Evaluating the Caring System for Substance-Induced Psychosis with High Risk to Violence in Communities, Nakhon Ratchasima Province
Keywords:
Evaluating the caring system, Substance-induce psychosis with high risk to violence (SMI-V), CIPP modelAbstract
This evaluation research aims to assess the psychiatric and substance abuse care system for high-risk groups prone to violence in the community of Nakhon Ratchasima Province. The study employs the SIP model framework. The sample consists of 143 stakeholders, including 24 caregivers, 108 sub-district leaders, and 11 district leaders. Research instruments include questionnaires, in-depth interviews, and focus group discussions, with content validity (IOC) ranging from 0.67 to 1.00 and reliability scores for the productivity and satisfaction questionnaires regarding the psychiatric and substance abuse care system in the community being 0.91, 0.85, 0.96, 0.88, and 0.97, respectively. Quantitative data were analyzed using statistics such as frequency, percentage, mean, and standard deviation, while qualitative data were analyzed through content analysis and triangulation.
Research results found that in the context aspect (M = 3.83, SD = 0.53) process aspect (M = 3.67, SD = 1.03) and the output aspect (M = 3.71, SD = 0.97) are at a good level, while the input factors are at a moderate level (M = 3.44, SD = 1.06). The patient care system in the area is necessary but lacks specialized personnel, budget, and equipment. Although the hospital care system is clear and equipped, the pre-incident management and post-discharge follow-up system in the community lack continuity and participation, resulting in a high rate of relapse and recurrence. Recommendation: Utilize research findings and best practices from the "BANMAI Model" prototype area, which emphasizes the integration of community network partners with the public health system, to expand and incorporate into the district-level mental health and substance abuse service development plan. This aims to establish a continuous proactive monitoring and follow-up system.
References
กระทรวงสาธารณสุข, กรมสุขภาพจิต. (2563). แนวทางการดูแลผู้ป่วยจิตเวชฉุกเฉิน (acute care) สำหรับหน่วยบริการสาธารณสุข (ระดับ A, S, M1 และ M2) ฉบับทดลองใช้. ศูนย์สุขภาพจิตที่ 11. https://www.mhc11.go.th/manuals/4669/
กระทรวงสาธารณสุข, กรมสุขภาพจิต. (2566). มาตรฐานการปฏิบัติงานการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง: Standard operating procedures (SOPs) severe mental illness high risk to violence (V-Care). คลังความรู้สุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต. https://dmh-elibrary.org/items/show/1394
กำทร ดานา. (2564). การพัฒนาบทบาทการดูแลผู้ป่วยจิตเวชของครอบครัวและภาคีเครือข่ายในชุมชน. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 30(3), 406–414.
ขัติยา แก้วสมบัติ, อิศรา ขุนพิลึก, ชินกร สุจิมงคล, และอัญชลี วิจิตรปัญญา. (2567). การวิเคราะห์บริบทของปัจจัยที่เอื้อและเป็นอุปสรรคต่อการจัดบริการสุขภาพจิตระดับชุมชนสำหรับผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง: การศึกษาแบบผสานวิธีในหลายระดับ. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 17(3), 157–171.
พรทิพย์ วชิรดิลก. (2565). ผู้ป่วยฉุกเฉินจิตคลุ้มคลั่งกับระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินแบบบูรณาการในพื้นที่. วารสารการแพทย์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย, 2(1), 77–89.
พรทิพย์ วชิรดิลก, สุรเดช ดวงทิพย์สิริกุล, ธีระ ศิริสมุด, และอัญชุลี เนื่องอุตม์. (2564). การพัฒนาระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินสำหรับผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตสุขภาพจิตแบบไร้รอยต่อและบูรณาการในประเทศไทย. วารสารระบบวิจัยสาธารณสุข, 17(2), 264-278
มานพ คณะโต, กนิษฐา ไทยกล้า, สาวิตรี อัษณางค์กรชัย, จิตรลดา อารียสันติชัย, ศยามล เจริญรัตน์, พูนรัตน์ ลียติกุล, เกรียงไกร พึ่งเชื้อ, และรังสิยา วงศ์อุปปา. (2562). รายงานผลการสำรวจครัวเรือนเพื่อคาดประมาณจำนวนประชากรผู้ใช้สารเสพติดของประเทศไทยปี พ.ศ. 2562. จรัลสนิทวงศ์การพิมพ์.
มงคล ศิริเทพทวี, พิชญา วัฒนการุณ, จำเนียร สุรวรางกูร, ขนิษฐา ชุ่มสุข, จุฑามณี ดุษฎีประเสริฐ, และปรียาสิริ วิฑูรชาติ. การวิเคราะห์ต้นทุน-ประสิทธิผลของระบบการดูแลต่อเนื่องผู้ป่วยจิตเวชกลุ่มเสี่ยงในสถานบริการระดับปฐมภูมิกับระบบบริการปกติ. รามาธิบดีเวชสาร, 41(2), 25-35.
เยาวดี วิบูลย์ศรี. (2556). การประเมินโครงการ แนวคิดและแนวปฏิบัติ. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรวรรณ จุฑา, นพพร ตันติรังสี, และกมลลักษณ์ มากคล้าย. (2566). ระบาดวิทยากลุ่มความผิดปกติการควบคุมตนเองในคนไทย: การสำรวจระบาดวิทยาสุขภาพจิตของคนไทยระดับชาติปี พ.ศ. 2556. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย, 31(2), 92–105.
วริยา จันทร์ขำ. (2559). การพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพจิตและจิตเวชในชุมชน : บทบาทพยาบาลจิตเวช. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต, 30(3), 1–9.
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล, และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2566). สุขภาพคนไทย ปี 2566 : คำสัญญาของไทย “คอป” (COP: Conference of Parties)
กับการรับมือ “โลกรวน”. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. https://dol.thaihealth.or.th/Media/Index/c05a4f14-a7f0-ed11-80ff-00155d1aab6e
สมถวิล แพรขาว, และธิดารัตน์ ห้วยทราย. (2565). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชฉุกเฉินในอำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์. วารสารโรงพยาบาลสกลนคร, 25(1), 34–42.
สุภาพร จันทร์สาม. (2565). การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชแบบไร้รอยต่อเขตบริการจังหวัดยโสธร. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 31(ฉบับเพิ่มเติม 1), S74–S84.
หวาน ศรีเรือนทอง, และคณะ. (2560). การประเมินโครงการพัฒนาระบบบริการผู้ป่วยจิตเวช. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 26(2), 362–371.
หทัยกาญจน์ เสียงเพราะ. (2563). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่กลับมารักษาซ้ำโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์, 36(2), 413–426.
เอกชัย พลหนองคูณ. (2565). การประเมินโครงการดูแลผู้ป่วยจิตเภทในชุมชน. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ, 3(1), 203–216.
Best, J. W., & Kahn, J. V. (1993). Research in education (7th ed.). Allyn and Bacon.
Denzin, N. K. (1970). The research act: A theoretical introduction to sociological methods. Aldine.
Guest, G., Bunce, A., & Johnson, L. (2006). How many interviews are enough? An experiment with data saturation and variability. Field Methods, 18(1), 59–82.
Stufflebeam, D. L. (1971). The relevance of the CIPP evaluation model for educational accountability. Journal of Research and Development in Education, 5, 19-25.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
Copyright (c) 2026 Journal of Boromarajonani College of Nursing, Surin

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ตีพิมพ์ในราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์ ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่หรือกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์ ก่อนเท่านั้น



