Factors Associated with Self-Care Behaviors of Patients with Uncontrolled Diabetes Mellitus among Kui Ethnic Group
Keywords:
Patients with type 2 diabetes mellitus with uncontrolled blood glucose levels, Self-care behaviors, Health beliefs, Kui ethnic groupAbstract
This study aimed to examine factors associated with self-care behaviors among patients with type 2 diabetes mellitus with poor glycemic control in the Kui ethnic group. The sample consisted of 120 patients with type 2 diabetes mellitus with HbA1c levels ≥ 7% and met the inclusion criteria. Research instruments included a diabetes knowledge questionnaire, factors related to self-care behaviors, and a self-care behavior questionnaire. Content validity was verified by experts, yielding item-objective congruence (IOC) values ranging from 0.60 to 1.00. The reliability of the diabetes knowledge questionnaire, assessed using the Kuder–Richardson Formula 20 (KR-20), was 0.67. The Cronbach’s alpha coefficients for the questionnaires on related factors and self-care behaviors were 0.94 and 0.98, respectively. Data were analyzed using descriptive statistics, Pearson’s correlation coefficient, and Spearman’s rank correlation coefficient.
The results of the study revealed that the participants demonstrated self-care behaviors at a moderate level (M = 1.76, SD = 0.31). Overall, the factors associated with self-care behaviors among patients with type 2 diabetes mellitus who were unable to control blood glucose levels in the Kui ethnic group were at a low level. These factors included age (r = .20, p = .02), sex (r = .28, p< .01), duration of illness (r = .19, p = .04), perceived susceptibility to poor glycemic control (r = .21, p = .02), perceived severity of poor glycemic control (r = .25, p ≤ .001), and receiving information from others (r = .33, p≤ .001). Therefore, the focus should be on enhancing the awareness of risk opportunities and the severity of uncontrolled blood sugar levels, relying on communication processes and support from nurses, family, and the community.
References
กรมการแพทย์. (2560). รายงานค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2. กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข.
กรมควบคุมโรค. (2565). สถานการณ์โรคเบาหวานประเทศไทย 2565. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.
กรมควบคุมโรค, กองโรคไม่ติดต่อ. (2567). รายงานสถานการณ์โรคเบาหวานในประเทศไทย ปี 2564-2566. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.
สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข, กองตรวจราชการ. (2566). แบบรายงานการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขประเด็นที่ 5 : ลดป่วย ลดตาย และการสร้างความมั่นคงทางสุขภาพ สาขาโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง (NCD) เขตสุขภาพที่ 10 รอบที่ 1/2566. ระบบตรวจราชการและนิเทศงาน (e-Inspection). https://inspection.moph.go.th
จิรพรรณ ผิวนวล, และประทุม เนตรินทร์. (2561). พฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลบางแก้วใน ตําบลบางแก้ว อําเภอละอุ่น จังหวัดระนอง. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี, 1(2), 46-61.
ไชยา ท่าแดง, และนิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์. (2563). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองต่อการรับรู้สมรรถนะแห่งตน พฤติกรรมการจัดการตนเอง ระดับน้ำตาลในเลือด และระดับน้ำตาลเกาะสะสมเม็ดเลือดแดงของผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์, 40(4), 61-73
ดวงฤทัย ไพรบึง. (2563). ความเครียดและการเผชิญความเครียดในผู้สูงอายุโรคเบาหวาน: กรณีศึกษา. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล, 36(2), 286-298.
นาตยา พีระวรรณกุล. (2566). พฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนอร์ทเทิร์น, 3(3), 38-55.
นุชษญากร คณาภรณ์ทิพย์. (2561). พฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานที่มารับบริการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโพสะ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง. วารสารสถาบันบำราศนราดูร, 12(2), 60-69.
บูรณ์เชน สุขคุ้ม. (2566). แนวทางการนำวัฒนธรรม 4 ชาติพันธุ์จังหวัดศรีสะเกษ มาใช้เพื่อโอกาสการท่องเที่ยว. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 8(2), 65-78.
พงษ์รัตน์ ไกรพรม. (2566). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ไม่พึ่งอินซูลิน ที่มารับบริการ ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโนนสมบูรณ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ. https://bkpho.moph.go.th/ssjweb/bkresearch/index.php?fn=detail&sid=239#posted
มัตนา ภูมิโคกรักษ์, ขวัญชนก สุวรรณ, และพรทิพย์ แก้วชิณ. (2566). พฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทัพรั้ง อำเภอพระทองคำ จังหวัดนครราชสีมา. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและการสาธารณสุขชุมชน, 6(1), 121-133.
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกลาง (โพนค้อ). (5 กุมภาพันธ์ 2568). ภาวะแทรกซ้อนทางตา, ไต และภาวะแทรกซ้อนอื่น ของผู้ป่วยเบาหวานในโปรแกรม HOSxP PCU.
วิทยา เลิกสายเพ็ง. (2564). ปัจจัยที่มีผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานในเขตรับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองปิ้งไก่ ตำบลนาบ่อคำ อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร. วารสารวิจัยและวิชาการสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร, 2(1), 1-10.
ศิริรัตน์ ศิริจันทร์. (2564). พฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวาน ที่มาใช้บริการโรงพยาบาลดอนตูมจังหวัดนครปฐม. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขภาพชุมชน, 6(2), 1-13.
สาคร นันทโกวัฒน์, และนิลภา จิระรัตนวรรณะ. (2568). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบางอ้อ อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขภาพชุมชน, 10(1), 575-586.
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย. (2566). แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2566. ศรีเมืองการพิมพ์.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ. (2567ก). ร้อยละผู้ป่วยเบาหวานที่ขึ้นทะเบียนและมารับการรักษาต่อเนื่องในโปรแกรม HOSxP PCU.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ. (2567ข). ร้อยละผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี จังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมืองศรีสะเกษ ตำบลโพนค้อในโปรแกรม HOSxP PCU.
สุปรียา เสียงดัง. (2560). พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้, 4(1), 191-204.
สุพรรษา สุวรรณสิรินนท์, และรัฐพล ไกรกลาง. (2566). การรับรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ที่มารับบริการในศูนย์บริการสาธารณสุขที่ 1 เทศบาลนครขอนแก่น. วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน, 9(3), 135-146.
อรพิณท์ ฟักแฟง. (2565). วิเคราะห์ปัจจัยเพื่อทำนายพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางกระดี ตำบลบางกะดี อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขภาพชุมชน, 7(2), 100-108.
อ้อมใจ แต้เจริญวิริยะกุล, และกิตติยา ศิลาวงศ์สุวรรณกูฎ. (2559). การรับรู้และพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ตำบลทุ่งมน อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 9(2), 331-338.
Babazadeh, T., Lotfi, Y., & Ranjbaran, S. (2023). Predictors of self-care behaviors and glycemic control among patients with type 2 diabetes mellitus. Frontiers in Public Health, 10, 1031655. https://doi.org/10.3389/fpubh.2022.1031655
Becker, M. H., Haefner, D. P., Maiman, L. A., Kirscht, J. P., Cullen, J., & Klemme, R. H. (1977). The health belief model and prediction of dietary compliance: A field experiment. Journal of Health and Social Behavior, 18(4), 348–366. https://doi.org/10.2307/2955354
Best, J. W. (1977). Research in education (3rd ed.). Prentice Hall.
Bloom, B. S. (1956). Taxonomy of educational objectives, handbook: The cognitive domain. David McKay.
Borson, S., Scanlan, J., Brush, M., Vitaliano, P., & Dokmak, A. (2000). The mini-cog: A cognitive 'vital signs' measure for dementia screening in multi-lingual elderly. International Journal of Geriatric Psychiatry, 15(11), 1021–1027. https://onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1002/1099-1166(200011)15:11%3C1021::AID-GPS234%3E3.0.CO;2-6
Cohen, J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences (2nd ed.). Lawrence Erlbaum Associates.
Courtenay W. H. (2000). Constructions of masculinity and their influence on men's well-being: a theory of gender and health. Social Science & Medicine (1982), 50(10), 1385-1401. https://doi.org/10.1016/s0277-9536(99)00390-1
Rosenstock, I. M. (1974). Historical origins of the health belief model. In M. H. Becker (Ed.), Health belief model and personal health behavior (pp. 1–8). Charles B. Slack.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
Copyright (c) 2026 Journal of Boromarajonani College of Nursing, Surin

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ตีพิมพ์ในราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์ ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่หรือกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์ ก่อนเท่านั้น



