ปัญหา ความต้องการ และภาระการดูแลของผู้ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม
คำสำคัญ:
ภาวะสมองเสื่อม , ผู้ดูแล, ภาระการดูแล , ความต้องการ, ผู้สูงอายุบทคัดย่อ
ประเทศไทยมีแนวโน้มผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผู้ดูแลต้องเผชิญภาระและผลกระทบหลายด้าน จึงจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลที่สะท้อนภาระ ปัญหา และความต้องการของผู้ดูแลอย่างแท้จริง การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาระ ปัญหา และความต้องการของผู้ดูแลผู้สูงอายุสมองเสื่อม โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานแบบคู่ขนาน เก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างเดือนมิถุนายนถึงธันวาคม พ.ศ. 2567 ผู้ให้ข้อมูลหลัก คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง เป็นผู้ดูแลหลักจำนวน 15 คน ที่ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมและเข้ารับบริการที่คลินิกผู้สูงอายุ เครื่องมือวิจัย ประกอบด้วย แบบประเมินภาระการดูแล ฉบับย่อ 12 ข้อ แบบสัมภาษณ์เชิงลึกตามแนวคำถามกึ่งโครงสร้างในหัวข้อปัญหา/อุปสรรคและความต้องการในการดูแล หาค่าความตรงเชิงเนื้อหา โดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน และหาค่าความเชื่อมั่นเครื่องมือของแบบประเมิน หาค่าสัมประสิทธิ์ครอนบาคอัลฟา ได้ค่า 0.88 วิเคราะห์ข้อมูล เชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนาและวิเคราะห์เนื้อหาข้อมูลเชิงคุณภาพ
ผลการวิจัยพบว่า ภาระการดูแลของผู้ดูแลส่วนใหญ่อยู่ในระดับน้อย (M = 0.78 , SD = 0.71) โดยเฉพาะในด้านผลกระทบต่อชีวิต อย่างไรก็ตามผู้ดูแลบางรายรายงานว่ามีความรู้สึกผิด ความวิตกกังวล และความเครียดจากการดูแลต่อเนื่องโดยไม่มีผู้ช่วยเหลือ ข้อมูลเชิงคุณภาพพบว่า ปัญหาสำคัญที่ผู้ดูแลเผชิญ ได้แก่ ปัญหาด้านอารมณ์ เวลา เศรษฐกิจ และการเข้าถึงบริการสุขภาพ ความต้องการของผู้ดูแลครอบคลุม 5 มิติหลัก ได้แก่ การสนับสนุนจากครอบครัว บริการสุขภาพ สุขภาพของผู้ดูแล เศรษฐกิจ และการประสานงานบริการ ข้อค้นพบสะท้อนถึงความสำคัญของการสนับสนุนผู้ดูแลในฐานะผู้ได้รับผลกระทบร่วมจากโรคสมองเสื่อม ข้อเสนอแนะ ควรมีแนวทางดูแลแบบองค์รวมต่อเนื่องเพื่อเสริมพลังและลดภาระของผู้ดูแลในระยะยาว
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงสาธารณสุข, ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร. (2568ก). ตารางแสดง อัตราป่วยรายใหม่และความชุกของภาวะสมองเสื่อม (F00.xx หรือ G30.xx, F01.xx-F03.xx, G31.1) ปี พ.ศ. 2567. ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) กระทรวงสาธารณสุข. https://hdc.moph.go.th/center/public/standard-report-detail/hqu2chfi6d2oyqbm4vudk
กระทรวงสาธารณสุข, ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร. (2568ข). ตารางแสดง อัตราป่วยรายใหม่และความชุกของภาวะสมองเสื่อม (F00.xx หรือ G30.xx, F01.xx-F03.xx, G31.1) ปี พ.ศ. 2568. ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) กระทรวงสาธารณสุข. https://hdc.moph.go.th/center/public/standard-report-detail/hqu2chfi6d2oyqbm4vudk
กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข, กองยุทธศาสตร์และแผนงาน, กลุ่มบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่. (2566). สรุปรายงานการเจ็บป่วย ปี 2565. กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข. https://spd.moph.go.th/wp-content/uploads/2024/11/ill_2023_full_07112567.pdf
กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข, กองยุทธศาสตร์และแผนงาน, กลุ่มบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่. (2567). สรุปรายงานการเจ็บป่วย ปี 2566. กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. https://spd.moph.go.th/wp-content/uploads/2025/08/ill_2024_full_18082568.pdf
ชัชวาล วงศ์สารี. (2560). ผลกระทบการเกิดภาวะสมองเสื่อมต่อผู้สูงอายุในประเทศไทย. วารสารมหาวิทยาลัยคริสเตียน, 23(4), 680-689.
ชัชวาล วงค์สารี. (2561). สถานการณ์ของผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมในประเทศไทย: ประเด็นและแนวโน้มการดูแลทางการพยาบาล. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย ฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 12(1), 47-58.
ดุจปรารถนา พิศาลสารกิจ, ปิติพร สิริทิพากร, และวีรศักดิ์ เมืองไพศาล. (2563). ผลของโปรแกรมการอบรมผู้ดูแลต่อคุณภาพชีวิตและความรู้สึกเป็นภาระของผู้ดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะสมองเสื่อม. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 38(2), 63-72.
ปราโมทย์ ประสาทกุล, และภูษิต ประคองสาย. (2566). สถานการณ์ผู้สูงอายุุไทย พ.ศ. 2565. กรมกิจการผู้สูงอายุ. https://www.dop.go.th/download/statistics/th1738230377-2563_0.pdf
ปวริศา ศรีฉนวน, อรวรรณ หนูแก้ว, และวินีกาญจน์ คงสุวรรณ. (2666). ปัจจัยทำนายของผู้ดูแลผู้ป่วยสูงอายุสมองเสื่อมที่มีปัญหาพฤติกรรมและจิตใจ. ใน มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, การพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อชุมชนที่ยั่งยืน รายงานสืบเนื่องการประชุมวิชาการและนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ ครั้งที่ 10 และระดับนานาชาติ ครั้งที่ 8 (น. 319-331). มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. https://idcneu.com/neunic2023/file_article/hs/neunic2023-hs-03.pdf
ภาวดี เหมทานนท์, และกิตติพร เนาว์สุวรรณ. (2562). ปัจจัยที่ทำนายความรู้สึกเป็นภาระของผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมที่บ้าน. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 6(9), 4409-4424.
ภูษณิศา ยังอยู่, สุภัทรา จันทร์คำ, วีรศักดิ์ เมืองไพศาล, ปิติพร สิริทิพากร, ดุจปรารถนา พิศาลสารกิจ, นภาพร เพ็งสอน, และสุทิศา ปิติญาณ. (2560). ปัญหาและความต้องการของผู้ดูแลในการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม. วารสารพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ, 16(2-3), 57-69.
รัชนี หาญสมสกุล, และวัฒนา ชยธวัช. (2567). การพยากรณ์จำนวนผู้ป่วยในด้วยโรคสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์ในประเทศไทย. วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน, 10(4), 74-85.
สํานักงานสถิติแห่งชาติ, กองสถิติสังคม, กลุ่มสถิติสุขภาพและภาวะทางสังคม. (2568). การสำรวจประชากรผู้สูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2567. สํานักงานสถิติแห่งชาติ. https://www.nso.go.th/nsoweb/storage/survey_detail/2025/20241209145003_27188.pdf
อรวรรณ ศิลปกิจ, ชัชวาลย์ ศิลปกิจ, และรสสุคนธ์ ชมชื่น. (2558). คุณสมบัติทางจิตวิทยาของแบบประเมินภาระการดูแล Zarit ในผู้ป่วยจิตเวช. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย, 23(1), 12-24.
Anantapong, K., Wongpakaran, N., Setthawatcharawanich, S., Aphisitphinyo, S., Sirimaharaj, N., Rattanabannakit, C., Paholpak, P., Jiraphan, A., Wiwattanaworaset, P., Aunjitsakul, W., Buathong, N., Paholpak, P., Supanimitamorn, K., Thana-udom, K., Pariwatcharakul, P., Wongpakaran, T., & Wang, H. (2025). Family carers' knowledge and practices in dementia care for hospitalised older adults: A multi-centre cross-cectional ctudy in Thailand. Frontiers in Medicine, 12, 1710146. https://doi.org/10.3389/fmed.2025.1710146
Alzheimer’s Association. (2023, December, 18). 2023 Alzheimer’s disease facts and figures report: At a glance statistics. https://www.alz.org/getmedia/d6a072cf-ee7b-4b10-a4c6-068f4afc54db/facts-and-figures-2023-at-a-glance-stats-fact-sheet.pdf
Campione, J. R., & Zebrak, K. A. (2020). Predictors of unmet need among informal caregivers. The Journals of Gerontology. Series B, Psychological Sciences and Social Sciences, 75(10), 2181–2192. https://doi.org/10.1093/geronb/gbz165
Connors, M. H., Seeher, K., Teixeira-Pinto, A., Woodward, M., Ames, D., & Brodaty, H. (2020). Dementia and caregiver burden: A three-year longitudinal study. International Journal of Geriatric Psychiatry, 35(2), 250-258. https://doi.org/10.1002/gps.5244
Mongklam, P., Kraithaworn, P., & Piyatrakul, S. (2025). Exploring dementia care for community-dwelling older adults in Thailand: A qualitative descriptive study. Belitung Nursing Journal, 11(4), 459–467. https://doi.org/10.33546/bnj.3835
Shin, J. H., & Kim, J. H. (2022). Family caregivers of people with dementia associate with poor health-related quality of life: A nationwide population-based study. International Journal of Environmental Research and Public Health, 19(23), 16252. https://doi.org/10.3390/ijerph192316252
Zarit, S. H., Todd, P. A., & Zarit, J. M. (1986). Subjective burden of husbands and wives as caregivers: A longitudinal study. The Gerontologist, 26(3), 260-266. https://doi.org/10.1093/geront/26.3.260
Wangpitipanit, S., Kittipimpanon, K., & Chankollawee, N. (2025). Perceived Problems and Needs of the Family Caregivers Who Caregiving of Dependent Older Persons in an Urban Community: A Qualitative Descriptive Study. Clinical interventions in aging, 20, 2457–2466. https://doi.org/10.2147/CIA.S454136
World Health Organization. (2020, June 25). Dementia: Information for caregivers. https://www.who.int/news-room/questions-and-answers/item/dementia-information-for-caregivers
World Health Organization. (2026, July 3). Dementia. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/dementia
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ตีพิมพ์ในราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์ ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่หรือกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์ ก่อนเท่านั้น



