหลือ 0 คน (0%) และระดับการทำกิจวัตรประจำวันเพิ่มขึ้นจาก 15.95  คะแนน เป็น 16.47 คะแนน

สรุปผลการวิจัยและการนำไปใช้ การพัฒนาแนวทางการพยาบาล ฯ ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ รวมทั้งเกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อการปฏิบัติการพยาบาลและผู้ป่วยเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ควรนำแนวทางการพยาบาลดังกล่าวไปใช้อย่างต่อเนื่องในงานประจำ และควรวิจัยเชิงพัฒนาทั้งระบบบริการตั้งแต่แผนกผู้ป่วยนอกจนถึงชุมชน

Downloads

Download data is not yet available.

References

1. Ugalmugle S, Swian R. Total Knee Replacement Market Size. Global market insights; 2020(1): 850-854.
2. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. บอร์ด สปสช.ออกแนวปฏิบัติผ่าข้อเข่าเสื่อม กระจาย.ให้เขตพิจารณาข่วยผู้ป่วยได้รักษา [ออนไลน์] 2559 [อ้างเมื่อ 1 กรกฎาคม 2563]. จาก https://www.hfocus.org/content/2016/12/13154
3. Kemmis S, McTaggart R. The Action Research Planer (3rd ed.). Victoria : Deakin University; 1988.
4. Thomas LH, McColl E, Cullum N, Rousseau N, Soutter J, Steen N. Effect of clinical guidelines in nursing, midwifery, and the therapies: a systematic review of evaluations. Qual Health Care 1998; 7(4): 183-191.
5. วิลาวัณย์ นาคปลัด, เนตรนภา คู่พันธวี และ หทัยรัตน์ แสงจันทร์. การพัฒนาและประเมินผลแนวปฏิบัติทางการพยาบาลสำหรับการส่งเสริมการฟื้นฟูสภาพของผู้ป่วยสูงอายุที่ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม. วารสารพยาบาลตำรวจ 2562; 11(1): 73-86.
6. เพ็ญศรี เลาสวัสดิ์ชัยกุล, บังอร ชาตริยานุโยค และ อรวรรณ วราภาพงษ์. ความสำเร็จในการนำแผนการจัดการดูแลทางคลินิกผู้ป่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมสู่การปฏิบัติ. รามาธิบดีพยาบาลสาร 2555; 18(2): 153-166.
7. Blom AW, Brow J, Taylor H, Pattison G, Whiehouse S, Bannister GC. Infection after total knee arthroplasty. J Bone Joint Surg Br 2004; 86(5): 688-691.
8. วงเดือน สุวรรณคีรี และ ยุพเรศ พญาพรหม. การป้องกันการติดเชื้อที่ตำแหน่งผ่าตัด. วารสารพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 29(2): 15-28
9. World Health Organization. WHO guidelines for safe surgery 2009: safe surgery saves lives. Geneva: World Health Organization; 2009.
10. Weingarten SR, Conner L, Riedinger M, Alter A, Brien W, Ellrodt AG. Total knee replacement. A guideline to reduce postoperative length of stay. West J Med 1995; 163(1): 26-30.

Downloads

Published

2020-09-28

How to Cite

1.
Santisathaporn R, Thamteerasit W, Pakrajang P, Suntron A. The development model of nursing care in patients with reconstructive surgery of the Total knee replacement, Loei HospitalRattiya Santisathaporn. J Nurs Ther Care [internet]. 2020 Sep. 28 [cited 2026 Feb. 1];38(3):157-66. available from: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jnat-ned/article/view/244606