การใช้แนวปฏิบัติทางคลินิกในการดูแลและป้องกันหญิงหลังคลอดที่มีภาวะตกเลือดหลังคลอด และมีภาวะช็อก โรงพยาบาลลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์
Keywords:
แนวปฏิบัติ, ตกเลือดหลังคลอดAbstract
บทนำ : จากสถานการณ์ของห้องคลอดที่ผ่านมาพบว่าภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นกับมารดาที่อาจทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต ได้แก่ ภาวะตกเลือดหลังคลอดและสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากมดลูกหดรัดตัวไม่ดี ซึ่งจากการทบทวนอัตราภาวะตกเลือดหลังคลอดที่เกิดจากมดลูกหดรัดตัวไม่ดี ในปี 2556-2557 พบอัตราการตกเลือดหลังคลอดและมีภาวะช็อก ร้อยละ 28.60 และ 29.40 ตามลำดับ ซึ่งเป็นอัตราที่สูงจึงต้องมีการเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาผลลัพธ์ของการใช้แนวปฏิบัติทางคลินิกในการดูแลและป้องกันหญิงหลังคลอดที่มีภาวะตกเลือดหลังคลอดและมีภาวะช็อกและศึกษาความพึงพอใจของพยาบาลต่อการใช้แนวปฏิบัติ ที่พัฒนาขึ้น
รูปแบบการวิจัย : เป็นการวิจัยเชิงพัฒนา (Research development study) กลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจงคือ สูติแพทย์ และพยาบาลวิชาชีพประจำห้องคลอด มีระยะเวลาการศึกษาในช่วงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2557 ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2558 โดยแบ่งขั้นตอนการศึกษาออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 สำรวจปัญหาเกี่ยวกับการดูแลและป้องกันหญิงหลังคลอดที่มีภาวะตกเลือดหลังคลอดและ มีภาวะช็อกจากพยาบาลวิชาชีพประจำห้องคลอด จำนวน 6 คน และสูติแพทย์ 1 คน ระยะที่ 2 พัฒนาแนวปฏิบัติในการดูแลและป้องกันหญิงหลังคลอดที่มีภาวะตกเลือดหลังคลอดและมีภาวะช็อก จากการประชุมระดมสมองของทีมพยาบาลวิชาชีพร่วมกับนำแนวปฏิบัติไปทดลองใช้ ปรับปรุงแนวปฏิบัติ ร่างแนวปฏิบัติให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบนำไปใช้ในระยะเวลา 2 เดือน ระยะที่ 3 การประเมิน ผลการนำแนวปฏิบัติทางคลินิกไปใช้วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติร้อยละค่าเฉลี่ย และการวิเคราะห์ เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัย : ได้แนวปฏิบัติทางคลินิกด้านการดูแลและป้องกันหญิงหลังคลอดที่มีภาวะตกเลือดหลังคลอดและมีภาวะช็อก ที่ร่วมกันพัฒนาประกอบด้วย 1) การพัฒนาสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพประจำห้องคลอดในการป้องกันและดูแลมารดาหลังคลอด 2) การกำหนดแนวปฏิบัติการป้องกันการตกเลือดหลังคลอด 3) การกำหนดแนวทางการเฝ้าระวังภาวะผิดปกติของมารดาหลังคลอด 4) การกำหนดแนวทางการปฏิบัติเมื่อพบปัญหา และการรายงานแพทย์ เพื่อแก้ไขการประเมินผลหลังการนำแนวปฏิบัติมาใช้พบว่า อุบัติการณ์หญิงหลังคลอดที่มีภาวะตกเลือดหลังคลอดและมีภาวะช็อกลดลงจากร้อยละ 32.00 เป็นร้อยละ 9.09 และพยาบาลวิชาชีพมีความพึงพอใจต่อการใช้แนวปฏิบัติ ร้อยละ 92.5
สรุป : การพัฒนาแนวปฏิบัติทางคลินิกที่ได้จากการร่วมทบทวนปัญหา วางแผนเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ปฏิบัติได้ง่ายและสะดวก มีความชัดเจนทำให้เกิดความรู้สึกมีส่วนร่วมในการปฏิบัติเกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้รับ บริการ
References
โรงพยาบาลลำปลายมาศ. งานห้องคลอด. (2556). รายงานการประเมินคุณภาพการพยาบาลห้องคลอด งานห้องคลอด โรงพยาบาลลำปลายมาศ. บุรีรัมย์: งานห้องคลอด โรงพยาบาลลำปลายมาศ.
วราภรณ์ เชื้ออินทร์. (2551). การให้ยาระงับความรู้สึกภาวะตกเลือดหลังคลอด. ศรีนครินทร์เวชสาร, 23 (3), 330-341.
สมชาติ โตรักษา. (2558). เอกสารประกอบการเรียนรู้ R2R: การพัฒนางานตามภารกิจหลักสู่งานวิจัยอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน. สืบค้นเมื่อ 14 สิงหาคม 2558, จาก https://ns2.ph.mahidol.ac.th/phklb/knowledgefiles/Somchart.pdf
American College of Obstetricians and Gynecologists. (2006). Clinical management guidelines for Obstetrician-Gynecologists,Postpartum Hemorrhage. ACOG PRACTICE BULLETIN, 108 (4), 1039-1047.
Klossner, N.J., & Hatfield, N.T. (2006). Introductory maternity &pPediatric nursing. Philadelphia: Wohers Kluwer.
Lalonde, A., Daviss, B.A., Acosta, A., & Herschderfer, K. (2006). Postpartum hemorhage today: ICM/FIGO initiative 2004-2006. International Journal Gynaecology & Obstetrics, 94 (3), 243-53.
Mathai ,M., Gulmezoglu, A.M., & Hill, S. (2007). WHO recommendations for the prevention of postpartum hemorrhage. Geneva: World Health Organization.
Office of Policy and Strategy. (2007). Health Statistics Group Health information and healthinformation. Retrieved May 31, 2013 , from https://bps.ops.moph.go.th/index.php
World Health Organization. (2012). World Health Organization multicountry survey on maternal and newborn health. Geneva: WHO.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ตีพิมพ์ในราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์ ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่หรือกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์ ก่อนเท่านั้น



