การพัฒนาโปรแกรมโรงเรียนแม่พร้อมสำหรับสตรีที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ โรงพยาบาลมหาสารคาม
บทคัดย่อ
การวิจัยและพัฒนาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินผล โปรแกรมโรงเรียนแม่พร้อมสำหรับสตรีที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ โรงพยาบาลมหาสารคาม กลุ่มตัวอย่าง คือ พยาบาลวิชาชีพที่ดูแลผู้ป่วย จำนวน 10 คน และสตรีตั้งครรภ์ที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ จำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ (1) แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป (2) แบบบันทึกข้อมูลและผลลัพธ์การดูแล (3) แบบประเมินก่อนและหลังเข้าโปรแกรม และ (3) แบบประเมินความพึงพอใจต่อการใช้โปรแกรม การเก็บรวบรวมข้อมูลดำเนินการระหว่างเดือน ตุลาคม พ.ศ. 2566 - เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2567 รวมระยะเวลา 8 เดือน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบ
ผลการวิจัย ระยะวิเคราะห์สถานการณ์ พบว่า สตรีที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและอาหารชนิดคาร์โบไฮเดรต รวมทั้งทักษะในการควบคุมระดับน้ำตาลสะสมให้เป็นไปตามเกณฑ์เป้าหมาย ภายหลังพัฒนาเกิดรูปแบบที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและภายใต้บริบทจริง ประกอบด้วย 1) การให้ความรู้เชิงลึก 2) นวัตกรรม “กระเป๋าแม่พร้อม” 3) แผนการให้คำปรึกษารายบุคคล 4) นวัตกรรมการสื่อสารผ่าน Line OA
ภายหลังเข้าร่วมโปรแกรม พบว่า คะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลตนเองของสตรีตั้งครรภ์เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันพยาบาลวิชาชีพที่เข้าร่วมการพัฒนาโปรแกรมมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด รูปแบบที่พัฒนา ขึ้นนี้เหมาะสมกับบริบทวัฒนธรรมอีสาน มีประสิทธิภาพในการเสริมสร้างความสามารถในการจัดการตนเอง ช่วยให้สามารถจัดการการบริโภคคาร์โบไฮเดรตและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดียิ่งขึ้น สมควรขยายผล ไปใช้ในหน่วยบริการอื่นต่อไป
เอกสารอ้างอิง
Cunningham FG, Leveno KJ, Bloom SL, Spong CY, Dashe JS, Hoffman BL, et al. Williams obstetrics. 24th ed. New York: McGraw-Hill Education; 2014.
ระวีวรรณ พิไลยเกียรติ. การพยาบาลสตรีตั้งครรภ์ที่เป็นเบาหวาน. พิษณุโลก: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยนเรศวร; 2568. หน้า 41-58.
นงลักษณ์ เฉลิมสุข, ฉวี เบาทรวง. การพยาบาลสตรีที่มีภาวะแทรกซ้อนทางอายุรกรรม. ใน: บังอร ศุภวิทิตพัฒนา, ปิยะภรณ์ ประสิทธิ์วัฒนเสรี, บรรณาธิการ. การพยาบาลและการผดุงครรภ์: สตรีที่มีภาวะเสี่ยงและภาวะเเทรกซ้อน. เชียงใหม่: สยามพิมพ์นาน; 2565. หน้า 101-217.
International Diabetes Federation. IDF Diabetes Atlas. 8th ed. [Internet]. 2011 [cited 2023 Sep 1]. Available from: http://www.diabetesatlas.org
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี. เบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ เสี่ยงเบาหวานในอนาคต [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อ 5 ก.ย. 2565]. เข้าถึงได้จาก: https://www.dmthai.org/index.php/knowledge/understand-diabetes/diabetes-pregnant
คลินิกฝากครรภ์. สถิติการให้บริการฝากครรภ์ ปีงบประมาณ 2567 [เอกสารไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาสารคาม: โรงพยาบาลมหาสารคาม; 2567.
Bandura A. Self-efficacy: the exercise of control. New York: W.H. Freeman and Company; 1997.
Lo SWS, Chair SY, Lee FK. Factors associated with health-promoting behavior of people with or at high risk of metabolic syndrome: based on the health belief model. Appl Nurs Res. 2015; 28(2): 197-201.
สุปรียา ตันสกุล. ทฤษฎีทางพฤติกรรมศาสตร์: แนวทางการดำเนินงานด้านสุขศึกษา และส่งเสริมสุขภาพ. วารสารสุขศึกษา. 2550; 30(105): 1-15.
สิวาพร พานเมือง, อักษราณัฐ สุทธิประภา, วิไลลักษณ์ เผือกพันธ์. การพัฒนาโปรแกรมการดูแลตนเองของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเบาหวาน. วารสารวิจัยและพัฒนาด้านสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา. 2566; 9(1): 130-44.
Yeemard F, Srichan P, Apidechkul T, Luerueang N, Tamornpark R, Utsaha S. Prevalence and predictors of suboptimal glycemic control among patients with type 2 diabetes mellitus in northern Thailand: a hospital-based cross-sectional control study. PLoS One. 2022; 17(1): e0262714.
ปิยะนันท์ ลิมเรืองรอง, นิตยา สินสุกใส, เอมพร รตินธร, ดิฐกานต์ บริบูรณ์หิรัญสาร. ประสิทธิผลของโปรแกรมการกํากับตนเองต่อพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การออกกําลังกายและระดับน้ำตาล ในเลือดหลังรับประทานอาหาร 2 ชั่วโมงในสตรีไทยที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์. Pacific Rim Int J Nurs Res. 2554; 15(3): 173-87.
Mohammadkhah F, Kamyab A, Pezeshki B, Norouzrajabi S, Khani Jeihooni A. The effect of training intervention based on health belief model on self-care behaviors of women with gestational diabetes mellitus. Front Glob Womens Health. 2025; 5: 1490754.
Lamadah SM, Ibrahim HA, Elgzar WT, El-Sayed HA, Sayed SH, El-Houfey A. Gestational diabetes self-care behavior: an empowerment educational intervention based on BASNEF model. Iran J Nurs Midwifery Res. 2022; 27(6): 538-46.
ลัดดาวัลย์ ขำงาม. ผลของโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้ความสามารถของตนเองต่อความสำเร็จ ในการดำรงบทบาทมารดาของหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่นครรภ์แรก. วารสารโรงพยาบาลสิงห์บุรี โรงพยาบาลสิงห์บุรี. 2565; 31(1): 79-90.
Karavasileiadou S, Almegewly W, Alanazi A, Alyami H, Chatzimichailidou S. Self-management and self-efficacy of women with gestational diabetes mellitus: a systematic review. Glob Health Action. 2022;15(1):2087298.
ปิยะพร ศิษย์กุลอนันต์, พรสวรรค์ คำทิพย์. ผลของโปรแกรมการจัดการตนเอง และการติดตามด้วยแอพพลิเคชั่น LINE ต่อพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การออกกำลังกายแกว่งแขน และระดับน้ำตาลในเลือดของสตรีที่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์. วารสารสภาการพยาบาล. 2563; 35(2): 52-69.
Allehdan S, Basha A, Hyassat D, Nabhan M, Qasrawi H, Tayyem R. Effectiveness of carbohydrate counting and Dietary Approach to Stop Hypertension dietary intervention on managing gestational diabetes mellitus among pregnant women who used metformin: a randomized controlled clinical trial. Clin Nutr. 2022; 41(2): 384-95.
Chahed S, Lassouad L, Dardouri M, Mtiraoui A, Maaroufi A, Khairi H. Impact of a tailored-care education programme on maternal and neonatal outcomes in pregnant women with gestational diabetes: a randomized controlled trial. Pan Afr Med J. 2022; 43: 128.
Wongdama S, Paemueang W, Sriphrapradang C. A tailor-made mobile app with a local cuisine database for self-management of type 2 diabetes mellitus: randomized controlled trial. JMIR Diabetes. 2025; 10: e83685.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและการสาธารณสุขชุมชน

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและการสาธารณสุขชุมชน (Journal of Health Science and Community Public Health) ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยการ สาธารณสุขสิรินธรจังหวัดขอนแก่น และคณาจารย์ท่านอื่นๆในวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
